วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เงินรัฐกับบอลโลก

ดูจะเป็นความมุ่งมั่น และทุ่มเทกับความพยายามให้มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ของการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะตัวท่านผู้ว่าการ สกล วรรณพงษ์ ที่มีปฏิกิริยาเป็นพิเศษ จากโอกาสที่คนไทยอาจจะไม่ได้ดู

และที่อาจจะไม่ได้ดูนั้น ด้วยเนื่องจากค่าลิขสิทธิ์แพงมาก ประกอบกับเศรษฐกิจไม่ดี การขายโฆษณาให้คุ้มค่า ไม่ต้องพูดถึง มีแต่ขาดทุนมากมาย หรือขาดทุนมากเท่านั้น

ที่สำคัญ อันเนื่องจากประเทศไทยมีกฎ “มัสต์แฮฟ” ของ กสทช. บังคับให้ต้องถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีทุกนัด เพื่อให้คนไทยได้ดูบอลโลกฟรีๆ ทำให้การทำธุรกิจกับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ทำไม่ได้ในเชิงผลกำไร

ด้วยแต่เดิมช่องทางที่ทำเงินได้มาก เพื่อให้คุ้มค่ากับค่าลิขสิทธิ์บวกค่าใช้จ่ายอื่นๆ คือต้องเสียเงินดูผ่านเคเบิล หรือเปย์เปอร์วิวอะไรก็ตาม ดูฟรีมีบางนัดเท่านั้น ซึ่งจริงๆฟีฟ่าก็บังคับให้ถ่าย
ฟรีทีวีเพียงจำนวนหนึ่ง

แต่ก่อนฟีฟ่าให้ถ่ายทอดสดดูฟรีอยู่ 8 นัด ขยับขึ้นมาเรื่อยๆ จนครั้งนี้ที่เพิ่มทีมเป็น 32 ทีม บังคับถ่ายฟรีทีวีรวม 22 นัด คือ นัดเปิดสนาม, รอบสอง (8 คู่), รอบ 8 ทีม (4 คู่), รอบรอง (2 คู่), ชิงที่ 3 และชิงชนะเลิศ กับผู้ถือสิทธิ์เลือกถ่ายในรอบแรกเองอีก 5 คู่

แค่นี้ก็ครอบคลุมคู่สำคัญๆ และดูกันอิ่มเอิบแล้ว แต่ไทยเราไอเดียบรรเจิด บังคับต้องได้ดูครบหมด 64 แมตช์ จึงต้องแลกกันด้วยความปั่นป่วนที่เกิดขึ้น

กลับมาที่ความพยายามของ กกท. ที่จะเป็นแม่งาน วางแนวทางใช้เงินรัฐ เข้ามาผลักดันให้มีการถ่ายทอดสด แม้จะอ้างว่า เงินรัฐที่จะเอามานี้ ไม่เกี่ยวกับภาษีของประชาชน

แต่เมื่อเป็นเงินรัฐ พูดภาษาบ้านๆก็เงินหลวง ต้องใช้จ่ายเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนสูงสุด และเป็นตามระเบียบที่กำหนดไว้ให้ใช้ได้ ซึ่งคงต้องมาดูกันว่า เงินที่ผู้ว่าการ กกท. สกล วรรณพงษ์ ประกาศว่าภาครัฐจะออกราวๆ 500 ล้านบาทนั้น มาจากส่วนไหน มีกฎหมายรองรับไว้หรือไม่

และคงต้องมาตีความว่า การที่คนไทยจะ ได้ดูหรือไม่ได้ดูบอลโลก มีประโยชน์ เสียประโยชน์ มีผลต่อประเทศชาติ ประชาชนคนไทยขนาดไหน และเป็นเหตุเป็นผลกันหรือไม่

ยิ่งยุคนี้ มีความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ชาวนา ชาวสวนยาง หรือกลุ่มอาชีพมากมายที่ต้องดิ้นรน ร้องขอความช่วยเหลือแก่รัฐบาลมากมาย!

การเอาเงินรัฐลงขันเพื่อให้คนไทยได้ดูฟุตบอลโลกผ่านฟรีทีวี เป็นเรื่องที่สมควรกระทำ สมควรจะยกย่องสนับสนุนแน่หรือ

และนี่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกจุดรึเปล่า!!!

อีกทั้งหากจะเทียบเคียงราคา ค่าลิขสิทธิ์ที่มีการออกข่าวเป็นตัวตั้งจากทางผู้ว่าการ กกท.นั้น คือ 1,300 ล้านบาท คงต้องย้อนหลังไปร่วม 2 ปี ราคาที่เปิดออกมา ณ เวลานั้น อยู่ราวๆ 32-33 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งจะรวมทั้งฟุตบอลคอนเฟเดอเรชั่นส์คัพ, ฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์โลก ยู-17 (ชาย, หญิง), ยู-20 (ชาย,หญิง) และฟุตบอลชายหาด ทั้งรวมลิขสิทธิ์บรอดแบรนด์ อันครอบคลุมถึงอินเตอร์เน็ต และมือถือไว้ในแพ็กเกจเดียวกัน

แต่ ณ วันนี้ เกมอื่นๆผ่านไปหมดแล้ว เหลือแต่ฟุตบอลโลกรัสเซีย หาก กกท. ยังจะซื้ออยู่ที่ตัวเลขนี้ คงต้องเกิดความสงสัยไม่น้อย

และยิ่งหากตัดอินเตอร์เน็ตกับมือถือ ซึ่งภาครัฐไม่ได้ทำธุรกิจ

ราคาคงต้องลดฮวบลงไปอีก

การได้ดูฟุตบอลโลกหรือไม่ เป็นหน้าที่ เป็นงานของ กกท.หรือ

ตัวเลขที่ประกาศออกมาเอาซะเต็มเพดานเมื่อ 2 ปีก่อนเลยหรือ

อยากรู้เหมือนกันว่า หัวหน้ารัฐ หัวขบวนผู้กำกับดูแลเงินรัฐอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเห็นดีเห็นงาม ชื่นชมกับผลงานชิ้นโบแดงนี้หรือไม่...

“เบี้ยหงาย”

ดูจะเป็นความมุ่งมั่น และทุ่มเทกับความพยายามให้มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ของการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะตัวท่านผู้ว่าการ สกล วรรณพงษ์ ที่มีปฏิกิริยาเป็นพิเศษ จากโอกาสที่คนไทยอาจจะไม่ได้ดู 24 ธ.ค. 2560 04:50 24 ธ.ค. 2560 04:50 ไทยรัฐ