วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โรงเรียนเกษตรพอเพียง สานต่อ "ศาสตร์พระราชา"

โรงเรียนเกษตรพอเพียง สานต่อ "ศาสตร์พระราชา"

  • Share:

การเดินตาม “ศาสตร์พระราชา” สานต่อพระราชดำริ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เพื่อสร้างความกินดีอยู่ดี มีชีวิตในแบบ “พอเพียง” ยังคงมีพสกนิกรชาวไทยน้อมนำมาเป็นแนวทางอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

นายปิติ ภิรมย์ภักดี ผู้บริหาร บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด เป็นอีกผู้หนึ่งที่ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาจัดทำ โครงการ “100 โรงเรียนเกษตรพอเพียง” เพื่อสร้างความอยู่ดีกินดีให้กับเยาวชนไทย โดยได้เริ่มต้นโครงการ ที่โรงเรียนวัดเพิ่มประสิทธิผล ต.งิ้วราย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี และถือเป็นโรงเรียนต้นแบบแห่งแรกจากโรงเรียนในโครงการจำนวน 100 โรงเรียน

ปิติ ภิรมย์ภักดี.

เวลากว่า 1 ปีแล้วที่โครงการดำเนินมา และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี “ทีมข่าวไทยรัฐ” จึงได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมชมโรงเรียนต้นแบบของโครงการ ที่ โรงเรียนวัดเพิ่มประสิทธิผล

นายนิกร ศรีทอง ผู้อำนวยการโรงเรียน นำชมเองและเผยว่า ได้เลี้ยงไก่ไว้ 100 ตัว ตาม โครงการ “เกษตรพอเพียง” เก็บไข่เอามาทำเป็นอาหารกลางวัน ให้นักเรียนรับประทาน โดยนักเรียนทุกคนต้องมีไข่ไก่รับประทานคนละ 1 ฟองต่อวัน ไข่ที่เหลือวันละประมาณ 2 แผง จะขายให้ชาวบ้านและให้ผู้ปกครองนักเรียนได้ซื้อไปทำอาหารในราคาถูก

ส่วนเงินที่ได้จากการขายไข่แต่ละวัน เก็บรวบรวมไว้แล้วนำกลับไปซื้ออาหารไก่ หมุนเวียนกันไป ตั้งแต่เริ่มเลี้ยงมาไม่ขาดทุน และไก่ที่เลี้ยงแข็งแรง ไม่เคยเป็นโรคอะไรเลย แถมออกไข่มาก ขนาดเลี้ยงแค่ 100 ตัว ยังไม่พอขายเลย มีคนมาขอซื้อทุกวัน ถ้าจะให้ขายได้กำไรมากกว่านี้ ต้องเลี้ยงสัก 200-300 ตัว

นายนิกร ศรีทอง ผอ. ร.รวัดเพิ่มประสิทธิผล ต.งิ้วราย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี นำชมโรงเพาะเห็ด.
บริเวณเล้าไก่ถูกสุขลักษณะ.

นอกจากนี้ที่นี่ยังสอนให้นักเรียนเพาะเห็ดนางฟ้า ซึ่งมีทั้งเห็ดนางฟ้าภูฏานและเห็ดนางฟ้าฮังการี รวมทั้งหมด 600 ก้อน เลี้ยงปลาดุก และปลูกผักปลอดสารพิษ ประเภทพืชผักสวนครัว มีพริก มะเขือ ข่า ตะไคร้ บวบ ใบกะเพรา ฯลฯ จะปลูกตามฤดูกาล ถ้าเป็นช่วงหน้าหนาวจะปลูกพวกกะหล่ำ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ให้เด็กปลูกเองแล้วนำมาประกอบเป็นอาหารรับประทาน และผักบางอย่างให้เด็กนำกลับไปให้พ่อแม่ทำอาหารให้รับประทาน ทำให้เด็กๆได้รับประทานอาหารอย่างครบถ้วนทั้งไข่ ผัก และเนื้อสัตว์ ถูกสุขอนามัย ได้บริโภคอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่

“เด็กนักเรียนจะจัดเป็นทีม มีแกนนำที่ได้รับการอบรมมาถ่ายทอดสอนการเลี้ยงไก่ การเพาะเห็ด การปลูกผัก การเลี้ยงปลา เป็นการฝึกให้เด็กมีทักษะด้านการเกษตรกรรม หรือนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน และยังสามารถขยายความรู้ไปสู่ผู้ปกครองได้” นายนิกรกล่าว

สำหรับการเพาะเห็ดนางฟ้าจะได้เห็ดวันละประมาณ 2-3 กิโลกรัม เหลือจากทำอาหารให้เด็กรับประทานแล้วทางโรงเรียนจะขายให้ผู้ปกครองเด็กเช่นเดียวกับไข่ไก่ แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถขยายไปสู่ตลาดใหญ่ได้ เพราะต้องมีก้อนเห็ดและมีเครื่องมือมากกว่านี้ ตอนนี้ขอแค่ให้เด็กได้เรียนรู้ไปก่อน

นักเรียนดูแลบ่อเลี้ยงปลาดุก.
แพ็กไข่ไก่ขาย.

ขณะเดียวกัน ทางโรงเรียนยังสอนให้เด็กเก็บออมเงินด้วยการหยอดกระปุกออมสินอีกด้วย ถึงเด็กบางคนจะได้เงินมาโรงเรียนน้อย แต่เป็นการฝึกให้รู้จักการเก็บออมเงิน

“เราหล่อหลอมเด็กในด้านนี้เพื่อให้เขาพึ่งพาตัวเองได้ และเมื่อโตขึ้นจะได้นำความรู้ที่ได้รับต่อยอดไปประกอบอาชีพเลี้ยง ตัวเอง โดยบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด สนับสนุนด้วยการมอบเงินทุนตั้งต้นให้โรงเรียนจำนวน 3 หมื่นบาท เรานำเงินไปใช้ซื้อแม่ไก่ไข่ จำนวน 100 ตัว เมล็ดพันธุ์ผักสวนครัวต่างๆ อาทิ ผักบุ้ง ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง ซื้อก้อนเห็ดนางฟ้า 500 ก้อน ซื้อปลาดุก 800 ตัว นำมาดำเนินโครงการซึ่งต้องขอขอบคุณคุณต๊อด-ปิติ และบริษัทบุญรอดฯ ไว้ ณ ที่นี้ด้วย” นายนิกร ผอ. โรงเรียนวัดเพิ่มประสิทธิผล เล่าให้ฟังด้วยความภูมิใจ

ทั้งนี้ โครงการ “100 โรงเรียนเกษตรพอเพียง” ได้สร้างระบบเกษตรพอเพียง ทั้งปลูกผัก เพาะเห็ด เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ นำผลผลิตเลี้ยงนักเรียนในโรงเรียนและครอบครัว โดยน้อมนำ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถ บพิตร มาเป็นแนวทางปฏิบัติ และได้วางเป้าหมายขยายสู่ 100 โรงเรียนทั่วประเทศไทย

ผักสวนครัวออกผลดี.

พร้อมทั้งใช้ เครือข่ายนักศึกษา “สิงห์อาสา” ระดับมหาวิทยาลัยที่มีอยู่ทั่วประเทศ เป็นทีมงานลงพื้นที่ในแต่ละโรงเรียนที่ร่วมโครงการ ก่อสร้างโรงเลี้ยงไก่ไข่ ทำแปลงปลูกผัก สร้างโรงเพาะเห็ด และทำบ่อเลี้ยงปลาดุกเพื่อนำไปขายที่ตลาด ส่วนไข่ ผัก เห็ดและปลานั้น นอกจากจะเป็นอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนแล้วยังมีผลผลิตเหลือเพียงพอที่จะให้ผู้ปกครองได้ซื้อกลับบ้านในราคาถูกอีกด้วย

จากการดำเนิน โครงการ “100 โรง-เรียนเกษตรพอเพียง” ของ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ทำให้บริษัทได้รับเลือกจาก องค์กรเอ็นเตอร์ไพรส์ เอเชีย (Enterprise Asia) ให้ได้รับรางวัล “Asia Responsible Entrepreneurship Awards” (AREA 2017) หรือ “ผู้ประกอบธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมดีเด่นแห่งเอเชีย 2017” สาขาการเสริมสร้างพลังทางสังคม (Social Empowerment) จากกว่า 230 โครงการใน 16 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียที่ผ่านการคัดเลือก และ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้รับรางวัลที่ 1

สำหรับโครงการ “Asia Responsible Entrepre-neurship Awards” (AREA) ก่อตั้งโดยองค์การ “Enterprise Asia” เป็นโครงการที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคเอเชีย มีวัตถุประสงค์ในการคัดเลือกและมอบรางวัล เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ประกอบการที่มีผลงานโดดเด่นในด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน

Enterprise Asia คาดหวังว่า รางวัลอันทรงเกียรติและโครงการดังกล่าวจะมีส่วนช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในทวีปเอเชียมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์โครงการที่มีประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ

ผอ. เดินตรวจสวนผัก.



นับเป็นความภาคภูมิใจของผู้ร่วมดำเนินโครงการ ที่ได้น้อมนำหลักปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” มาสืบสานต่อ โดยองค์กรในต่างประเทศเห็นความสำคัญและประโยชน์ จึงมอบรางวัลเกียรติยศนี้ ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยด้วย.


ฐิตาภา ทรงเผ่า–สุภาวดี ภักดิ์พิบูลย์

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้