วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปชป.ดาหน้าฉะ รบ.จงใจ'เซตซีโร่' เกมทำลายฐานการเมือง ท้าเปิดตัวพรรคทหาร

ปชป.ดาหน้าฉะ รัฐบาลจงใจ "เซตซีโร่" ชี้ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ แฉเกมทำลายฐานพรรคเก่าให้อ่อนแอ ถามเจ็บ นี่หรือการปฏิรูป ท้าเปิดตัวพรรคทหารให้สังคมรู้ ด้าน "อรรถวิชช์" ยัน ไม่ใช่การคลายล็อกแต่เป็นการล้างฐานพรรค จวก เพิ่มความยุ่งยาก บิดเบือนเจตนารมณ์ไพรมารีโหวต...



เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 23 ธ.ค. 60 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษก และคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณี คสช.ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 53/2560 ขยายเวลาให้พรรคการเมืองดำเนินการต่างๆ ในเรื่องสมาชิก ว่า พรรคพร้อมปฏิบัติตามกฎหมาย สิ่งสำคัญที่ผู้มีอำนาจควรคิดให้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง และต้องมีความตรงไปตรงมา จริงใจในการดำเนินการ เริ่มต้นเขียนอารัมภบทมาในประกาศเหมือนเข้าใจคำว่าพรรคการเมือง เข้าใจประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง แต่ท้ายที่สุดกลับให้คนที่เคยเป็นสมาชิกพรรค ต้องกลับมายืนยันตัวตนใหม่ ยื่นหลักฐานใหม่ เสียค่าบำรุงสมาชิกใหม่ ภายใน 30 วัน นับแต่ 1 เมษายน 2561 ในทางปฏิบัติ ภายใน 30 วัน หากไม่ดำเนินการ ถือว่าให้สิ้นสภาพการเป็นสมาชิกพรรค ความหมายนี้ไม่ต่างอะไรกับการให้มาสมัครสมาชิกพรรคใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องยากมากในทางปฏิบัติ เหมือนกับการเซตซีโร่สมาชิกพรรคการเมืองนั้นเอง ที่ทำเช่นนี้เพราะอยากช่วยใคร พรรคใดขอให้บอกสังคมตรงๆ เพราะประชาชนที่เขาเคยเป็นสมาชิกพรรคการเมืองมายาวนาน เป็นโดยชอบด้วยกฎหมาย วันนี้ผู้มีอำนาจกำหนดระยะเวลาที่เร่งรัดแล้วตัดสิทธิ หากไม่ดำเนินการภายในกำหนดระยะเวลา ทั้งที่ผู้มีอำนาจระบุเองว่า อยากให้สมาชิกผูกพันกับพรรคการเมือง ให้พรรคการเมืองเป็นพรรคของประชาชน แต่คำสั่งที่ออกมากลับตรงกันข้าม ถามว่าไม่อายบ้างหรือที่เขียนคำสั่งออกมาเช่นนี้ เข้าภาษิต ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ





นายราเมศ กล่าวด้วยว่า หากเปรียบตัวอย่างกับคนที่เขารับราชการเป็นทหาร แล้วมีผู้มีอำนาจบอกว่า ทหารทั้งกองทัพต้องไปยืนยันตัวตนต่อผู้บังคับบัญชา แสดงหลักฐานต่างๆ ภายในเวลาที่กำหนด หากใครไม่มารายงานตัวจะขาดจากการเป็นทหาร คุณคิดว่าเป็นธรรมหรือไม่ ทั้งๆ ที่เขาเป็นทหารมา 10 ปี 20 ปี หรือมากกว่านั้น หรือตัวอย่างถ้าผู้มีอำนาจบอกว่า ประชาชนคนไทยทุกคนต้องมาแสดงตนว่าเป็นคนไทยต่อเจ้าหน้าที่รัฐ หากไม่แสดงตนพร้อมหลักฐานการเกิด หรือหากไม่มาตามที่กำหนดให้พ้นจากการเป็นประชาชนคนไทย ท่านคิดว่าประชาชนยอมหรือไม่ หรือมีอะไรที่แฝงอยู่ในใจก็ควรบอกประชาชนตรงๆ

"การล้มล้างสมาชิกพรรคการเมืองในรอบนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ผู้ออกคำสั่งจะต้องรับผิดชอบ ถามว่า ท่านทำอย่างนี้เพราะอยากอยู่ต่อ หรือช่วยพรรคการเมืองใด ช่วยใคร นี่หรือการปฏิรูปการเมือง แต่นี่คือการล้มสมาชิกพรรคการเมือง และทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ คำตอบจะมีในอนาคตว่า คสช. ทำเรื่องนี้เพื่อประโยชน์ตัวเอง หรือเพื่อปฏิรูปพรรคการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย ผมเห็นว่าเป็นคำสั่งที่น่าอับอายที่สุด พรรคไม่ไปร้องเรียนกับ คสช.อีก เมื่อมีคำสั่งออกมาแล้วทางก็พร้อมปฏิบัติตาม แม้มีผลกระทบบ้างแต่ดำเนินการให้ดีที่สุด พรรคดำเนินการทางการเมืองมายาวนานที่สุด ท่านจะยัดเยียดสร้างความอ่อนแอให้กับพรรคอย่างไร ยืนยันว่า เราไม่หวั่นไหวใดๆ" นายราเมศ กล่าว 





ส่วนกระแสการตั้งพรรคทหา รหรือพรรคที่สนับสนุน คสช.หรือไม่นั้น นายราเมศ กล่าวว่า พรรคไม่ขัดข้อง หากคนที่จะตั้งพรรคการเมืองอาสามาทำงานการเมือง ถือเป็นสิทธิ์ แต่ คสช.อย่าทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม หรือไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นในระบบประชาธิปไตยที่กำลังจะเกิดขึ้น ขอให้เปิดหน้าเปิดตัวให้สังคมรู้ให้ประชาชนทราบ เพราะประชาชนมีสิทธิ์รับรู้ เพื่อเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งมาบริหารราชการแผ่นดิน





ด้าน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส. กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวย้ำถึงคำสั่งคสช.ว่า ตนเห็นสื่อสิ่งพิมพ์พาดหัวว่าคลายล็อกกี่ขยักก็แล้วแต่ ซึ่งความจริงมันไม่ใช่ แต่เป็นการเซตซีโร่พรรคการเมือง เพราะหัวใจของพรรคการเมืองคือสมาชิกพรรค การออกคำสั่งฉบับที่ 53/2560 ให้สมาชิกพรรคการเมืองต้องมาสมัครยืนยันตัวตนใหม่กับพรรค ภายในเวลากำหนด ไม่เช่นนั้นจะสิ้นสมาชิกภาพ ถือเป็นการล้างฐานพรรค และ คสช.กำลังสร้างภาระ และความยุ่งยากให้ประชาชนในการมีส่วนร่วมในการปฏิรูปการเมืองใหม่ โดยเฉพาะกระบวนการทำไพรมารีโหวต ทั้งที่กฎหมายพรรคการเมืองปี 60 ที่เพิ่งใช้ มาตรา 26 ก็กำหนดให้ กกต. โดยเลขาธิการสำนักงาน กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองมีอำนาจในการตรวจสอบสมาชิกพรรคการเมืองซ้ำซ้อน หากคนใดเป็นสมาชิกพรรคซ้ำกันสองพรรค ก็ให้ส่งข้อมูลถึงหัวหน้าพรรคการเมืองนั้น เพื่อยกเลิกบุคคลนั้นๆ ออกจากการเป็นสมาชิกพรรค คือสามารถลบออกจากฐานสมาชิกพรรค มีกลไกตรวจสอบนี้ไว้แล้ว 



"ส่วนความยุ่งยากคือ หัวใจของการปฏิรูปการเมืองครั้งนี้คือ การทำไพรมารีโหวต โดยการสรรหาตัวผู้สมัครในตามพรรคในแต่ละเขต เป็นครั้งแรกของการเมืองไทย สุดท้ายเชื่อว่า จะใช้ข้อยกเว้นในบทเฉพาะกาลคือ ให้คนแค่ 100 คนในจังหวัดนั้นๆ สามารถมาเลือกว่าที่ผู้สมัครได้เลย เช่น กทม. มีผู้สมัคร ส.ส.รวม 30 คน แล้วให้คน 100 คน มาเลือกผู้ที่จะลงสมัครทั้ง 30 คน มันตอบโจทย์การทำไพรมารี เพื่อการปฏิรูปหรือไม่ ไม่ใช่แน่นอน เพราะไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของการทำไพรมารีโหวต เนื่องจากหัวใจคือการให้สาขาพรรคที่ต้องมีสมาชิกพรรค 500 คน ในเขตเลือกตั้ง หรือสมาชิกพรรค 100 คน ในเขตเลือกตั้งนั้น คัดสรรหาคนเป็นตัวแทนของพรรคเพื่อลงสมัครในแต่ละเขต ดังนั้น คำสั่ง คสช.ฉบับนี้คือการเซตซีโร่ ชัดเจน มันไม่ใช่การคลายล็อก" นายอรรถวิชช์ กล่าว.

ปชป.ดาหน้าฉะ รัฐบาลจงใจ "เซตซีโร่" ชี้ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ แฉเกมทำลายฐานพรรคเก่าให้อ่อนแอ ถามเจ็บ นี่หรือการปฏิรูป ท้าเปิดตัวพรรคทหารให้สังคมรู้ ด้าน "อรรถวิชช์" ยัน ไม่ใช่การคลายล็อกแต่เป็นการล้างฐานพรรค จวก เพิ่มความยุ่ง 23 ธ.ค. 2560 13:00 23 ธ.ค. 2560 13:29 ไทยรัฐ