วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เตือนอันตราย "บุหรี่ไฟฟ้า" ส่งผลระบบหัวใจ..หลอดเลือด

เตือนอันตราย "บุหรี่ไฟฟ้า" ส่งผลระบบหัวใจ..หลอดเลือด

  • Share:

ระยะนี้ ไปไหนมาไหนก็จะเห็นคนถือกล่องเหล็กหรืออะลูมิเนียมเล็ก นำขึ้นมาสูบพ่นควัน ลักษณะคล้ายการสูบบุหรี่ แน่นอน นั่นคือ “บุหรี่ไฟฟ้า” ที่คนทั่วไปคิดว่า สูบแล้วอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่ธรรมดา ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดมาตลอด

การประชุม Cardiovascular Aging New Frontiers and Old Friends เมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา มีการเปิดเผยผลการวิจัยโดย รศ.ดร.มาร์ค โอลเฟิร์ท (Mark Olfert) จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา พบว่า ผลกระทบจากบุหรี่ไฟฟ้า ทำให้เกิดความผิดปกติในระบบไหลเวียนโลหิตและหลอดเลือด ส่งผลเฉียบพลันและระยะยาว

ดร.มาร์ค ได้ทำการทดลองการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในหนูทดลอง โดยแบ่งกลุ่มหนูทดลองออกเป็นกลุ่มที่ได้รับไอจากบุหรี่ไฟฟ้าระยะสั้น 5 นาที เพียงครั้งเดียว กับกลุ่มระยะยาวซึ่งรับไอจากบุหรี่ไฟฟ้าวันละ 4 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 5 วัน ติดต่อกัน 8 เดือน โดยใช้น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า รสคาปูชิโน ที่มีสารนิโคติน 18 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร

ผลการทดลอง พบว่า ภายในหนึ่งชั่วโมงหลังจากที่หนูได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้า 5 นาที ขนาดเส้นเลือดจะหดตัวเล็กลง 31% ทำให้ความสามารถในการขยายตัวของหลอดเลือดลดลง 9% ขณะที่กลุ่มหนูที่ได้รับไอบุหรี่ไฟฟ้าระยะยาว จะเกิดการแข็งตัวของหลอดเลือดใหญ่ในอกสูงขึ้น 2 เท่าครึ่ง ภาวะหลอดเลือดมีความยืดหยุ่นลดลง ซึ่งหมายถึงระบบไหลเวียนเลือดและหลอดเลือดเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับการนำไปสู่การเกิดโรคหัวใจและหลอด เลือดสมองตีบในมนุษย์ ที่เป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจวายได้

งานวิจัยดังกล่าว สอดคล้องกับการ วิจัยก่อนหน้านี้ โดย นาร์ดอส เทเมสเจน และคณะ จากจอร์จ วอชิงตัน ยูนิเวอร์ซิตี้ สหรัฐอเมริกา ซึ่งทำการวิเคราะห์ข้อมูลผลการสำรวจสุขภาพระดับประเทศ ในกลุ่มตัวอย่าง 35,156 ราย ถึงความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น อายุ เพศ น้ำหนักมวลกาย รายได้ ความดันสูง เบาหวาน ไขมันเลือดสูง การสูบบุหรี่ และการสูบบุหรี่ไฟฟ้ากับการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย (Myocardial infarction)

ผลการวิเคราะห์ พบว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มความเสี่ยงการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจ ตาย 42% โดยไม่เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ขณะที่การสูบบุหรี่ทุกวัน ความเสี่ยงกล้ามเนื้อหัวใจตายเพิ่มขึ้น 175% การสูบเป็นครั้งคราวความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 139% และยังเสี่ยงต่อการเกิดความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น 172% ไขมันในเลือดสูง 119% และเบาหวาน 68%

ทั้งนี้ การสูบบุหรี่ซิกาแรต และการสูบบุหรี่ไฟฟ้า ทำให้เกิดอนุมูลอิสระและทำให้เกิดความผิดปกติของเยื่อบุเส้นเลือด

แม้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะทำให้เกิดความผิดปกติที่รุนแรงน้อยกว่า แต่ในควันบุหรี่ไฟฟ้า ก็ประกอบด้วยสารที่สามารถส่งผลต่อการทำงานของหัวใจ ได้แก่ สารนิโคติน สารออกซิแดนท์ ละอองฝอยขนาดเล็ก แอลดีไฮด์ และสารที่ปรุงแต่งกลิ่นรส

โดยมีหลักฐานว่า สารเหล่านี้เป็นตัวเร่งการแข็งตัวของเส้นเลือดที่นำไปสู่การเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ การเลิกสูบบุหรี่จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจอยู่แล้ว

ในสหรัฐอเมริกา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ออกกฎสั่งห้ามร้านค้าและผู้ประกอบการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า หรือ E-Cigarettes ซิการ์ (Cigars) ไปป์ (Pipe) ยาสูบ (Tobacco) และฮุคกา (Hookah) หรือบารากุ (Baragu) ให้แก่เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีเด็ดขาด หลังพบว่าจำนวนตัวเลขของผู้เสพได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

มาตรการดังกล่าวยังรวมไปถึงการจัดจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าให้แก่เยาวชน ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายปกติหรือจะเป็นการซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ต หรือแม้แต่การแจกจ่ายตัวอย่างสินค้าเพื่อการทดลอง ก็มีผลบังคับใช้เช่นกัน

จากการเก็บสถิติรวบรวมรายงานพบว่า ชาวอเมริกันกว่า 1 ใน 5 คน สูบบุหรี่และยาสูบประเภทอื่นๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่ง เป็นสาเหตุการเสียชีวิตในสหรัฐฯที่มีมากถึง 480,000 คนต่อปี

นอกจากนี้ ยังพบว่าในช่วงหลาย 10 ปีที่ผ่านมาผู้บริโภคที่สูบบุหรี่แบบดั้งเดิม ได้หันมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าและซิการ์ที่แต่งกลิ่นมากขึ้น ขณะที่ศูนย์ป้องกันการควบคุมโรคสหรัฐฯ แสดงสัดส่วนตัวเลขของนักเรียนมัธยมปลายที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้า ที่เพิ่มจำนวนขึ้นจากเดิม 1.5% เป็น 16% เป็นการเพิ่มขึ้นของผู้สูบมากกว่า 900%

สำหรับประเทศไทย ขณะนี้ยังไม่อนุญาตให้มีการนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แม้จะมีการอ้างว่า ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อเป็นเหตุผลในการเลิกสูบบุหรี่ก็ตาม

สำหรับบุหรี่ไฟฟ้า หรือยาสูบอิเล็กทรอนิกส์ถูกคิดค้นขึ้นในประเทศจีน การทำงานของยาสูบอิเล็กทรอนิกส์คือ การลวงประสาทสัมผัสของผู้เสพว่าได้รับการสนองตอบต่อความต้องการนิโคตินจาก “บุหรี่” โดยใช้อุปกรณ์ประจุแบตเตอรี่ที่จะส่งผ่านนิโคตินไปยังผู้สูบลักษณะคล้ายคลึงกับยาสูบจริง และทำให้เกิดควันจากไอน้ำสีขาวคล้ายควันบุหรี่ และแม้ว่ายาสูบอิเล็กทรอนิกส์จะปราศจากส่วนผสมของ

ใบยาสูบ และการสันดาปอันก่อให้เกิดสารพิษกว่า 4,000 ชนิดในบุหรี่จริงก็ตาม แต่ผู้สูบยังคงได้รับนิโคตินอยู่ ซึ่งการรับนิโคตินที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดการระคายเคือง คลื่นไส้ และมีผลต่อหัวใจได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้