วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนีกรรมไม่พ้น! 'น้องสาว' กิ๊กไอ้เก่ง รับเป็นคนซื้อปืน ขับรถไปส่งพาหนี

หลักฐานมัดแน่น รับเป็นคนซื้อปืน ขับรถไปส่งพาหนี

หนีกรรมไม่พ้น “น้องสาว” กิ๊กคนสวยของ “ไอ้เก่ง” หนุ่มการไฟฟ้า หลังสวน โดนแจ้งข้อหาหนักฐานร่วมกันฆ่า “น้องปอ” สาวทันตาภิบาล รพ.สต.สลุย เจ้าตัวอ้างถูกหลอกให้ขับรถเก๋งพาไปเคลียร์ปัญหารักสามเส้า ปฏิเสธหน้าตายไม่รู้แผนสังหารว่าที่เจ้าสาว แต่ยอมรับเป็นคนไปหาซื้อปืนเถื่อนในราคา 7 พันบาท ขณะที่ตำรวจงมเจอปืนลูกซองสั้นทูตมรณะ ถูกทิ้งอยู่ใต้สะพานห่างจุดเกิดเหตุ 15 กม. พร้อมกระสุนและหมวกไอ้โม่งหลักฐานสำคัญ ด้านมือยิงคอตกถูกคุมตัวฝากขังผัดแรก ไร้ญาติยื่นประกันต้องนอนเรือนจำ

คดีสะเทือนขวัญ กรณีคนร้ายสวมหมวกไหมพรม อำพรางใบหน้า บุกงัดบ้านพักเจ้าหน้าที่ที่ตั้งอยู่ด้านหลังโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสลุย หมู่ 5 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ใช้ปืนลูกซองสั้นจ่อยิง น.ส.นนทิญา หรือปอ ครัวจัตุรัส อายุ 25 ปี เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข รพ.สต.สลุย ว่าที่เจ้าสาวที่มีกำหนดจะเข้าพิธีวิวาห์ในอีก 5 วันข้างหน้า เสียชีวิตภายในห้องนอนชั้น 2 เหตุเกิดกลางดึกคืนวันที่ 18 ธ.ค. ต่อมาตำรวจจับกุมนายรณชัย หรือ เก่ง ปานชาติ พนักงานช่างหน่วย EO การไฟฟ้าส่วน ภูมิภาคหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร ว่าที่เจ้าบ่าวที่กำลังจะแต่งงานกัน สอบปากคำรับสารภาพเป็นผู้ก่อเหตุสังหารแฟนสาวจริง เพราะไม่อยากแต่งงานเนื่องจากแอบไปมีกิ๊กในที่ทำงานเดียวกัน

ความคืบหน้าของคดี เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 22 ธ.ค. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จ.ชุมพร พ.ต.อ.สำราญ มาเจริญ รอง ผบก. พ.ต.อ.เสริมศักดิ์ พ่วงเพชร ผกก.สส.ภ.จ.ชุมพร พ.ต.อ.พุฒิพงษ์ พานิชศิลป์ ผกก.สภ.สลุย พร้อมกำลัง ควบคุมตัว น.ส.นฤมล หรือน้องสาว ช่วยสมบัติ อายุ 23 ปี พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคหลังสวน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชุมพร ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น โดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในเมือง ในหมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร มาสอบปากคำในฐานะผู้ต้องหา หลังจากก่อนหน้านี้ได้สอบปากคำ ในฐานะพยาน เนื่องจากมีหลักฐานว่า น.ส.นฤมล เป็นกิ๊กสาวของนายรณชัย และเป็นผู้ขับรถเก๋งพาคนร้ายไปสังหาร น.ส.นนทิญา และพาหลบหนีหลังก่อเหตุเสร็จแล้ว

จากการสอบสวน น.ส.นฤมล ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพอ้างว่า คบหาสนิทสนมและมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนายรณชัยจริง ก่อนเกิดเหตุนายรณชัยได้ให้เงิน 7,000 บาท ไปหาซื้อปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก มาจากเพื่อนในหมู่บ้าน อ้างว่ามีศัตรูจะไว้ใช้ป้องกันตัว คืนเกิดเหตุวันที่ 18 ธ.ค. นายรณชัยให้ตนขับรถเก๋งซูซูกิ สวิฟท์ ทะเบียน 4 กจ 5648 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของตนมาจาก อ.หลังสวน ตั้งแต่ช่วงเย็น และให้ไปส่งที่หน้า รพ. สต.สลุย อ.ท่าแซะ ในช่วงเวลาราว 3 ทุ่ม บอกว่าจะไปเคลียร์ปัญหารักสามเส้ากับ น.ส.นนทิญา คู่หมั้น เมื่อส่งเสร็จ ตนได้ขับรถออกไปทำธุระ จากนั้นหลังเที่ยงคืน นายรณชัยโทรศัพท์ให้กลับเข้าไปรับเพื่อพากลับหอพักที่ อ.หลังสวน จากนั้นได้ขับรถไปตามถนนสายรองในหมู่บ้าน ตลอดทางนายรณชัยสั่งให้จอดรถนำสิ่งของบางอย่างโยนทิ้งในลำคลอง และป่าละเมาะหลายจุด ไม่คิดว่านายรณชัยจะไปฆ่า น.ส.นนทิญา ยืนยันว่าไม่รู้แผนการใดๆทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากพฤติกรรมตั้งแต่การจัดหาซื้อปืนเถื่อน การเตรียมการ กระทั่งมาร่วมกันก่อเหตุฆ่า น.ส.นนทิญา และเส้นทางการขับรถหลบหนี ระหว่างทางยังได้นำของกลางไปทิ้งไว้หลายจุด โดยตลอดเส้นทางทั้งขามาและกลับ เจ้าหน้าที่มีหลักฐานจากภาพกล้องวงจรปิดหลายจุดเป็นหลักฐานสำคัญของพฤติกรรมที่กระทำร่วมกัน จึงเป็นหลักฐานในการขออนุมัติหมายจับจากศาล จังหวัดชุมพรดังกล่าว หลังสอบสวนเจ้าหน้าที่นำตัว น.ส.นฤมลไปควบคุมที่ สภ.สลุย เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม และในวันที่ 23 ธ.ค.นี้ จะพาไปขออำนาจศาลจังหวัดชุมพร ฝากขังระหว่างการสอบสวนดำเนิน คดีต่อไป

พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จ.ชุมพร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า ตำรวจไม่แจ้งข้อกล่าวหา น.ส.นฤมลนั้น เบื้องต้นต้องสอบสวนในฐานะพยานก่อน แต่ไม่ได้บอกว่าจะกันไว้เป็นพยาน เมื่อมีหลักฐานเชื่อมโยงว่าร่วมกันกระทำความผิด จึงแจ้งข้อกล่าวหาและนำไปสู่การออกหมายจับ สำหรับนายรณชัยจากการสอบสวนได้รับสารภาพว่า ไม่ได้หวังทรัพย์สินเงินสินสอดตามที่ปรากฏเป็นข่าว แต่ตั้งใจเจตนาจะไปฆ่าเพราะหมดรัก น.ส.นนทิญาแล้วและถูกกดดันให้แต่งงาน อีกทั้งมีปัญหาเรื่องเงินกู้ที่ผู้ต้องหาได้ไปกู้มาจากสถาบันการเงินจำนวน 1 ล้านบาทด้วย ในส่วนทรัพย์สินทั้งเงินสินสอดและทองคำ 10 บาท ที่ฝ่ายครอบครัว น.ส.นนทิญาและครอบครัวนายรณชัยกล่าวอ้างกันไปมานั้น ตอนนี้ ยังไม่ปรากฏชัดเจนว่าเป็นของฝ่ายใครและอยู่ที่ไหน แต่ไม่ใช่ประเด็นหลักของสำนวนการสอบสวน อย่างไร ก็ตาม จะแสวงหาข้อเท็จจริงให้ปรากฏเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน ตำรวจ สภ.สลุย ได้คุมตัวนายรณชัย ผู้ต้องหาฆ่า น.ส.นนทิญา ว่าที่เจ้าสาว ไปขออำนาจศาลจังหวัดชุมพรฝากขัง ระหว่างออกจากโรงพัก ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงมูลเหตุจูงใจ นายรณชัยตอบเพียงสั้นๆว่าทุกอย่างเป็นข่าวไปหมดแล้ว จากนั้นรีบเดินขึ้นรถยนต์สายตรวจ ที่ตำรวจจอดรออยู่ เพื่อพาไปฝากขังผัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว ทั้งนี้ ไม่มีพ่อแม่และญาติของนายรณชัยเดินทางมายื่นขอประกันตัวแต่อย่างใด

ต่อมาเวลา 11.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จ.ชุมพร พ.ต.อ.พุฒิพงษ์ พานิชศิลป์ ผกก.สภ.สลุย พร้อมชุดประดาน้ำมูลนิธิชุมพร ลงงมหาปืนของกลางตามที่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่านำไปโยนทิ้งลงในคลอง บริเวณสะพานคลองคตศอก ถนนอ่างทอง-บ้านกลาง หมู่ 14 ต.หงส์เจริญ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ห่างจากจุดก่อเหตุ ฆาตกรรม น.ส.นนทิญา ประมาณ 15 กิโลเมตร ชุดประดาน้ำลงงมค้นหากระทั่งพบปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์จมอยู่ในน้ำ นอกจากนี้ ยังพบหมวกไหมพรมสีดำถูกทิ้งอยู่ในพงหญ้าริมตลิ่งข้างลำคลอง พร้อมกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 ที่ยังไม่ได้ยิงอีก 1 นัด ส่วนปลอกกระสุนที่ใช้ก่อเหตุ นักประดาน้ำงมเจออยู่ในน้ำใกล้ตลิ่ง เก็บรวบรวมทั้งหมดไว้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดีเพื่อส่งฟ้องต่อศาลต่อไป

ต่อมาเวลา 17.30 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 50 หมู่ 10 ต.ทุ่งระยะ อ.สวี จ.ชุมพร สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศพ น.ส.นนทิญา หรือปอ ครัวจัตุรัส เหยื่อว่าที่เจ้าบ่าวอำมหิต มีญาติพี่น้องมาช่วยกันจัดสถานที่เตรียมงานต้อนรับแขกเหรื่อที่จะมาฟังพระสวดอภิธรรมศพ ซึ่งสถานที่แห่งนี้เดิมจะเป็นสถานที่จัดพิธีวิวาห์ของ น.ส.นนทิญา กับนายรณชัย ในวันอาทิตย์ที่ 24 ธ.ค.นี้ แต่เมื่อเกิดเหตุร้ายขึ้น ญาติจึงต้องปรับเปลี่ยนสถานที่จากการจัดงานแต่งงาน มาเป็นการจัดงานศพแทน

นายเชาว์ ครัวจัตุรัส พ่อของ น.ส.นนทิญา เปิดเผยหลังทราบข่าวตำรวจจับกุม น.ส.นฤมล หรือสาว ช่วยสมบัติ กิ๊กของนายรณชัย หรือเก่ง ปานชาติ อดีตว่าที่ลูกเขยว่า ตำรวจทำได้รวดเร็ว สามารถจับกุมผู้ร่วมกระทำความผิด ตนและครอบครัวขอชื่นชม อย่างไรก็ตาม ขอให้ตำรวจช่วยตรวจสอบเงินที่หายไปทั้งในสมุดบัญชีธนาคารและเงินสดที่มีการถอนออกจากบัญชีว่าหายไปที่ไหน อยู่ที่ใคร เพื่อให้ ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายไม่รู้สึกคลางแคลงใจต่อกัน และไม่ให้สังคมเกิดข้อกังขา ตนจะตรวจสอบค้นหาเอกสารหลักฐานที่มีอยู่เพื่อนำมายืนยันมอบส่งให้ตำรวจด้วยเช่นกัน

“ส่วนเรื่องการฌาปนกิจศพลูกสาวยังไม่กำหนดวัน เพราะต้องรอญาติๆ ในต่างจังหวัดที่กำลังเดินทางมา สำหรับข่าวที่ออกไปจากบางสื่อว่าจะเผาศพลูกสาวในวันที่ 24 ธ.ค.นี้ ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ยืนยันว่าครอบครัวยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเป็นวันไหน ซึ่งวันดังกล่าวเป็นแค่วันที่ตรงกับกำหนดวันงานแต่งลูกสาวเท่านั้น” นายเชาว์กล่าว

หนีกรรมไม่พ้น “น้องสาว” กิ๊กคนสวยของ “ไอ้เก่ง” หนุ่มการไฟฟ้า หลังสวน โดนแจ้งข้อหาหนักฐานร่วมกันฆ่า “น้องปอ” สาวทันตาภิบาล รพ.สต.สลุย เจ้าตัวอ้างถูกหลอกให้ขับรถเก๋งพาไปเคลียร์ปัญหารักสามเส้า 23 ธ.ค. 2560 05:28 23 ธ.ค. 2560 06:38 ไทยรัฐ