วันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยอดนิทานโกหก

โดยปกติ “นิทาน” เป็นเรื่องสมมติ ไม่ใช่เรื่องจริง แต่ไม่ถือเป็นเรื่อง “โกหก” เพราะเกิดจากเจตนาดี

นิทานพม่า (ส.พลายน้อย สถาพรบุ๊คส์ พิมพ์ครั้งที่ 5 พ.ศ.2551) ชื่อเรื่อง “หนุ่มทั้งสี่” เป็นเรื่องโกหกซ้อนโกหก

สี่หนุ่มในหมู่บ้าน เป็นนักเล่าเรื่องโกหก ชอบท้าพนันเอาเดิมพัน

วันหนึ่ง มีชายแปลกหน้า แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอย่างดี มาแวะพักที่ศาลาหน้าหมู่บ้าน สี่หนุ่มคิดว่า จะเข้าไปท้าพนันเอาเดิมพัน ไม่ได้อะไร อย่างน้อยก็ได้เสื้อผ้า

กติกาของพวกเขา การเล่าเรื่องโกหก แปลก พิสดาร...หาก ใครสงสัย...ไม่ใช่เรื่องจริง

ใครสงสัย เป็นผู้แพ้ ต้องยอมเป็นทาสผู้เล่านิทานเรื่องนั้น

ชายแปลกหน้าเป็นยอดนักโกหกเหมือนกัน ตระเวนเล่านิทานในหลายบ้านเมือง...ข้อเสนอของสี่หนุ่ม จึง “เข้าทาง” ที่เขาตั้งใจ โดยที่สี่หนุ่มไม่รู้ตัว

เพื่อให้ผลแพ้ชนะชัดเจน ก็ได้กำนันเป็นกรรมการตัดสิน

ต่อหน้าชาวบ้าน ที่แห่กันมามากมาย การแข่งเล่านิทานโกหก ก็เริ่มขึ้น

นิทานหนุ่มคนแรก...เมื่อเขาอยู่ในท้องแม่ ได้ขออนุญาตพ่อแม่ออกมาเก็บลูกเกดที่ต้นหน้าบ้าน ปีนขึ้นไปเก็บลูกเกดห่อไว้ในเสื้อ เอาไปไว้ในครัว แล้วก็เข้าท้องแม่ตามเดิม

คนแปลกหน้า แค่ผงกหัว แสดงว่าเขาไม่สงสัยอะไร

หนุ่มคนที่สองเล่า เกิดจากท้องแม่ได้หนึ่งสัปดาห์ เข้าป่าปีนขึ้นไปกินมะขามอิ่มจนตัวหนัก ปีนลงไม่ไหว จึงเข้าไปในหมู่บ้าน หาบันไดมาพาด แล้วปีนลง เรื่องนี้สำหรับคนแปลกหน้า ก็ไม่มีข้อสงสัยอีก

...หนุ่มคนที่สาม อายุขวบหนึ่ง ออกป่าเห็นพุ่มไม้ไหวก็คลานเข้าไป เจอเสือตัวใหญ่อ้าปากจะกิน เขาหมดทางเลือก ใช้สองมือจับกรามเสือ กระชากออกเป็นสองซีก เสือถึงแก่ความตาย คนแปลกหน้าท่าทีสนุกกับเรื่องนี้มาก

เรื่องหนุ่มคนที่สี่...ปีที่แล้วเขาลงเรือหาปลาในแม่น้ำ ไม่เจอปลาจึงกระโดดลงดำสามวันถึงก้นแม่น้ำ เจอปลาตัวใหญ่ราวภูเขา กำลังกินปลาตัวเล็กๆอยู่

เขาต่อยปลาใหญ่หมัดเดียวก็ตาย จุดไฟย่างปลาแล้วกินจนอิ่มท้อง...แล้วลอยตัวขึ้นบนเรือ

เรื่องที่สี่ กับคนแปลกหน้าเหมือนสามเรื่องแรก ไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้

คราวนี้ ก็เป็นคิวคนแปลกหน้า...ฝ้ายต้นใหญ่ต้นหนึ่งในไร่ มีกิ่งงอกออกมาสี่กิ่ง ผลิดอกออกมา ในดอกฝ้ายสี่ดอก มีชายสี่คน กระโดดออกมา

“เจ้าเกิดจากต้นฝ้ายในไร่ข้า เจ้าต้องเป็นทาสของข้า” เขาว่าทาสทั้งสี่รับใช้สามสัปดาห์ก็หนี เขาออกตาม “เพิ่งมาเจอท่านทั้งสี่... มาเถอะ กลับไปเป็นทาสของข้า”

หนุ่มนักโกหกทั้งสี่ไม่มีทางเลือก ถ้าบอกว่าไม่จริง ก็ต้องเป็นทาสตามกติกา แต่ถ้ารับว่าจริง เขาก็ต้องเป็นทาสตามเรื่องเล่า...กำนันเห็นหนุ่มทั้งสี่นิ่งอั้น ตัดสินให้เขาแพ้

นิทานเรื่องนี้ จบลงตรงคนแปลกหน้า...ให้บทเรียน เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนโกหก ยังมีคนโกหกเก่งกว่า ไม่เอาสี่หนุ่มเป็นทาส ขอแค่ให้สี่หนุ่มถอดเสื้อผ้าให้ แล้วก็จากไป

มีคำถาม โกหกเป็นความผิดหรือไม่ เรื่องโกหกในนิทาน ให้คติธรรม เป็นเรื่องดี

โกหกที่เป็นเรื่องร้าย เป็นบาป ศีลข้อมุสาวาท ในพุทธศาสนา ไม่ใช่แค่การพูดโกหกเท่านั้น แต่หมายถึง พูดหลอกลวงให้คนหลงเชื่อ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อไร้สาระ

มุสาวาท แสดงความเป็นคนไร้สัจจะ เป็นเหตุให้มัวหมอง เป็นเหตุก่อเวรภัย มีโทษถึงตกนรก เกิดชาติหน้าจะเป็นคนใบ้ หาคนจริงใจด้วยยาก

คนที่เกิดมามีอำนาจ เจอแต่คนสอพลอ พูดจาแต่เรื่องดี หาคนพูดจริงใจด้วยไม่ได้ ก็ถือว่าบาปหนา น่าเวทนาไม่น้อยเลยนะครับ.

กิเลน ประลองเชิง