วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯสะท้อนปัญหาการเมืองโลก ส่งสัญญาณ ปชต.แบบสภาผู้แทน อาจหมดสมัย

"นายกฯ" อ้างอิงบทความจากหนังสือฝากให้คิด หลังสะท้อนปัญหาการเมืองโลก ส่งสัญญาณ ปชต.รูปแบบสภาผู้แทน อาจหมดสมัย อนาคตกลายเป็น ปชต.แบบมีส่วนร่วม บอกง่าย ทำทุกคนพอใจ แต่หวั่นกลายเป็นยาพิษประเทศ แนะอย่าผูกเงื่อนรัดคอ ขอของขวัญปีใหม่ ช่วยพูดอย่างสร้างสรรค์

...

เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 22 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า เรื่องของประชาธิปไตย ในฐานะเป็นนายกฯ ในฐานะเป็นคนไทยคนหนึ่ง ส่ิงที่ตนพูดต่อไปนี้เป็นข้อมูลได้มาจากการอ่านหนังสือ "เศรษฐกิจดิจิทัล" เขียนโดย ดอน แท็ปสก็อต ซึ่งเป็นนักเขียนที่ได้รับความนิยม เจ้าของหนังสือ "วิกิโนมิกส์" และ "โกรวน์ อัพ ดิจิทัล" หนังสือเล่มนี้ แปล และเรียบเรียงโดย พรศักดิ์ อุรัจฉัทชัยรัตน์ กล่าวไว้อย่างน่าสนใจ จะผิดจะถูกไปคิดกัน ไปอ่านกัน ว่า หากเรามองไปรอบๆ ตัวแล้ว หลายประเทศในโลกก็ประสบปัญหาทางการเมืองคล้ายๆ กัน อาจสังเกตได้ว่าปัญหาทางการเมืองใหญ่โตมากขึ้น ตามจำนวนประชากร แล้วก็เท่าที่เขาติดตามวิเคราะห์มาก็แนวโน้มในการที่ประชาชนจะเลือก จะงดออกเสียง ยังไม่นับกลุ่มคนที่ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อนักการเมือง พรรคการเมือง อะไรก็แล้วแต่ที่ผ่านมา อันนี้พูดถึงนอกประเทศ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา คนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกาเอง



 

โดยอาจกล่าวได้ว่า "ประชาธิปไตยในรูปแบบของสภาผู้แทน" นั้น อาจหมดสมัยไปแล้ว กลายเป็นยุค "ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม" นี่เขาเขียนมา เป็นคนต่างประเทศ แล้วเป็นประเทศใหญ่ๆ ทั้งสิ้นนั่นแหละ เขาก็เขียนมา เราก็เอามาคิดดูซิว่า ควรจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต วันนี้เราก็จะแก้ไขอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น แต่เป็นการคิดเพื่ออนาคต ใน 5 หลักการที่ต้องคำนึง 1. ความซื่อสัตย์ เลือกตั้งต้องโปร่งใส นักการเมืองต้องเปิดเผย ยุติธรรม ต้องสื่อสารกับผู้คนด้วยข้อมูลที่เป็นจริง ชัดเจน และเชื่อถือได้ ใส่ใจความรู้สึกของประชาชน ไม่บ่อนทำลายสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน และต้องไม่โจมตีให้ร้ายผู้อื่น พยายามทำตรงนี้อยู่ ไม่เคยไปริเริ่มให้ร้ายใครก่อนทั้งสิ้น และไม่ไปตอบโต้อะไร ไม่ว่าจะใครก็ตาม



2. ความรับผิดชอบของประชาชน ต้องไม่สนับสนุนนักการเมืองที่เห็นแก่เงิน หรือใช้เงินในการลงทุนเพื่อเข้าสู่การเมือง และแสวงหาผลประโยชน์ให้ได้ในอนาคต อันนี้ก็ไปแยกกันให้ออก ว่าอะไรคือเรื่องของผลประโยชน์ ผลประโยชน์ส่วนรวม ผลประโยชน์ส่วนตัว เรื่องส่วนรวม เรื่องส่วนตัว ทุจริต โครงการ หรือทุจริตส่วนตัว มีกฎหมายทุกตัว ก็ไปว่ากันมา แก้ปัญหากันให้ได้ ผมคิดอย่างนั้น 3. การพึ่งพาอาศัยกัน โดยรัฐบาลที่ดี และมั่นคง ก็จะเกิดจากการที่ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และสังคม ช่วยกันสร้างชุมชนที่แข็งแรง มีกฎเกณฑ์ และกฎหมาย อันนี้เราก็มีประชารัฐไง ก็ค่อนข้างจะตรง



4. การเข้าถึงจิตใจประชาชน นักการเมือง และรัฐบาล สร้างความเข้าใจกับประชาชนได้ง่ายขึ้น ผ่านเทคโนโลยี เช่น อินเทอร์เน็ต จะเป็นอีกเครื่องมือ ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั้งในด้านในการใช้งบประมาณ และการกำหนดนโยบายต่างๆ ซึ่งถือเป็นประชาธิปไตยภาคประชาชนนั่นเอง และ 5. ความโปร่งใส โดยเป็นส่ิงที่เขาเขียนมา ช่วยกันคิดแล้วกัน



เรื่องที่สองกรณีเศรษฐกิจของประเทศที่ผ่านมา หลายท่านไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม นักวิชาการ นักการเมือง สื่อ แล้วก็หลายคนทั้งเจตนาดี เจตนาบริสุทธิ์ ไม่บริสุทธิ์ ก็แล้วแต่ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ในเรื่องของการแก้ปัญหาความยากจน ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ของผู้มีรายได้น้อย อยากทำความเข้าใจไว้ว่า ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ในเวลาอันรวดเร็ว ใน 3 ปี แต่ปัญหาเกิดมาหลายสิบปี ตนก็ต้องรับผิดชอบอยู่แล้วแหละ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นตน คสช. รัฐบาลเลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้ง ต้องช่วยพยายามแก้ไขกันต่อไป ไม่ใช่เสนอแก้ปลายทางเอาเงินมาให้ แต่ไม่ยั่งยืน ซึ่ง 3 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ อาจติดอยู่บ้าง บางกลุ่ม บางขั้ว ที่มองต่างไปจากเรา ต่างจากหนังสือที่ตนเขียน ต่างจากหลักวิชาการที่เค้าเรียน เขาก็คิดเพียงว่าการเพิ่มรายได้โดยเงินงบประมาณของภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว มันจะทำให้แก้ปัญหาเหล่านี้ได้ เป็นไปไม่ได้เลย เพราะเราต้องทำอย่างอื่นไปด้วย เราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก กิจกรรมตั้งหลายกิจกรรมก็อาจเป็นเพราะความไม่เข้าใจในกลไกของระบบเศรษฐกิจอย่างแท้จริง



"กรุณาศึกษาดูบ้าง ผมพยายามจะเรียนรู้ ทุกคนก็ต้องช่วยกันเรียนรู้ไว้บ้าง ต้องช่วยคิดช่วยทำ อย่าติติง อย่ามองทุกอย่างเป็นเรื่องของการเมือง การแข่งขัน การด้อยค่า การสร้างราคา ไม่เกิดประโยชน์กับประเทศไทยเวลานี้เลย เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาง่ายๆ ที่ทุกคนพอใจมันง่าย ผมก็ทำได้ ให้ทุกคนพอใจไม่ต้องมาว่าผม ไม่ว่ารัฐบาล ไม่ว่า คสช. แต่นั่นแหละเหมือนเป็นการให้ยาพิษกับประเทศไปเรื่อยๆ สั่งสมนานไปเรื่อยๆ ปัญหายิ่งทับถมมากไปกว่าเดิม" นายกฯ กล่าว 



ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน และทำอย่างไรจึงจะยั่งยืน หยุดโทษกันไปมา ผิดหรือถูกกฎหมายว่าไงก็จบ วันนี้ตนอยากฟัง ปีหน้าขออย่างเดียวของขวัญปีใหม่ให้ตน ขออย่างเดียวพูดในเชิงสร้างสรรค์แค่นั้น ถ้าไม่ทำวันนี้ วันหน้าใครจะเป็นรัฐบาลก็ยังไม่รู้ ถ้าท่านได้เป็นก็ต้องเจอปัญหานี้อยู่ดี แล้วท่านจะทำแบบเดิมเหรอ คิดว่าประชาชนไม่ยอมกับการที่จะใช้งบประมาณแบบเดิมมันทำไม่ได้แล้ว หลายอย่างกฎหมายก็แก้ไขปรับปรุงไปแล้ว ไม่ได้ปิดกั้นท่าน เพียงแต่ต้องทำให้ถูกต้องเท่านั้นเอง เราจึงไม่ควรกลับมาทำในสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้ว อย่าให้การเกษตรของเรากลับไปเป็นปัญหาการเมืองอีกต่อไป เพราะประชาชนเป็นผู้เดือดร้อน การเมือง พรรคการเมืองก็เดือดร้อน เดือดร้อนกันทั้งคู่ ฉะนั้นอย่ามาอ้างประชาชนยากจน รายได้ไม่เพียงพอแต่ไม่ช่วยกันแก้ไข โดยแก้ไขแบบเดิมๆ น่าสงสารประเทศไทย สงสารประชาชนกันบ้าง



วันนี้ตนฝากให้ช่วยกันใช้ความคิด มีสิ่งใดบ้างที่จะมาช่วยแก้ปัญหาที่เป็น "ดินพอกหางหมู" ปล่อยแบบนี้ต่อไปไม่ได้ ไปหาวิธีการมา ปล่อยอยู่แบบนี้ไม่ได้ เพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน การค้า การปรับกฎหมาย และกฎระเบียบ การสนับสนุนลงทุน ฯลฯ ทุกอย่างต้องมีคนได้คนเสีย แต่ถ้าเราไม่ปรับมันก็จะเสียทั้งหมดในอนาคต วันหน้าถ้าไม่เปลี่ยนเลย ไม่แก้ไขเลย เราก็จะล้มเหลวไปทั้งประเทศ เราต้องช่วยกันประคับประคอง ช่วยกันสร้างประชาธิปไตยของเราให้มั่นคงยั่งยืน อย่าได้ช่วยกันเกาอย่างเดียว มันก็ไม่หายหรอก แผลก็เป็นสะเก็ดไปเรื่อย อย่าได้ผูกเงื่อนรัดคอกัน อีกต่อไปเลย.

"นายกฯ" อ้างอิงบทความจากหนังสือฝากให้คิด หลังสะท้อนปัญหาการเมืองโลก ส่งสัญญาณ ปชต.รูปแบบสภาผู้แทน อาจหมดสมัย อนาคตกลายเป็น ปชต.แบบมีส่วนร่วม บอกง่าย ทำทุกคนพอใจ แต่หวั่นกลายเป็นยาพิษประเทศ แนะอย่าผูกเงื่อนรัดคอ 22 ธ.ค. 2560 16:35 22 ธ.ค. 2560 17:03 ไทยรัฐ