วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พัฒนาเมืองรองรับอีอีซี

พัฒนาเมืองรองรับอีอีซี

โดย ลมกรด
25 ธ.ค. 2560 05:01 น.
  • Share:

โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี (Eastern Economic Corridor) เปรียบเหมือนโครงการต่อยอดจากอีสเทิร์นซีบอร์ด ถ้าทำสำเร็จตามเป้า ประเทศไทยจะกลับมารุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาลอีกครั้ง แต่ตอนนี้อีอีซียังเป็นแค่โครงการขายฝัน รัฐบาล คสช.ตีปี๊บมา 2 ปี แต่การดำเนินงานไม่มีความคืบหน้าอะไรที่จับต้องได้ ข่าวที่ออกมาตามหน้าสื่อทุกวันนี้มีแค่คำพูดขายฝัน

สัปดาห์ที่แล้ว คุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ให้ข่าวว่า ได้มอบหมายกระทรวงพาณิชย์ทำงานเร่งด่วนงานแรกในเดือน ม.ค.61 ที่จะมีการประชุมคณะกรรมการร่วมด้านเศรษฐกิจไทย-จีน ต้องคิดว่าจะเจรจาอะไรกับจีน ต้องเจาะตลาดจีนอย่างไร รวมถึงต้องดึงจีนเข้ามาลงทุนในไทย โดยเฉพาะในอีอีซี ซึ่งก่อนหน้านี้ไทยดึงญี่ปุ่นมาลงทุนได้แล้ว จึงขอให้เตรียมนำคณะของจีนลงพื้นที่ไปดูอีอีซีเพื่อให้เห็นภาพจริง และเห็นความคืบหน้าโครงการ

ผมไม่อยากขัดคอ เพียงแต่มีหลายฝ่ายเรียกร้องให้คุณสมคิดช่วยบอกหน่อยว่า ที่เคยชวนนักลงทุนญี่ปุ่น 500 คนมาเมืองไทยเพื่อโปรโมตอีอีซี ยกคณะพาไปลงพื้นที่ จนถึงตอนนี้มีญี่ปุ่นมาลงทุนเพิ่มบ้างไหม มีกี่ราย เป็นบริษัทอะไรบ้าง ซึ่งคุณสมคิดไม่เคยตอบเรื่องนี้ชัดๆสักที ก็แน่ล่ะครับ ตราบใดที่ยังไม่มีการเลือกตั้ง ยังไม่มีรัฐบาลประชาธิปไตยที่มีเสถียรภาพ นักลงทุนที่ไหนจะเสี่ยงหอบเงินพันล้านหมื่นล้านมาลงทุน

แต่ถึงอย่างไรช่วงนี้รัฐบาล คสช.ก็ต้องปูพื้นจัดเตรียมความพร้อมไว้ก่อน หลังเลือกตั้งตามโรดแม็ปแล้ว ผมเชื่อว่าจะมีทุนต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาในอีอีซีอย่างมหาศาล ทั้งจีน ญี่ปุ่น ยุโรป ให้ความสนใจอีอีซีมากกว่าที่จะไปลงทุนในเวียดนาม มาเลเซีย หรืออินโดนีเซีย เท่าที่ดู

แผนงานที่รัฐบาลประกาศไว้ จะมีการลงทุน โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งยกระดับสนามบินอู่ตะเภา รถไฟรางคู่ ทำรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ขยายมอเตอร์เวย์ พัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือจุกเสม็ด สัตหีบ

อย่างไรก็ตาม มีเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่อย่าง คุณสุรชัย ชัยตระกูลทอง ประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี และอดีต ส.ว.ชลบุรี อยากให้รัฐบาลจัดแผนพัฒนาชุมชนพัฒนาเมืองที่รองรับอีอีซี เพราะรัฐบาลเอาแต่ภาพใหญ่ จนมองข้ามเรื่องรอง คนไม่ได้ อยู่กับโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ แต่กินอยู่อาศัยในเมือง ถึงโครงข่ายดี แต่เมืองไม่น่าอยู่ มันก็ไม่ดึงดูดนักลงทุน

คุณสุรชัยบอกว่า มอเตอร์เวย์ที่ได้มาตรฐานสูงจากกรุงเทพฯไปถึงบางแสน แหลมฉบัง พัทยา แต่พอพ้นมอเตอร์เวย์เข้าไปในเมืองกลับเจอ ถนนหนทางเละเทะ เลอะเทอะ การจราจรไม่เป็นระเบียบ ระบบขนส่งมวลชนยังไม่ดีพอ หรืออย่างที่ศรีราชาทางเชื่อมต่อกับมอเตอร์เวย์ก็ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้การจราจรติดขัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะพัฒนาเมืองให้ตามทันอีอีซี

คุณสุรชัยเสนอว่า อยากให้รัฐบาลจัด งบประมาณ และ ผู้เชี่ยวชาญมาพัฒนาเมืองหลายแห่งให้เป็นเมืองอัจฉริยะ เช่น เมืองศรีราชา ที่มีชาวญี่ปุ่นพักอาศัยกว่าหมื่นคน เมืองบางแสน เมืองพัทยา ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และ เมืองใหม่บ้านฉาง ที่จะรองรับสนามบินอู่ตะเภา เมืองเหล่านี้ต้องพัฒนาให้เชื่อมโยงกับแผนของอีอีซีด้วย

ผมเห็นด้วยว่ารัฐบาลต้องมาพัฒนาเมืองให้มี ความปลอดภัย สะดวกสบาย โดยเฉพาะศรีราชาซึ่งถือเป็นเจแปนทาวน์ นักลงทุนญี่ปุ่นก่อให้เกิด รายได้ภาคบริการ ทำให้ เงินสะพัด ได้มากกว่านักลงทุนชาติอื่น วัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นที่มาทำงานเมืองไทยจะไม่ขับรถเอง ต้องจ้างคนขับรถคนไทย เช่ารถประจำตัว 1 คัน เลิกงานก็ไปกินอาหารที่ร้าน วันหยุดไปออกรอบตีกอล์ฟ ถ้าเป็นระดับผู้บริหารก็จะพาภรรยามาไทยด้วย เกิดการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นอีก

ขอฝากถึงผู้มีอำนาจพิจารณาประเด็นเหล่านี้ด้วยครับ.

ลมกรด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้