วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หลากหลายวิธีดับไฟใต้

การรักษาความสงบเรียบร้อย เคยเป็นผลงานรัฐบาล คสช. ที่ได้รับความชื่นชมจากประชาชนในอันดับต้นๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปกว่าสามปี ความชื่นชมเรื่องความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองกลับแผ่วลงตามลำดับ ผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนของนิด้าโพลครั้งล่าสุดพบว่ามีคนกลุ่มใหญ่ไม่ประทับใจในการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

หลักฐานล่าสุดที่แสดงว่าไฟใต้ยังรุนแรง ได้แก่ การที่กลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธสงครามจี้บังคับรถยนต์โดยสารสายเบตง-กรุงเทพฯ ไล่ผู้โดยสาร 11 คน รวมทั้งคนขับลงจากรถ แล้วใช้น้ำมันราดและจุดไฟเผารถเหลือแต่ซาก ก่อนที่จะตัดต้นไม้ไปขวางถนน เพื่อขัดขวางการติดตามของเจ้าหน้าที่ บนถนนสาย 410 อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม

ไฟใต้ที่ลุกโชนขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2547 เป็นต้นมาจนถึงขณะนี้เป็นเวลากว่า 13 ปี ต้องสังเวยด้วยชีวิตของประชาชน รวมทั้งผู้ก่อความไม่สงบและเจ้าหน้าที่รัฐกว่า 6 พันชีวิต พล.อ.อุดมเดช อดีต รมช.กลาโหม ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าคณะขับเคลื่อนการแก้ปัญหาอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนที่จะพ้นจากรัฐมนตรี เคยเตือนว่าหากไม่สามารถดับไฟใต้ได้ จะเสี่ยงต่อการเสียดินแดน

ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงกลายเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ รัฐบาลต่างๆยังไม่สามารถดับได้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเลือกตั้ง หรือรัฐบาลทหาร แนวทางหนึ่งซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าจะแก้ปัญหาได้โดยสันติวิธี ได้แก่ การพูดจาสันติสุข ซึ่งเริ่มต้นครั้งแรกในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และสานต่อมาจนถึงรัฐบาล คสช. แต่ยังไม่สัมฤทธิผล

ในเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของนักวิชาการเมื่อเร็วๆนี้ ซึ่งมี พล.อ.อักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะผู้พูดคุยสันติสุขกับตัวแทนกลุ่มมาราปาตานี เข้าร่วมด้วย รศ.ดร.โคทม อารียา นักวิชาการด้านสันติวิธี เสนอว่า หากพูดคุยจนเกิดความไว้วางใจระดับหนึ่งแล้ว ควรมีการหารือเรื่องการปกครองท้องถิ่นแบบพิเศษ จะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

ดูเหมือนว่าในการพูดคุยกัน ระหว่างผู้แทนของฝ่ายรัฐบาลกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ จะยังไม่ได้พูดถึงการแก้ปัญหาด้วยการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ซึ่งเป็นเรื่องที่อ่อนไหว ในปัจจุบันการปกครองท้องถิ่นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ใช้รูปแบบเดียวกับทุกภาคของประเทศ ซึ่งอาจจะไม่สอดคล้องกับอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของประชาชนในพื้นที่

รายงานผลการศึกษาของนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า ตั้งคำถามว่าทำอย่างไรประชาชนในพื้นที่จึงจะมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา และการกำหนดนโยบาย ผ่านโครงสร้างการปกครอง ทำอย่างไรรัฐและประชาชนจึงจะเข้าใจ และยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม และอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ของกันและกัน ไม่หวาดระแวงว่าความแตกต่างจะเป็นปัญหาคุกคามความมั่นคงของตน.

การรักษาความสงบเรียบร้อย เคยเป็นผลงานรัฐบาล คสช. ที่ได้รับความชื่นชมจากประชาชนในอันดับต้นๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปกว่าสามปี ความชื่นชมเรื่องความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองกลับแผ่วลงตามลำดับ... 22 ธ.ค. 2560 11:29 22 ธ.ค. 2560 13:23 ไทยรัฐ