วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไขมันเลว.......ไม่เลวเท่าที่คิด (ตอน 1)

แรกเริ่มตั้งแต่โบราณ สิ่งที่เราทราบก็คือคุมอาหาร ออกกำลังและหยุดสูบบุหรี่ ซึ่งในเรื่องของชนิดและประเภทของอาหารก็มีการพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ กลายเป็นมันๆกินได้ ดังในบทที่แล้ว (สุขภาพหรรษา กินมันๆกลับกระปรี้กระเปร่า)

ตอนนี้เป็นข้อเสียถ้าเลี่ยงมัน โดยกินนมเนยพร่องไขมันกลับเสี่ยงพาร์กินสัน การศึกษานี้รายงานในวารสารประสาทวิทยาของสหรัฐฯในวันที่ 8 มิถุนายน 2560 ก่อให้เกิดความพิศวงงงงวยว่า พยายามกินให้ดียังเกิดโรคทั้งๆที่การผลิตผลิตภัณฑ์นมเนยไอศกรีมโยเกิร์ตที่พยายามให้มีไขมันน้อยๆนัยว่าจะได้ไม่อ้วนและไม่เสริมเติมระดับไขมันให้มากขึ้นกลับสุ่มเสี่ยงให้เกิดโรคสมองพาร์กินสัน

ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังไม่มีทางรักษาให้หายขาดมีแต่ทานยาเพื่อบรรเทาอาการ และยิ่งทานยามากกลับเร่งให้โรคไปเร็วจากที่เดินฝืด จะลุกขึ้นยืนก็เหมือนก้นหนัก จะเดินก็ก้าวสั้นๆเหมือนรถไฟ และเมื่อเป็นมากมีอาการทรงตัวผิดปกติโดยที่อาจจะมีอาการสั่นร่วมด้วยและท้ายสุดอาจไม่ตอบสนองต่อยาและต้องใช้รถเข็น ความผิดปกติเกิดขึ้นจากเซลล์สมองที่สร้างสารเคมีที่เรียกว่าโดปามีน เกิดสร้างได้น้อยลง และการเก็บสารโดปามีนส่วนเกินก็บกพร่องอีก

ความสัมพันธ์ระหว่างการที่กินแบบพร่องไขมันและพาร์กินสันนี้เป็นที่สังเกตและถกเถียงกันมานานดังที่มีรายงานในวารสาร frontiers in neurology ในปี 2012 และมีการติดตามในกลุ่มพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ (Nurses’Health Study และ Health Professionals Follow-up Study)

การศึกษาล่าสุดนี้นัยว่าจะได้รู้ดีรู้ชั่วกันไป ผลกลับกลายเป็นว่าเมื่อเทียบกับคนที่กินอาหารนมเนยชนิดไขมันน้อยในปริมาณน้อยกว่าหนึ่งครั้งต่อวัน คนที่กินสามครั้งต่อวันหรือมากกว่ากลับเสี่ยงโรคมากกว่าถึง 30% โดยทำการติดตามตั้งแต่ปี 1984 สำหรับกลุ่ม NHS รวม 80,000 คน และตั้งแต่ปี 1986 สำหรับกลุ่ม HPFS รวม 48,000 คน

ตลอดระยะเวลา 25 ปีของการติดตามมีมากกว่า 1,000 รายที่เกิดมีอาการของโรคพาร์กินสัน

ในขณะที่ปริมาณของนมเนยที่มากไขมันไม่มีความเกี่ยวพันกับโรค การกินของเหล่านี้ที่ไขมันน้อยกลับเสี่ยงมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นมีการปรับตัวแปรต่างๆตั้งแต่การสูบบุหรี่ ซึ่งโดยปกติจะลดความเสี่ยง

ของการเกิดพาร์กินสัน ถ้าไม่ตายด้วยมะเร็งหรือโรคปอดเสียก่อน รวมทั้งตัวแปรอื่นๆ เช่น กาแฟ น้ำหนักตัว การดื่มเหล้า ปริมาณแคลอรีของอาหารที่ทาน อัตรา hazard ratio กินไขมันน้อย เทียบกับมันมาก เท่ากับ 1.34 (95% CI, 1.01-1.79; P trend =.04) ความเสี่ยงมากขึ้นถ้ากินนมสกิม (skim) หรือโลว์แฟต (low fat) และเมื่อทำการวิเคราะห์โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์โดยรวบรวมผลจากกลุ่ม ที่กล่าวแล้ว ทั้งสองกลุ่มกับรายงานอื่นๆ ที่มีก่อนหน้าก็พบลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยสัมพันธ์กับชนิดที่มีปริมาณไขมันน้อย

เหตุผลที่จะมาอธิบายความเสี่ยงในการเกิดโรคยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีการตั้งสมมติฐานว่าน่าจะอธิบายจาก casein ซึ่งเกี่ยวข้องกับ urate ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าคนที่มีระดับในเลือดสูง

ของกรดยูริก แม้ว่าจะไม่มีโรคเกาต์ ข้ออักเสบก็ตาม จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคอัลไซเมอร์น้อยลง ดังนั้น การที่มีไขมันน้อยในนม เนยต่างๆ อาจจะขาดสิ่งที่ปกป้องสมองจากสารพิษที่มีการสะสมตัว

อย่างไรก็ตาม ท้ายสุดนี้ข้อมูลที่ได้ยังไม่สามารถอธิบายได้จากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานรวมกระทั่งถึงการใช้สัตว์ทดลองที่มีการปรับแต่งรหัสพันธุกรรม ถ้าเป็นความจริงอาจจะนำไปสู่การเข้าใจกลไกของการเกิดโรคพาร์กินสันได้มากขึ้น แต่เป็นที่รับทราบกันดีในวงการแพทย์และวิทยาศาสตร์แล้วว่า สารพิษที่ทำให้เกิดพาร์กินสัน synuclein มาจากลำไส้เข้าเส้นประสาท vagus จากปมประสาท Meissner และ Auerbach ในผนังลำไส้ เคลื่อนไปยังก้านสมองส่วนล่างก่อนที่จะไปสู่ส่วนบนที่มีการสร้างสารโดปามีน (ทฤษฎี Braag)

การที่จะต้องเปลี่ยนการกินนมเนย ไอศกรีม โยเกิร์ตจากพร่องไขมันเป็นไขมันเต็มที่อาจจะไม่ถึงกับจำเป็นนักเพราะความเสี่ยงดังกล่าวดูจะไม่มากนัก แต่ถ้าผนวกกับความรู้ใหม่ที่ให้กินไขมันทั้งอิ่มและไม่อิ่มตัว ท่าทาง เราน่าจะมีความสุขขึ้นมากครับ.

หมอดื้อ

แรกเริ่มตั้งแต่โบราณ สิ่งที่เราทราบก็คือคุมอาหาร ออกกำลังและหยุดสูบบุหรี่ ซึ่งในเรื่องของชนิดและประเภทของอาหารก็มีการพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ กลายเป็นมันๆกินได้ ดังในบทที่แล้ว 23 ธ.ค. 2560 14:00 23 ธ.ค. 2560 14:01 ไทยรัฐ