วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ตู่’ เซ็นแล้วม.44 คลายล็อก-ให้ขยับ 3 ขยัก

พรรคใหม่ได้ลุย1มี.ค. กมธ.ถอยปปช.ดักฟัง จ่านิวจี้ซักฟอกรัฐบาล ‘ประวิตร’เดี้ยงนิ้วล็อก

หัวหน้า คสช.เซ็นคำสั่ง ม.44 แก้ พ.ร.บ.พรรค การเมือง ขยายเวลา 3 ขยัก คลายล็อกพรรคการ เมืองทำกิจกรรม “วิษณุ” ยันไม่กระทบโรดแม็ปเลือกตั้ง เผยสาระสำคัญร่น 1 เดือน ดีเดย์ 1 มี.ค.61 ให้พรรคใหม่จองชื่อ-หาสมาชิก ส่วนพรรคเก่า 1 เม.ย.เดินเครื่องเช็กสมาชิกภาพ หาทุนประเดิม แต่ยังห้ามประชุมใหญ่ ต้องรอ ครม.ตั้งแท่นชง คสช.ปลดล็อกกฎเหล็กหลัง พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.ประกาศใช้ “ไพบูลย์” ชงขึงอำนาจ คสช.จนประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สนช.รุมถล่มยับ ก.ม.ติดหนวด ป.ป.ช. กมธ.ยอมถอยตัดทิ้งอำนาจดักฟัง จบไม่ลงต่อวีซ่า ป.ป.ช.ปัจจุบันยื้อไปลงมติ 25 ธ.ค. เพจดังแฉไม่หยุดปาเต๊ะ ฟิลลิป เรือนที่ 7 “บิ๊กป้อม” มูลค่า 3.6 ล้าน “ประวิตร” เดี้ยงมือขวานิ้วล็อก “บิ๊กตู่” โอ่ปีใหม่คนไทยรอรับสิ่งดีๆกำลังมา ยกบทวิเคราะห์ต่างชาติเย้ยหมดยุคผู้แทนฯ ปัดโยกอำนาจ คสช.ซุก กอ.รมน.

จากกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีมติให้ใช้อำนาจมาตรา 44 คลายล็อกให้พรรค การเมืองดำเนินการทางธุรการได้ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ได้ลงนามในคำสั่งดังกล่าวแล้ว โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯระบุจะมีการแก้ไข พ.ร.บ.พรรคการเมือง ขยายเวลาการดำเนินการของพรรคการเมืองแบ่งเป็น 3 ช่วง หลังประกาศใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.แล้วถึงจะปลดล็อกพรรคการเมือง

“บิ๊กตู่” มอบนโยบาย กอ.รมน.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 22 ธ.ค. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เป็นประธานกล่าวมอบนโยบายในงานสรุปผลการปฏิบัติงาน ประจำปี 2560 และแถลงแผนการปฏิบัติงาน ประจำปี 2561ของ กอ.รมน.เพื่อให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องด้านความมั่นคง ได้นำไปยึดถือเป็นแนวทางการปฏิบัติงานต่อไป โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.หัวหน้าส่วนราชการด้านความมั่นคง กอ.รมน.กลาง กอ.รมน.ภาค และ กอ.รมน.จังหวัด และส่วนราชการผู้ปฏิบัติงานหลัก กอ.รมน.เข้าร่วม โดยก่อนการประชุมนายกฯได้กล่าวทักทายผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “วันนี้อากาศเย็นนะ”

ห่วง “บิ๊กป้อม” ล้มที่แท้แค่นิ้วล็อก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุม กอ.รมน.ทันทีที่ พล.อ.ประวิตรลงจากรถเดินเข้าตึกสันติไมตรี ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นที่ข้อมือจนถึงฝ่ามือด้านขวาของ พล.อ.ประวิตร ถูกพันด้วยผ้ายืดบรรเทาอาการเคล็ดขัดยอก ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า เกิดอะไรขึ้น ข้อมือขวาเป็นอะไร พล.อ.ประวิตรไม่ตอบคำถามและไม่ได้สัมภาษณ์ เดินเข้าห้องรับรองตึกสันติไมตรี ไปทันที ผู้สื่อข่าวสอบถามผู้ใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร ได้รับคำตอบว่า “นายเป็นนิ้วล็อก” นอกจากนี้นายกฯยังได้สอบถาม พล.อ.ประวิตรเช่นเดียวกันในช่วงที่ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ ออกมารอต้อนรับนายกฯบริเวณทางเชื่อมตึกไทยคู่ฟ้าและตึกสันติไมตรีว่า “ล้มมาหรือพี่” โดย พล.อ.ประวิตร ตอบว่า “เกิดอาการนิ้วล็อก” ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ หยอกล้อตอบแทนว่า “ท่านต่อยผมมา” โดย พล.อ.ประวิตรยิ้ม แต่ไม่ได้ตอบโต้อะไร

โต้เพิ่มภารกิจทหารไม่เกี่ยวการเมือง

ต่อมาเวลา 11.15 น. ภายหลังการประชุม กอ.รมน. พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการทำงาน กอ.รมน.ปี 60 ว่า มีความก้าวหน้าหลายประเด็น แต่ยังพอใจไม่ได้ ต้องทำต่อ เราได้ทำกฎหมายเพิ่มเติมของ กอ.รมน.ขึ้นมาให้เข้าไปรับผิดชอบงานภัยพิบัติด้วย ไม่ใช่เรื่องทางการเมือง เพราะไม่มีกฎหมาย แต่ต้องไปช่วยเหลือประชาชน นอกจากเรื่องดูภัยความมั่นคงจากน้ำมือมนุษย์แล้วยังมีภัยพิบัติ ทั้งน้ำท่วม ฝนแล้ง ไม่อย่างนั้นต้องไปดูแลด้วยกฎหมายปกติมันยุ่งยาก การปรับอัตราตำแหน่งให้มีตำแหน่งงานหลักอยู่ในแผนการลดกำลังของกองทัพ เพราะ กอ.รมน.เป็นของรัฐบาล ไม่ใช่ของกองทัพ วันนี้เตรียมการให้รัฐบาลหน้าให้บริหารจัดการได้ มีคณะกรรมการอำนวยการระดับส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนจังหวัด นายกฯมีอำนาจสั่งการอยู่แล้ว แต่หน้าที่ กอ.รมน.ไม่ได้ไปสั่งการใคร เป็นหน้าที่บูรณาการประสานงาน ร่วมมือติดตามประเมินผล และทำทุกอย่างให้สงบเรียบร้อย ไม่ได้ทำเพื่องานการเมือง ขอเน้นตรงนี้ อย่ามองทุกอย่างเป็นการเมืองไปหมด

ปัดโยกอำนาจ คสช.ซุก กอ.รมน.

เมื่อถามว่า หลังจากนี้งานของ คสช.จะได้ผ่องถ่ายให้ กอ.รมน.ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่เกี่ยว คนละเรื่อง คสช.คือ คสช.ไม่เกี่ยว เมื่อไหร่ที่มีรัฐบาลใหม่ คสช.ก็ไม่มีจบ ไม่ได้ผ่องถ่ายอะไร เมื่อถามว่า บางงานของ คสช.ก็ไปอยู่ใน กอ.รมน. เช่น การสร้างความปรองดอง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “แล้วไง กอ.รมน.มีกฎหมายพิเศษอะไรหรือเปล่า คุณจะไปยุ่งวุ่นวายตรงนั้นเรื่องของผม คสช.คือ คสช. กอ.รมน.คือ กอ.รมน.คือหน่วยงานปกติ แต่ คสช.คือหน่วยงานไม่ปกติ ถ้าปกติมันจะมีทำไม คสช.” เมื่อถามว่า จะทำอย่างไรให้งานไม่ซ้ำซ้อน พล.อ.ประยุทธ์ตอบอย่างมีอารมณ์ว่า “ก็มันไม่ซ้ำอยู่แล้ว ใครจะโง่ไปทำให้มันซ้ำเล่า มันอยู่ที่เธอคิดให้มันซ้ำนั่นแหล่ะ”

เซ็นแล้ว ม.44 ขยายเวลาธุรการพรรค

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยว่า ขณะนี้ตนได้ลงนามในคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 เรื่องการขยายกรอบเวลาดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ให้สามารถดำเนินงานธุรการแล้ว ตนเป็นคนเจอปัญหาก็ต้องแก้ไข โดยแก้ไขด้วยวิธีการของตน ไปอ่านเอาเอง สงสัยก็ถามมา

“วิษณุ” ชี้แบ่ง 3 ขยักหลัง 1 เม.ย.ปลดล็อก

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คาดว่าในวันที่ 22 ธ.ค. จะประกาศคำสั่งมาตรา 44 เรื่องการขยายเวลาให้พรรคการเมืองได้ดำเนินการเรื่องต่างๆ โดยเป็นการแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง สาระสำคัญจะกำหนดให้พรรคการเมืองทั้งเก่าและใหม่ได้ดำเนินการตามกรอบเวลา 3 ระดับ 1.นับตั้งแต่วันประกาศคำสั่งมาตรา 44 ไปจนถึงวันที่ 1 มี.ค.2561 2.จากวันที่ 1 มี.ค. 2561 ไปจนถึง 1 เม.ย.2561 3.จากวันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป และหลังจากนั้นจะมีการปลดล็อกพรรคการเมือง โดยจะยกเลิกประกาศ คสช.และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการเลือกตั้งโดยเสรี

ยันไม่กระทบโรดแม็ปเลือกตั้ง

นายวิษณุกล่าวอีกว่า คำสั่งดังกล่าวจะผ่อนคลาย โดยเห็นว่าพรรคการเมืองใหม่หากให้พรรคใหม่เดินหน้าพร้อมกับพรรคเก่าจะทำให้เสียเปรียบ เพราะยังไม่ถือเป็นพรรคการเมือง จึงต้องร่นเวลาเผื่อให้เตรียมการ 1 เดือนเพื่อจองชื่อพรรค หาสมาชิกพรรคไม่ต่ำกว่า 500 คน ก่อนประชุมจัดตั้งพรรค จากนั้นจึงยื่นขอจดทะเบียนพรรค หลังจากนั้นนายทะเบียนจะใช้เวลาประมาณ 30 วันพิจารณาว่าจะให้ตั้งพรรคได้หรือไม่ ส่วนพรรคการเมืองเก่า คสช.จะคลายล็อกให้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป เพื่อให้ตรวจสอบสมาชิกภาพพรรค หาทุนประเดิม แต่ยังไม่อนุญาตให้ประชุมใหญ่ จะประชุมใหญ่ได้ต้องรอให้ปลดล็อกเสียก่อน แต่จะปลดล็อกเมื่อไรต้องดูในคำสั่งมาตรา 44 ข้อสุดท้ายแล้วจะเข้าใจ พรรคเก่าหากจำเป็นจะต้องเปิดประชุมกรรมการบริหารเพื่อดำเนินการเรื่องต่างๆ สามารถขออนุญาตมายัง คสช.ได้ ขอให้ค่อยๆอ่านเพื่อความเข้าใจ อ่านไปอย่ายัวะไป ก่อนออกคำสั่ง คสช.ได้ประเมินแรงกระเพื่อมทางการเมืองไว้แล้ว จากคำสั่งดูแล้วไม่ทำให้ใครเดือดร้อนหรือเสียประโยชน์ และประชาชนได้ประโยชน์ การขยายกรอบเวลาครั้งนี้ยังไม่มีอะไรที่ทำให้เหลื่อมล้ำเวลาของโรดแม็ปที่วางเอาไว้ ยืนยันว่าการเลือกตั้งยังอยู่ในโรดแม็ปเดิมที่ได้แจ้งเอาไว้ เว้นแต่จะมีตัวแปรอย่างอื่น ซึ่งไม่มีใครรู้และไม่อยากพูดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น

ม.44 ให้พรรคทำธุรการตั้งแต่ 1 มี.ค.61

ค่ำวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง หัวหน้า คสช.อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญ ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ให้ยกเลิกความในมาตรา 140 มาตรา 141 และมาตรา 142 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน ให้พรรคการเมืองที่ยังดํารงอยู่ในวันก่อนวันที่กฎหมายดังกล่าวใช้บังคับ เป็นพรรคการเมืองต่อไป และให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ดํารงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่ พ.ร.บ.นี้ใช้บังคับ สมาชิกซึ่งประสงค์จะเป็นสมาชิกพรรคการเมืองต่อ มีหนังสือยืนยันการเป็นสมาชิกต่อหัวหน้าพรรค การเมือง พร้อมแสดงหลักฐานการมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม และชําระค่าบำรุงพรรคการเมืองภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ 1 เม.ย.2561 และให้พรรค การเมืองจัดให้มีทุนประเดิมพรรค 1 ล้านบาท รวมถึงชําระค่าบำรุงพรรคการเมืองด้วย โดยแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ 1 เม.ย.2561 และแจ้งให้คณะกรรมการ กกต.ทราบภายใน 15 วัน ส่วนการจัดประชุมใหญ่เพื่อแก้ไขข้อบังคับและจัดทําคําประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองและนโยบายของพรรค และเลือกหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรค ที่ต้องมีสมาชิกพรรครวมกันไม่น้อยกว่า 250 คนเข้าร่วมประชุมด้วย ยังไม่สามารถกระทำได้

ปลดล็อกรอ ก.ม.เลือกตั้ง ส.ส.คลอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำสั่งหัวหน้า คสช.ยังระบุด้วยว่า เพื่อให้การจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ดำเนินการทางธุรการและมีโอกาสเตรียมการเพื่อเข้าสู่ช่วงเวลาการทํากิจกรรมทางการเมืองไปพร้อมกับพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นก่อนแล้ว ให้ผู้ประสงค์จะจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ดำเนินการตามกฎหมายดังกล่าวได้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2561 แต่การประชุมเพื่อยื่นคําขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมือง ต้องได้รับอนุญาตจาก คสช.เท่านั้น รวมถึงเมื่อมีการประกาศ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ สนช.ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ ครม.แจ้ง คสช.เพื่อพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกกฎหมาย ประกาศ คสช. หรือคําสั่ง คสช.อันเป็นอุปสรรคต่อ การดำเนินการของพรรคการเมือง และร่วมกันจัดทําแผนและขั้นตอนการดำเนินการทางการเมือง เพื่อนําไปสู่การเลือกตั้งทั่วไป โดยให้หารือกับ กกต. กรธ. ประธาน สนช. และจะเชิญผู้แทนพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองต่างๆเข้าหารือด้วย คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 22 ธ.ค.2560

แฉปาเต๊ะ ฟิลลิปเรือนที่ 7 “บิ๊กป้อม”

อีกเรื่อง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเพจเฟซบุ๊ก ซีเอสไอ แอลเอ เดินหน้าเกาะติดการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม โดยล่าสุดระบุว่า เรือนที่ 7 เป็นนาฬิกาทองคำ 18k ของ Patek Philippe (Patek Philippe Gold Perpetual Calendar รุ่น 3970) ราคาตลาดอยู่ที่ 3.6 ล้านบาท หรือ $110,000 ภาพนี้ได้มาจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ออนไลน์ ฉบับวันที่ 26 เม.ย.2559 หัวข้อข่าว “ปฏิรูปตำรวจ เวิร์กมั้ย?” ตัดเงินตำแหน่งเกลี้ยงบัญชี ลูก-เมีย ไม่มีจะกิน https://www.thairath.co.th/content/611484 โดยเพจดังกล่าวได้ลงภาพ พล.อ.ประวิตร ขณะสวมใส่นาฬิกาเรือนดังกล่าว พร้อมข้อมูลรายละเอียดนาฬิกาประกอบเนื้อหาการโพสต์

ป.ป.ช.เชื่อ “ประวิตร” รู้ควร-ไม่ควร

พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทรัพย์สินของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กรณีถูกตั้งข้อสงสัยไม่ได้แจ้งนาฬิกาและแหวนเพชรในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.ว่า ยังไม่ทราบว่า พล.อ.ประวิตรส่งหนังสือชี้แจงมาแล้วหรือไม่ เพราะสำนักตรวจสอบทรัพย์สินที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวยังไม่ได้รายงาน แต่เรื่องนี้มีกรอบเวลาอยู่แล้ว การยื่นบัญชีทรัพย์สินกำหนดให้ยื่นแค่ตอนเข้ารับตำแหน่ง และตอนพ้นตำแหน่ง ในช่วงที่ยังดำรงตำแหน่งไม่ได้กำหนดให้ยื่นบัญชีทรัพย์สิน เมื่อเรื่องดังกล่าวมีการร้องเรียน เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบ คงไม่มีปัญหา เพราะ พล.อ.ประวิตรเป็นผู้ใหญ่แล้ว รู้ว่าควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร ไม่ต้องห่วง

สนช.ถกต่อกฎหมาย ป.ป.ช.

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการ ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต วาระ 2 และ 3 ต่อจากเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. โดยการพิจารณาอยู่ที่มาตรา 37/1 ที่คณะกรรมาธิการฯร่างขึ้นมาใหม่ ทั้งมาตรา เรื่องการเพิ่มอำนาจให้ ป.ป.ช.สามารถดักฟังข้อมูลได้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ในฐานะตัวแทนกรรมาธิการเสียงข้างมาก อภิปรายยืนยันว่า ป.ป.ช.ไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากอำนาจดังกล่าวเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานของ ป.ป.ช.ในการปฏิบัติหน้าที่ที่เข้มแข็ง ป.ป.ช.ต้องแสวงหาเครื่องมือใหม่มาใช้ให้การทำงานมีประสิทธิภาพ และผู้ที่เกี่ยวข้องเอง สามารถร้องคัดค้านได้ตลอดเวลาทุกขั้นตอน อีกทั้งเหตุอันควรในการยื่นขอเข้าถึงข้อมูล ไม่ใช่ดุลพินิจของคนคนเดียว แต่ต้องเป็นมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ถือเป็นการตรวจสอบพนักงาน ป.ป.ช.อยู่แล้ว ป.ป.ช.ไม่ใช่องค์กรกึ่งตุลาการ ดังนั้น สมาชิก สนช. กรุณามองประเด็นที่เราเอากฎหมายจริงๆมาเสนอ แต่จะให้หรือไม่ ขอให้เป็นดุลพินิจของท่าน

โดนถล่มยับยอมตัดทิ้งดักฟัง

พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ประธาน กมธ. กล่าวว่า การดักฟังถือเป็นเครื่องมือที่มีความจำเป็น แต่ กมธ.ไม่ต้องการให้สภาเสียเวลากับปัญหาดังกล่าว และเห็นว่าเวลายังไม่เหมาะสม จึงขอถอนมาตรา 37/1 รวมถึงมาตรา 37/2 และมาตรา 37/3 ออกไป ประกอบกับที่จะมีแนวคิดแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) จะมีประเด็นดังกล่าวอยู่แล้ว

ต่อวีซ่า ป.ป.ช.ยืดเยื้อลงมติ 25 ธ.ค.

จากนั้นเวลา 16.20 น. ที่ประชุม สนช.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) วาระ 2 และ 3 มีการถกเถียงเข้มข้นใน มาตรา 178 ที่ กมธ.วิสามัญฯปรับแก้ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระ 9 ปี จากเดิมที่ กรธ.เขียนให้อยู่ต่อเฉพาะคนที่มีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ โดย กมธ.เสียงข้างน้อยอภิปรายคัดค้านขอให้คงหลักการเดิม เพราะหากผ่านกฎหมายแบบนี้ หลักการอาจขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่ง พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ประธานคณะ กมธ.ยืนยันว่าไม่ได้พิจารณาบทบัญญัติมารองรับใคร จากนั้น ที่ประชุม สนช.ไม่ได้มีการแก้ไขเนื้อหาในมาตรา 178 ยังคงเนื้อหาตามที่ กมธ.เสียงข้างมาเสนอมา ภายหลังสมาชิก สนช.อภิปรายเสร็จสิ้น นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. แจ้งต่อที่ประชุมว่า การลงมติเป็นรายมาตราในวาระ 2 และการให้ความเห็นชอบในวาระ 3 จะมีขึ้นในวันที่ 25 ธ.ค. เวลา 10.00 น.

“ไพบูลย์” ชง คสช.อยู่จนรับรองผล ลต.

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานเครือข่ายประชาชนปฏิรูป เดินทางมาให้ข้อมูลและชี้แจงข้อเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเสนอแนะและรวบรวมความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย เป็นประธาน ส่วนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ไม่ได้มาชี้แจง แต่ทำหนังสือชี้แจงแทน โดยนายไพบูลย์แถลงว่า ข้อเสนอของตนเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของพรรคการเมืองเดิมและพรรคการเมืองใหม่ ขอให้แก้ไขมาตรา 140 และ 141 ให้สมาชิกที่ยังไม่จ่ายค่าสมาชิกพ้นสมาชิกภาพทันที ไม่ติดใจถ้าไม่มีการแก้ไข ส่วนการขอให้งดเว้นกระบวนการไพรมารี่โหวต ให้พรรคการเมืองเดิมและการเมืองใหม่ส่งผู้สมัครได้ทันต่อการเลือกตั้งในเดือน พ.ย.61 ที่ประชุมเกือบทั้งหมดต่างเห็นด้วย และเพื่อให้การดูแลความสงบเรียบร้อยของ คสช.ดำเนินไปได้ จึงเสนอให้คงอำนาจ คสช.จนกว่า กกต.จะประกาศรับรองผลเลือกตั้ง

“สมชัย” ขู่ สนช.ระวังถูกฟ้องตามหลัง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.กล่าวถึงการพิจารณารายชื่อ กกต.ชุดใหม่ของ สนช.ว่า เพิ่งเห็นวาระการประชุมที่ถูกบรรจุวาระเร่งด่วนในวันที่ 22 ธ.ค. เรื่องการพิจารณาให้ความเห็นชอบ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.ที่เลื่อนมาจากเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.โดยแจ้งว่าได้รับคำตอบจากศาลฎีกายืนยันแล้วว่า การลงคะแนนเป็นไปโดยเปิดเผย เมื่อดูในรายละเอียดเอกสารการประชุมยังเป็นเอกสารเดิม ไม่มีเรื่องแนบใหม่เกี่ยวกับคำตอบของศาลฎีกา สนช.ต้องพิจารณาว่าเป็นเหตุผลที่รับได้หรือไม่ ไม่ใช่แค่ผู้ตอบเป็นศาลฎีกาเมื่อยืนยันแล้วว่าเปิดเผยคือเปิดเผยแล้วดำเนินการต่อ ความรับผิดชอบของ สนช. คือ ทำทุกเรื่องให้ถูกต้องเสร็จสิ้นปราศจากความเคลือบแคลงสงสัย หาก สนช.ยังเดินหน้าต่อ เกรงว่าสนช.ทั้งสภาอาจต้องรับผิดชอบในฐานะเจ้าพนักงานของรัฐกระทำการโดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการ และเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวจะนำไปสู่การฟ้องร้องตามมา

“จ่านิว” จี้เปิดซักฟอก–สอยรัฐบาล คสช.

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่บริเวณด้านหน้าสวนสัตว์ ดุสิตเขาดินวนา ฝั่งตรงข้ามอาคารรัฐสภา นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มสตาร์ทอัพพีเพิล พร้อมมวลชนยืนอ่านจดหมายเปิดผนึกถึงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เรื่อง ขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจและลงมติถอดถอนรัฐบาล คสช.ทั้งคณะ เนื่องด้วยประเทศเศรษฐกิจตกต่ำเสี่ยงมากขึ้น ประชาชนเดือดร้อนอย่างมาก นานาประเทศไม่ให้การยอมรับ คสช.จับกุมคนที่วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ใช้ความรุนแรงกับนักศึกษา ละเมิดสิทธิมนุษยชน และมีข่าวการทุจริตในรัฐบาล คสช.หนาหูมากขึ้น ตลอดจนเอื้อประโยชน์ในวงพรรคพวกพี่น้องในรัฐบาล คสช.อย่างแพร่หลาย ขอเรียกร้องให้ สนช.เปิดอภิปรายและลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล คสช.ทั้งคณะ ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญ 2560 จากนั้นจึงเข้าไปในอาคารรัฐสภา 3 เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องต่อนายพงศ์กิตติ์ อรุณภักดีสกุล ที่ปรึกษาด้านการเมืองการปกครองและการบริหารจัดการของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา พร้อมระบุหากถึงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ม.ค.61 แล้ว สนช.ยังไม่ดำเนินการ กลุ่มสตาร์ทอัพพีเพิล และประชาชนจะเปิดเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเองทั้งประเทศ

“อ๋อย” ขึ้นศาลสืบพยานปัดปลุกระดม

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กรมพระธรรมนูญ นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางมาขึ้นศาลทหาร เพื่อสืบพยานฝ่ายโจทย์นัดที่สามคดีความผิดตามมาตรา 116 และเขียนบทความเป็นภาษาอังกฤษลงระบบออนไลน์ มีเนื้อหาเข้าข่ายขัด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากกรณีปาฐกถาที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทยช่วง พ.ค. 57 โดยมีนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ รวมทั้งประชาชนบางส่วนเดินทางมาให้กำลังใจ นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากสถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยเข้าร่วมสังเกตการณ์ ขณะที่นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความกล่าวว่า จะซักค้านพยานโจทก์ ในเอกสารข้อความภาษาอังกฤษมีส่วนใดที่ คสช.เห็นว่าขัดต่อกฎหมาย เข้าข่ายปลุกระดม ยืนยันว่าการแสดงความคิดเห็นตามกรอบกฎหมาย ไม่ใช่การปลุกระดม

อัด คสช.ละเมิดสิทธิซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “สิทธิมนุษยชนแบบคสช.” ได้ไปให้กำลังใจนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาฯที่ศาลทหารกรุงเทพ เมื่อวันที่ 20 พ.ย.ครม.มีมติให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ แต่คสช.และรัฐบาลยังคงละเมิดเสรีภาพขั้นพื้นฐาน เช่น ใช้กฎหมายความมั่นคงและกฎหมายคอมพิวเตอร์จัดการกับผู้เห็นต่าง หรือเอาพลเรือนขึ้นศาลทหาร ขัดกับข้อ 10 ของปฏิญญาสากลฯ ได้แก่ คดีของไผ่ ดาวดิน คดีนายจาตุรนต์และคดีที่ตนเป็นจำเลย เพราะศาลทหารไม่ได้เป็นไปตามหลักพื้นฐานความเป็นธรรมของตุลาการ ที่แย่คือทุกคดีล้วนเกิดขึ้นจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนของ คสช.ทั้งสิ้น กำหนดความผิดและโทษขึ้นตามอำเภอใจ ตีความตามใจชอบ เอาคนที่ต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิของความเป็นคนมาขึ้นศาลทหาร อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ยังกล้าออกไปโกหกประชาคมโลกและคนไทยด้วยการออกมติ ครม.ให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ ช่างย้อนแย้งจนไม่น่าเชื่อว่าคนสติปกติจะทำได้

“หมวดเจี๊ยบ” โวยข่มขู่สร้างความกลัว

ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมาย คสช.แจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพิ่มเติมฐานความผิดนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ว่าสะท้อนถึงการกระทำของรัฐบาล คสช.ที่ปฏิบัติต่อผู้มีความเห็นต่าง ใช้อำนาจปิดปาก ปิดหู ปิดตา สิ่งที่ทำกับตน เป็นการส่งสัญญาณถึงบุคคลอื่นไม่ให้กล้าตรวจสอบ รัฐบาลกำลังสร้างความกลัวกับคนในสังคม เป็นเรื่องที่น่ากังวลกว่าเรื่องที่ตนถูกดำเนินคดี ถึงอย่างไรตนก็ไม่หยุดวิพากษ์วิจารณ์ ก่อนหน้าที่วิจารณ์เพราะเห็นว่ารัฐบาลใช้อำนาจไม่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม แต่กลับถูกยัดคดีเพิ่มเติม การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของตนเพื่อตรวจสอบการทำงาน ไม่ได้เป็นการทำลายความมั่นคงของประเทศ การนำเอาคดีความมั่นคงมาดำเนินการถึงไม่สมเหตุสมผล

คสช.แจ้งความเพิ่มอีก 2 ข้อหา

วันเดียวกัน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) คสช.มอบหมายให้ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการ ประจำ บก.ทบ.เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ดำเนินคดีกับผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า “หมวดเจี๊ยบ 1 sunisa Divakorndumrong” ที่โพสต์ข้อความเท็จและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2560 เวลา 01.01 น. ข้อความว่า ไม่มีรัฐบาลดีๆที่ไหนในโลก ที่อยากให้ประชาชนของตนเอง ไม่มีความคิด เชื่อง ควบคุมง่าย รอรับคำสั่งอย่างเดียว มีแต่พวกเผด็จการเท่านั้น ที่อยากเห็นประชาชน ทำตัวเหมือน “หุ่นยนต์เดินได้” ไม่ต้องคิดเยอะ ไม่ต้องสงสัย ไม่ต้องตั้งคำถาม เวลาได้ยินคำแก้ตัวว่า ลูกของคุณตกบันไดเสียชีวิต หรือยืมนาฬิกาเพื่อนมาใส่ และเพื่อนเพิ่งตาย เมื่อได้ยินแล้ว ก็ควรหุบปากไป ไม่ต้องพูดมากฯ

นายกฯโอ่เตรียมรับสิ่งดีๆกำลังมา

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนว่าช่วงนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่ที่คนไทยนิยมส่งความสุขถึงกัน โอกาสนี้อยากให้ชาวไทยมีความสุขที่ยั่งยืน ใครมีความฝันขอให้สมหวังด้วยการลงมือทำ ไม่ต้องรอโชคชะตาฟ้าลิขิต รอการเลือกตั้ง รอรัฐบาลใหม่ ต้องทำตั้งแต่วันนี้ ไม่มีพรใดจะสัมฤทธิ์ได้ ถ้าเราไม่กล้าเผชิญหน้ากับปัญหาด้วยปัญญา เราจะเป็นกำลังใจให้แก่กันตลอดไป รัฐบาลและ คสช.ไม่ได้คำนึงถึงของขวัญปีใหม่เฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ สิ่งที่ตนปรารถนาคือการนำพาบ้านเมืองไปสู่ความสุขที่ยั่งยืนเป็นของขวัญในวันหน้าให้กับลูกหลาน ขอให้ทุกคนเตรียมความพร้อม สำหรับการเปลี่ยนแปลงสิ่งดีๆกำลังจะเกิดขึ้น เราต้องช่วยกัน ถ้าเราร่วมกันสร้างความดีสำเร็จแน่นอน

ยกบทความ ตปท.ซัดหมดยุคผู้แทนฯ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ในเรื่องของประชาธิปไตย ได้มาจากการอ่านหนังสือ “เศรษฐกิจดิจิทัล” เขียนโดยดอน แท็ปสก็อต เป็นนักเขียนที่ได้รับความนิยมเจ้าของหนังสือ “วิกิโนมิกส์” และ “โกรวน์ อัพ ดิจิทัล” แปลและเรียบเรียงโดย พรศักดิ์ อุรัจฉัทชัยรัตน์ หลายประเทศในโลกประสบปัญหาทางการเมืองคล้ายกัน โตมากขึ้นตามจำนวนประชากร แนวโน้มที่ประชาชนจะเลือกงดออกเสียง ยังไม่นับกลุ่มคนที่ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อนักการเมือง พรรคการเมืองอะไรก็แล้วแต่ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา คนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยลงต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี หรือแม้แต่สหรัฐฯ ที่เคยมีผู้ออกไปใช้สิทธิ์เกือบ 90% ในปี 1992 ลดลงมาเหลือประมาณ 66% ในปี 2012 กล่าวได้ว่าประชาธิปไตยในรูปแบบของสภาผู้แทนอาจหมดสมัยไปแล้ว กลายเป็นยุคประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม คนต่างประเทศเขียนมา เราก็เอามาคิดดูว่าควรจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต วันนี้เราคิดเพื่ออนาคต

แนะหลักการเตือนสตินักการเมือง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า หลักการที่ว่ามามี 5 ประการที่ต้องคำนึงถึง ดังต่อไปนี้ 1.ความซื่อสัตย์ (ของนักการเมือง) นับเป็นหลักการพื้นฐานสำคัญสุดในการสร้างศรัทธาจากประชาชน เลือกตั้งต้องโปร่งใส เปิดเผย และยุติธรรม สื่อสารกับผู้คนด้วยข้อมูลที่เป็นจริง ต้องไม่บ่อนทำลายสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ไม่โจมตีให้ร้ายผู้อื่น ตนก็พยายามทำตรงนี้อยู่ไม่เคยไปริเริ่มไปให้ร้ายใครก่อนทั้งสิ้นเลย และจะไม่ไปตอบโต้อะไรอีกต่อไป ไม่ว่าจะใครก็ตาม 2.ความรับผิดชอบ (ของประชาชน) ต้องไม่สนับสนุนนักการเมืองที่เห็นแก่เงิน ใช้เงินลงทุนเข้าสู่การเมืองแสวงหาผลประโยชน์ให้ได้ในอนาคต อันนี้แยกกันให้ออกว่าอะไรผลประโยชน์ส่วนรวมส่วนตัว ทุจริตโครงการ หรือทุจริตส่วนตัว ก็ไปว่ากันมา 3. การพึ่งพาอาศัยกันจากภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และสังคม ช่วยกันสร้างชุมชนที่แข็งแรง อันนี้เราก็มีประชารัฐค่อนข้างจะตรงกันตรงนี้ 4.การเข้าถึงจิตใจประชาชน นักการเมือง และรัฐบาล สามารถแบ่งปันและสร้างความเข้าใจกับประชาชนได้ง่ายขึ้น ผ่านเทคโนโลยี เช่น อินเตอร์เน็ตช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วม ถือเป็นประชาธิปไตยภาคประชาชน และ 5.ความโปร่งใสจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น ทั้งยังเป็นแกนกลางที่สร้างความไว้วางใจ

ยอมรับ 3 ปีเศรษฐกิจแก้ไม่ตก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า กรณีเศรษฐกิจของประเทศที่ผ่านมา มีหลายคนไม่ว่านักวิชาการ นักการเมือง สื่อ ทั้งเจตนาดี เจตนาบริสุทธิ์ ไม่บริสุทธิ์วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล เรื่องการแก้ปัญหาความยากจน ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ เราไม่สามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ในเวลาอันรวดเร็ว 3 ปี จะบอกว่ามันตั้ง 3 ปีไปแล้วแต่ปัญหาเหล่านั้นมันเกิดมาหลายสิบปี บางครั้งบางเรื่องตนต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ตน หรือ คสช. รัฐบาลเลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งก็ต้องช่วยพยายามแก้ไขกันต่อไปอะไรที่ไม่เปลี่ยนแปลงมันก็แก้ไม่ได้ทั้งหมด เพราะแก้แบบเดิมๆไม่ได้แล้ว ปัญหาที่เราเผชิญอยู่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ปัญหาเชิงโครงสร้างที่หยั่งรากลึกมายาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ แตกต่างกันตั้งแต่สังคม ฐานะ อาชีพ รายได้และศักยภาพ ขีดความสามารถเป็นข้อเท็จจริงหลีกเลี่ยงไม่ได้

“บิ๊กเจี๊ยบ” เน้นพูดคุยตัดไฟแต่ต้นลม

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.กล่าวถึงการดูแลการเคลื่อนไหวทางการเมืองในปี 2561 ว่าไม่เปลี่ยนแปลงไปจากปีนี้ สิ่งที่ห่วงคือการเคลื่อนไหวทางโซเชียลมีเดีย เพราะสร้างความเกลียดชังติดตามตรวจสอบอยู่ เมื่อถามว่าถ้ายังมีการเคลื่อนไหวทางโซเชียลมีเดียปีหน้ายังจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยตอบว่า นายกฯยืนยันแล้ว คงเป็นไปตามนั้น ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบเวลา แม้ปีหน้าตนจะเกษียณอายุราชการ แต่มีคนมาสานงานต่อ กรอบความคิดแนวทางของคสช. และกองทัพบกยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ส่วนมาตรการต่างๆของ คสช. ถ้ามีอะไรเราเน้นพูดคุยทำความเข้าใจ ตีกรอบให้อยู่ในจุดที่พอควร เหมือนคำโบราณว่า ตัดไฟเสียแต่ต้นลมดีกว่าปล่อยให้ลุกโชนแล้วค่อยไปดับ เชื่อว่าทุกคนก็เข้าใจ รวมถึงพรรคการเมือง ทั้งหมดต้องพูดคุยกันเดินตามกฎกติกา เพื่อให้มีการเลือกตั้งตามที่ทุกคนมุ่งหวัง

มทภ.1 สั่งเข้มพื้นที่เคาต์ดาวน์

ที่สนามกีฬากองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะ ผบ.กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) กองทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงมาตรการอำนวยความสะดวก ประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม สั่งการให้กองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 1 ดูแลความสงบเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกประชาชน มีเขตรับผิดชอบ 26 จังหวัดภาคกลาง รวมทั้ง กทม. กกล.รส. และกองกำลังป้องกันชายแดน กองกำลังบูรพา และกองกำลังสุรสีห์ ตลอดจน กอ.รมน.ภาค 1 จะร่วมกับส่วนราชการอื่น จัดจุดอำนวยความสะดวกให้ประชาชน 209 จุด เน้นอำนวยความสะดวกการจัดงานเคาต์ดาวน์ สั่งให้ทหารทั้งในและนอกเครื่องแบบตรวจพื้นที่ รักษาความสงบเรียบร้อย และขอให้ประชาชนเป็นหูเป็นตา ถ้าพบสิ่งผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ขอให้มั่นใจการดูแลความปลอดภัยให้เที่ยวปีใหม่อย่างมีความสุข พร้อมทั้งยืนยันการข่าวในพื้นที่ภาคกลางยังไม่มีอะไรผิด

เลื่อนฟังฎีกาพันธมิตรฯ บุกเอ็นบีที

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่นายธเนศร์ คำชุม กับพวก รวม 85 คน ซึ่งเป็นกลุ่มการ์ดของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ตกเป็นจำเลย หลายฐานความผิด อาทิ สมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานเป็นซ่องโจร มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง กรณีบุกสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เมื่อปี 2551 ศาลตรวจสอบรายชื่อจำเลยที่มาศาลแล้ว ปรากฏว่านายวันชัย รักษายศ จำเลยที่ 78 ไม่ได้มาศาล ศาลต้องปฏิบัติตามขั้นตอนในการออกหมายจับนายวันชัย เนื่องจากไม่ได้มาศาล โดยเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาครั้งที่ 4 เป็นวันที่ 21 ก.พ.61 เวลา 09.00 น.

หัวหน้า คสช.เซ็นคำสั่ง ม.44 แก้ พ.ร.บ.พรรค การเมือง ขยายเวลา 3 ขยัก คลายล็อกพรรคการ เมืองทำกิจกรรม “วิษณุ” ยันไม่กระทบโรดแม็ปเลือกตั้ง 23 ธ.ค. 2560 05:24 23 ธ.ค. 2560 05:24 ไทยรัฐ