วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถอดหน้ากาก โอม พาความดัง เพิ่มคนสนใจ ‘ค็อกเทล’ ยืนหยัดไม่เคยเปลี่ยนไปในตัวตน (คลิป)

เป็นวงร็อกดังครองใจแฟนคลับ จนมาถึงจังหวะที่โชคชะตาเพิ่มแสงสว่างสาดมาที่วงค็อกเทล ค่าย จีนี่เร็คคอร์ดส หลังนักร้องนำ “โอม-ปัณฑพล ประสารราชกิจ” ไปออกรายการหน้ากากนักร้องซีซั่น 2 “สวมหน้ากากหอยนางรม” ดังพลุแตก มาแรงถึงกับคว้าอันดับ 1 ของโลก! คลิปเพลง ตราบธุลีดิน-หน้ากากหอยนางรม ครองแชมป์คลิปวีดิโอมาแรงประจำปีของ Youtube แต่ใครจะคิดว่า ความโด่งดังที่พุ่งเข้ามาสู่วงกลับไม่ทำให้ตัวตนของ “ค็อกเทล” เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย โอม พร้อมสมาชิก “เชา-ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย-กีต้าร์”, “ปาร์ค-เกริกเกียรติ สว่างวงศ์-เบส”, “ฟิลิปส์ เปรมสิริกรณ์-กลอง” เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับพวกเค้า...

ถึงตอนนี้ทิศทางของเพลงตามการเติบโตของวงเป็นอย่างไร? โอม “เราไม่ได้คิดเป็นรูปธรรม ดนตรีก็สะท้อนช่วงวัย สิ่งเดียวที่คงไว้คือความซื่อสัตย์กับงาน”

ช่วงวัยที่โตขึ้นมองอะไรเปลี่ยนจากตอนเด็กๆที่ทำวงใหม่ๆเยอะมั้ย? เชา “ผมว่ามันเป็นไซเคิล มันมีช่วงนึงที่เราทำเยอะจากตัวเองๆ มีช่วงนึงที่เรามองเป็นผู้ใหญ่ขึ้น และมีช่วงที่เรากลับไปสนองตัวเอง ความคิดเนื้อหาเรามองในภาพกว้าง แต่ถ้าเป็นศิลปะเนื้อหาดนตรีเราก็ยังสนองตัวเองอยู่”

โอม “ในหนึ่งอัลบั้มก็มีเพลงที่ทำงานต่างกัน มีเพลงที่เป็นธุรกิจ เพลงที่ทำกำไร เพลงที่ทำเพื่อสังคม อยากให้อัลบั้มนึงตอบโจทย์ทุกมิติ เราต้องทำเพลงที่ทำเงินเพราะเงินนั้นกลับมาหมุนเวียนผลักดันให้เรามีทุนทำงานอีกแบบด้วย หาเงินมาทำสิ่งที่เรารัก พอได้แล้วเราก็ต้องให้คนอื่นบ้าง”

ตั้งแต่โอมไปออกรายการหน้ากากนักร้อง ความเป็นวงในภาพรวมเปลี่ยนไปเยอะมั้ย? ปาร์ค “หลังจากนั้นมาเราจะเห็นแฟนเพลงหน้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมา ดูเป็นกลุ่มก้อนมากขึ้นกว่าที่เคยมีมันก็ดูใหม่สำหรับวง เวลาไปเล่นก็มีแฟนเพลงกลุ่มใหญ่ๆตามมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี”

เชา “ผมมองว่าสิ่งที่โอมทำมันเหมือนเป็นการพาความสนใจของคนมามากขึ้น เค้าก็เห็นพวกเราด้วยว่าเราเป็นอย่างนี้ ในรายการมันแค่ช่วงหนึ่ง แต่สิ่งที่เราเป็นตรงนี้มันต้องอยู่อีกนาน พอเค้าได้เห็นเราแล้วเค้าต้องชอบเราอย่างที่เราเป็น”

ฟิลิปส์ “หน้ากากหอยนางรมก็เป็นหนึ่งในคาแรกเตอร์ที่ทำให้คนเริ่มสนใจและเปิดใจกับเรามากขึ้น ผมว่าสิ่งนึงที่มันดีคือ พอเค้าถอดหน้ากากแล้ว หลังจากนั้นมันเป็นค็อกเทล”

เหมือนทำให้วงได้เปล่งประกายออกมามากขึ้น? ฟิลิปส์ “คนรู้จักเราเยอะขึ้น เมื่อก่อนคนฟังเราก็กว้างอยู่แล้ว ตอนนี้กลายเป็นผู้ใหญ่และเด็ก กว้างขึ้นไปอีก ชอบขึ้นไปอีก มันเห็นความเปลี่ยนแปลงเมื่อก่อนเราอาจจะมีความอึดอัดเล็กน้อย ไม่มีเพลงจะเล่น วันนี้เพลงเยอะมาก ไม่รู้จะตัดเพลงไหนออก”

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้วงมีพลังมากขึ้นมั้ย? โอม “มันก็ได้กำลังใจที่ดี แต่ผมมีความเชื่อว่ากำลังใจที่ดีต้องสร้าง ต้องไม่ยึดติดกำลังใจจากภายนอก อะไรก็ตามที่มันไปสุด มันไม่ดี เราได้กำลังใจจากภายนอกแต่มันเป็นปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ ถ้าเรายึดกำลังใจข้างนอกเป็นตัวขับ ถ้าวันนึงมันหมดเราก็ขับไม่ได้เหรอ มันไม่ใช่ เราซาบซึ้งเรารับไว้ แต่การสร้างงานที่ดีต้องมาจากข้างในตัวเอง”

โดยส่วนตัวชีวิตโอมเปลี่ยนไปเยอะมั้ย? โอม “มันต่างแบบกายภาพแต่ข้างในมันเหมือนเดิม เรามีความรับผิดชอบกับคนเยอะขึ้น”

หลังถอดหน้ากากคนก็ได้รู้จักตัวตนโอมมากขึ้นในมุมที่มากกว่านักร้องร็อก? โอม “ก็คงเห็นมากขึ้นจริงๆ เราเป็นเหมือนเดิม มันก็มี ช่วงที่เราจัดการตัวเองไม่ได้ วันนึงที่คนสนใจเราเยอะเกินไป คำพูดของเราทุกคำมันถูกจับจ้อง มันโดนตีความแบบที่ไม่น่าต้องตีความ ซึ่งผมก็เครียดนะ แต่ผมเป็นคนไม่เล่าให้ใครฟังมาก รู้ว่าเราต้องจัดการเอง วันนึงก็คุยกับครอบครัว ครูอาจารย์ มีประโยคนึงที่ดีมากคือ คุณสำเร็จมาถึงวันนี้เพราะอะไร ก็ทำมันเหมือนเดิม มันก็จะสำเร็จต่อไปเพราะคุณยังทำเหมือนเดิม”

กี่ปีที่อยู่ด้วยกันมา? โอม “ถ้าครบ 4 คนแบบนี้ก็ 7 ปี ผมกับเชา 12 ปี ผมกับวง 16 ปี”

มีช่วงงานแน่นๆมากจนหนักมั้ย? โอม “วงเฉลี่ยรับงานอยู่แล้วครับ สถาบันครอบครัวก็สำคัญ เราเลือกจำกัดปริมาณงานไว้อยู่แล้ว เฉลี่ยเล่นประมาณ 130 โชว์เท่ากันทุกปี เป็นอย่างนี้มา 6 ปีแล้วเท่ากัน น้ำขึ้นรีบตักมันก็ดีในบางเรื่อง บางเรื่องเราอยู่ในโอกาสที่ทำแบบนี้ได้ เราเลือกกระจายไว้ดีกว่า วงเรามีปิดเทอม ทำงาน 5 เดือน ปิดเทอม 1 เดือน”

ทั้งวงคิดตรงกันหมด? โอม “มันก็มีเดินหน้าบ้าง ถอยบ้าง บางเรื่องแย้งกันบ้าง ก็ฟังเหตุผลกัน ก็เคยมีคนบอกว่าผมเรื่องเยอะ มีขอบเขตในการทำงาน แต่ผมมองว่าผ่านมา 10 ปี มันก็พิสูจน์ทุกอย่างว่าเราเรื่องเยอะเท่าเดิม ไม่ได้เพิ่มตามความดังของวง มาตรฐานบางอย่างมันถูกเซตไว้ตั้งแต่วันแรก เพราะฉะนั้นเราอยู่ตั้งแต่วันที่ไม่มีอะไรเลย แล้วเราทำโอเวอร์สแตนดาร์ดไว้แล้ว มันก็ใช้ได้ตลอด วงเราเลยไม่เคยเจอความขัดแย้งรุนแรง เรามองข้างหน้าว่าสิ่งที่กำหนดขึ้นมาจะเป็นคุณูปการต่อไปในอนาคต โจทย์คือทำยังไงให้ยั่งยืน”

เชา “ผมว่าถ้ามองให้ง่ายๆเลยคือเราเป็นเพื่อนกันก่อนจะมาเป็นวง”

หลายวงอาจมีปัญหา หลังนักร้องนำไปออกรายการแล้ววงต้องรอ หรือนักร้องรับงานเดี่ยว? ฟิลิปส์ “วงเราไม่ค่อยเจอปัญหา เพราะโอมเค้าไม่รับงานเดี่ยว”

โอม “ใช่ครับ ผมไม่รับงานเดี่ยว โอเคงานโฆษณามันมีงานเดี่ยว แต่มันมีหลักว่าผมส่งเงินในส่วนนึงกลับเข้ามาในวง”

เชา “ผมเคยคุยกับเค้าว่าจริงๆไม่เป็นไร ถ้าเค้ารับงานเดี่ยว เพราะผมเข้าใจเค้ามีลูก ครอบครัวต้องมาก่อน และเค้าไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง”

โอม “การที่เราต้องส่งเงินกลับมา เพราะที่เราไปคนเดียวได้มันมีฐานที่ส่งเราออกไป”.