วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ตือ' ลั่นอยากเห็นการปลดล็อกการเมืองแท้จริง ไม่ใช่ขยายเวลาแบบลักลั่น

'ตือ' ลั่นอยากเห็นการปลดล็อกการเมืองแท้จริง ไม่ใช่ขยายเวลาแบบลักลั่น

  • Share:

"ตือ" ลั่นอยากเห็นการปลดล็อกการเมืองที่แท้จริง ไม่ใช่ขยายเวลาแบบลักลั่น ชี้ไม่ใช่ความผิดพรรคการเมือง กกต. กรธ. เลย ดักคอเลื่อนโรดแม็ปเลือกตั้งระวังทำชาติเสียโอกาส...



เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 60 นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงคำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 ขยายเวลาให้พรรคการเมือง ดำเนินกิจกรรมตามกรอบเวลาใน พ.ร.บ.ประกอบธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองว่า การขยายเวลาดังกล่าวไม่ได้ถือว่าเป็นการปลดล็อกทางการเมืองแต่อย่างใด เพราะการปลดล็อกหมายถึงการให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้ในทันที แต่คำสั่งนี้เป็นเพียงการขยายเวลา ตนต้องการเห็นการปลดล็อกอย่างแท้จริง ไม่ใช่มาค่อยๆ คลายล็อกให้พรรคการเมืองทำอย่างนั้นทำอย่างนี้ ในเวลานั้นเวลานี้ เพราะเหมือนเป็นการลักลั่นแล้วเอาเหตุผลมาบอกว่าทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ทำไมจึงไม่ย้อนกลับไปดูเมื่อครั้งที่กฎหมายเริ่มออกประกาศใช้ ไม่มีการพูดถึงความได้เปรียบเสียเปรียบเลย ระหว่างพรรคการเมืองเก่า หรือพรรคการเมืองใหม่ 


นายสมศักดิ์ กล่าวว่า หากปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองเหล่านั้น ก็จะไม่มีพรรคการเมืองใดลุกขึ้นมาโวยวาย หรือต่อต้านกับเรื่องดังกล่าว วันนี้จึงต้องถือว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งของพรรคการเมือง แล้วมาร้องขอให้ต้องขยายเวลา และไม่ใช่ความผิดของ กกต.ที่ไม่สามารถสนับสนุน หรือจัดให้แต่ละพรรคการเมืองดำเนินการได้ การขยายเวลานี้ต้องบอกเลยว่าไม่ใช่ความผิดของพรรคการเมือง ไม่ใช่ความผิดของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพราะ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ได้ประกาศใช้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 60 ซึ่งกฎหมายดังกล่าวมีการกำหนดห้วงเวลาไว้ ดังนั้นแต่ละพรรคการเมืองจึงต้องการดำเนินตามเจตนารมณ์ของรัฐบาลให้เป็นไปตามโรดแม็ปของ คสช. แต่ปรากฏว่าไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ จนท้ายที่สุดเวลาทอดมาจนครบกำหนด ซึ่งถ้าพรรคการเมืองไม่ทำตามนั้นก็จะถูกตัดสิทธิ์ในการส่งสมาชิกลงสนามเลือกตั้ง ต้องย้อนถามว่าเป็นความผิดของพวกเราที่ละเลยไม่ทำตามกฎหมายหรือไม่ ก็ตอบได้ว่าไม่ใช่เลย



ผู้สื่อข่าวถามว่าการขยายเวลาดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดปัญหาต่อไพรมารีโหวต และการหาเสียงเลือกตั้ง ที่ระยะเวลาจะเหลือกระชั้นชิดมากเกินไปหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เกี่ยวแน่ เพราะการขยายเวลาให้ดำเนินธุรกรรม แต่ในขณะที่รัฐธรรมนูญกำหนดกรอบเวลาที่จะต้องดำเนินการตามกฏหมายก่อนลงสนามเลือกตั้ง จึงต้องดูองค์ประกอบควบคู่กันไปด้วย เมื่อขยายเวลาตรงนี้แล้วก็ต้องไปดูกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญด้วยว่าจะทำอย่างไร จึงจะให้เป็นไปตามครรลอง และทำให้ไม่ได้รับผลกระทบทั้งพรรคการเมือง คสช. และรัฐบาล โดยเฉพาะหากกระทบต่อความน่าเชื่อถือ ก็จะเป็นเรื่องที่ใหญ่



เมื่อถามว่าในอนาคตจะส่งผลกระทบโรดแม็ป คสช.หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนคงตอบไม่ได้ในเมื่อ คสช.ยืนยันว่าไม่กระทบก็ต้องเชื่อ เพราะถ้า คสช.พูดแล้วไม่เชื่อก็ไม่รู้จะไปเชื่อใคร ก็เพียงแต่ให้กำลังใจและรอดู เพราะอยากเห็นรัฐบาล คสช. ดำเนินทุกอย่างให้เป็นไปตามโรดแม็ปให้ได้ วันนี้การที่อียูประกาศปลดล็อกให้ไทยในเรื่องสิทธิการทำมาค้าขายได้ ก็เพราะเขาเห็นว่ากำลังจะเข้าสู่โรดแม็ป การคืนอำนาจคืนความเป็นประชาธิปไตย ดังนั้น ถ้าจะเกิดความล่าช้า หรือมีเหตุใดขึ้นมาก็จะทำให้ส่งผลกระทบต่อเรื่องความน่าเชื่อถือของผู้นำประเทศ ที่บอกว่าพรรคการเมืองไม่ได้เสียสิทธิ์ก็เพราะเขาขยายเวลาให้ แต่ประเทศเสียโอกาส ถ้าจะต้องทำให้ทุกอย่างไม่สามารถเป็นไปตามโรดแม็ปได้ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือประเทศจะเสียโอกาส ถ้าจะต้องทำให้ทุกอย่างไม่สามารถเป็นไปตามโรดแม็ปได้ เสียหายคือประเทศ ไม่ใช่พรรคการเมือง เพราะไม่ว่าจะเลือกตั้งปีไหนปี 61 หรือปี 62 พรรคการเมืองก็รอได้ แต่ประเทศจะรอไม่ได้นี่สิ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้