วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.ตามประกบ จ่อจับกิ๊ก รู้เห็นฆ่าเจ้าสาว

ครอบครัวยังไม่เผาศพน้องปอ พ่อแม่เจ้าบ่าวโผล่เยี่ยม ‘ไอ้เก่ง’ ยันลูกเป็นฝ่ายกู้เงินค่าสินสอด

ตำรวจเค้นสอบปากคำเพิ่มเจ้าบ่าวหนุ่มการไฟฟ้าหาความเชื่อมโยงรูปคดียิงฝ่ายหญิง จ่อหมายจับกิ๊กสาวมีส่วนรู้เห็นร่วมสนับสนุนการฆาตกรรมพ่อแม่เจ้าบ่าวร่ำไห้เยี่ยมลูกชาย ขอความเป็นธรรมสื่ออย่าฟังข้อมูลด้านเดียว ยันเงินสินสอด 4 แสนบาท และทองคำหนัก 10 บาท เป็นของฝ่ายชายกู้จากธนาคารออมสิน ชี้ทุกอย่างมีหลักฐานชัด ขณะที่ครอบครัวผู้ตายข้องใจตำรวจไม่ดำเนินคดีกิ๊กสาว ลั่นไม่มีกำหนดเผาจนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม

จากเหตุคนร้ายใช้ปืนลูกซองบุกยิง น.ส.นนทิญา หรือปอ ครัวจตุรัส อายุ 25 ปี ตำแหน่งเจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข รพ.สต.สลุย จ.ชุมพร เจ้าสาวที่กำลังจะแต่งงานในอีก 5 วัน ถูกยิงเสียชีวิตคาห้องนอนชั้นสองในบ้านพักข้าราชการพื้นที่ หมู่ 5 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพบหลักฐานของผู้ต้องสงสัยเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดลักษณะคล้ายแฟนหนุ่มคือนายรณชัย หรือเก่ง ปานชาติ อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าอำเภอหลังสวน จ.ชุมพร นำตัวมาสอบเค้นจนยอมรับสารภาพเป็นคนบุกยิงเจ้าสาวเอง อ้างมีแฟนใหม่และไม่อยากแต่งงาน รวมถึงต้องการเงิน 4 แสนบาท กับทองหนัก 10 บาท ที่ผู้ตายเตรียมเป็นสินสอด ในวันแต่ง

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 ธ.ค. พ.ต.อ.สำราญ มาเจริญ รอง ผบก.ภ.จ.ชุมพร เปิดเผยว่า ตำรวจสอบปากคำนายรณชัย ผู้ต้องหาเพิ่มเติมเพื่อขยายผลหาความเชื่อมโยงของรูปคดีว่ามีส่วนเกี่ยวข้องถึงใครอย่างไรบ้าง ก่อนจะนำตัวขออำนาจศาลจังหวัดชุมพรฝากขัง ส่วนกรณีครอบครัวผู้ตาย กังวลเกี่ยวกับคดีมีหญิงสาวคนสนิทนายรณชัย ทำหน้าที่ขับรถรับส่งและรู้เห็นเกี่ยวกับการก่อเหตุ แต่ตำรวจยังไม่จับกุมทำให้ถูกมองว่าเกรงกลัวอิทธิพลหรือไม่นั้น เรื่องนี้ขอยืนยันว่าไม่มีเรื่องอิทธิพลเข้ามาเกี่ยวข้อง กำลังอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด ยืนยันว่าตำรวจทำงานตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐาน ก่อนหน้านี้นำตัวหญิงสาวคนดังกล่าวมาสอบปากคำแล้วให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมากปล่อยตัวไป ขณะนี้อยู่ระหว่างหาพยานหลักฐานบางอย่างเพิ่มเติม หากได้หลักฐานเพียงพอจะแจ้งข้อกล่าวหาและออกหมายจับได้ นอกจากนี้ ส่งชุดสายสืบติดตามความเคลื่อนไหวของผู้หญิงคนดังกล่าวแล้ว เท่าที่ได้รับข้อมูลยังไม่มีทีท่าว่าจะหลบหนีแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากแนวทางการสืบสวนขยายผลทราบว่ากิ๊กสาวคนดังกล่าว ทำงานอยู่ที่เดียวกับนายรณชัย รู้เรื่องมาตั้งแต่ต้นและนำเงินจากนายรณชัย 7 พันบาท ไปซื้อปืนลูกซองสั้นจากแก๊งวัยรุ่นในพื้นที่ อ.หลังสวน เป็นบ้านเกิดของกิ๊กสาว และคืนเกิดเหตุขับรถเก๋งตัวเองส่งนายรณชัย ไปบ้านพักผู้ตายเพื่อก่อเหตุ จากนั้นพาหลบหนีและนำของกลางไปทิ้งตามจุดต่างๆ หลายพื้นที่ ขณะนี้ตำรวจเก็บหลักฐานที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุเกือบครบทุกอย่างแล้ว อาทิ เสื้อผ้า รองเท้า ปลอกกระสุน แต่ยังขาดปืนที่ใช้ก่อเหตุ เนื่องจากผู้ต้องหาอ้างว่านำไปทิ้งแม่น้ำแต่ยังค้นหาไม่พบ และมีรายงานว่าวันที่ 22 ธ.ค. พนักงานสอบสวน สภ.สลุย จะนำหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวโยงกับกิ๊กสาว มีส่วนรู้เห็นร่วมสนับสนุนการฆาตกรรมในครั้งนี้ไปเสนอขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดชุมพร

วันเดียวกัน นายวินัย ปานชาติ อายุ 58 ปี และนางยุพเยาว์ ปานชาติ อายุ 51 ปี พ่อและแม่นายรณชัย เดินทางมาจากบุรีรัมย์ เพื่อเข้าเยี่ยมนายรณชัย ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขัง สภ.สลุย เมื่อทั้งสองฝ่ายเจอหน้ากันถึงกับร้องไห้ และสอบถามเรื่องราวปัญหาต่างๆ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จากนั้นตำรวจเชิญนายวินัย และนางยุพเยาว์ ไปห้องสอบสวนเพื่อขอรายละเอียดและประวัติส่วนตัวของผู้ต้องหา เพื่อเป็นข้อมูลประกอบคดี และในวันที่ 22 ธ.ค. พนักงานสอบสวนจะนำตัวนายรณชัย ผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลฝากขังผัดแรก

นางยุพเยาว์ ปานชาติ อายุ 51 ปี แม่นายรณชัย เปิดเผยว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นต่างเสียใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย ยอมรับว่าลูกชายคิดสั้นทำให้เกิดความสูญเสีย ปัญหานี้ถ้ามาพูดปรึกษาเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้น ส่วนกรณีฝ่ายหญิงอ้างว่าส่งเสียช่วยเหลือลูกชาย ไม่เป็นความจริง แม้ครอบครัวจะมีฐานะยากจน แต่ทำงานส่งให้ลูกเรียนจบและสอบเข้าทำงานด้วยตัวเอง ส่วนสินสอดเป็นของลูกชายไปกู้ธนาคารออมสิน 4 แสนบาท และซื้อทองคำหนัก 10 บาท ก่อนงานแต่งลูกชายยังกู้เงินสวัสดิการจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอีก 6 แสนบาท เพื่อนำไปใช้ในงานแต่งงาน ทุกอย่างมีหลักฐานการกู้และยังชดใช้ไม่หมด ส่วนสมุดบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มของลูกชาย แฟนสาวเป็นคนเก็บและจัดการเรื่องเงินเองทั้งหมด แต่ช่วงหลังรู้ว่าทั้งสองมีปากเสียงกันบ่อย เนื่องจากลูกชายบอกว่าฝ่ายหญิงเป็นคนขี้หึงมาก

นายวินัย ปานชาติ อายุ 58 ปี พ่อนายรณชัย เปิดเผยว่า อยากขอความเป็นธรรมจากสื่อมวลชนหลักตกเป็นข่าวถูกประณามจากสังคม ทั้งที่เป็นข้อมูลเพียงด้านเดียว ที่ผ่านมาผู้ตายคุ้นเคยกับครอบครัวมาตลอด บางครั้งมานอนอยู่ที่บ้านเป็นเดือนๆ รักเหมือนลูก ส่วนเรื่องเงินและทองค่าสินสอดเป็นของลูกชาย เข้าใจว่าบางเรื่องฝ่ายหญิงไม่ได้บอกให้ญาติรู้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้นมาว่าเป็นของผู้ตาย สำหรับเรื่องงานศพครอบครัวคงไม่กล้าไปเพราะญาติยังมีความโกรธอยู่ และไม่ขอประกันตัวลูกชายเพราะไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอ

ส่วนบรรยากาศงานศพ น.ส.นนทิญา ที่บ้านเลขที่ 50 หมู่ 10 ต.ทุ่งระยะ อ.สวี จ.ชุมพร เมื่อคืนวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา เป็นไปด้วยความโศกเศร้ามีบรรดาญาติๆ ผู้นำท้องถิ่น และชาวบ้านมาร่วมงานกว่า 100 คน หลังพระสวดพระอภิธรรมศพ ญาติของผู้เสียชีวิตจับไมค์ประกาศต่อหน้าแขกผู้มาร่วมงานว่า ครอบครัวจะบำเพ็ญกุศลศพไปอย่างไม่มีกำหนดเผา เพื่อรอความเป็นธรรมให้กับผู้ตาย เนื่องจากคดียังไม่มีความชัดเจน หากไม่ได้รับความเป็นธรรมจะนำศพไปประท้วงที่ศูนย์ดำรงธรรม และขอความเป็นธรรมต่อนายณรงค์ พลละเอียด ผวจ.ชุมพร ทุกคนที่มาร่วมงานต่างยกมือแสดงความเห็นด้วย แต่ถ้าตำรวจสามารถจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้ทั้งหมด จะจัดงานฌาปนกิจวันที่ 24 ธ.ค. ที่วัดถ้ำฤๅษี ต.เขาทะลุ อ.สวี จ.ชุมพร ตรงกับวันแต่งงานของลูกสาวพอดี

นายเชาว์ ครัวจตุรัส อายุ 54 ปี พ่อ น.ส.นนทิญาเปิดเผยว่า ครอบครัวยังไม่มั่นใจเกี่ยวกับการดำเนินคดีของตำรวจ โดยเฉพาะกิ๊กสาวของนายรณชัย มีพฤติกรรมร่วมกันกระทำความผิดรู้เห็นตั้งแต่เตรียมการ และยังเป็นคนขับรถเก๋งไปรับส่งก่อนและหลังเกิดเหตุ รวมถึงนำของกลางบางส่วนไปทิ้ง เคยมีปัญหาทะเลาะกับลูกสาวมาหลายครั้ง เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีส่วนรู้เห็น สำหรับทรัพย์สินของลูกสาวหายไป อาทิ เงินสินสอด 4 แสนบาท ทองคำ 10 บาท และยังมีทองคำส่วนตัว 5 บาท รวมถึงเงินในสมุดบัญชีฝากร่วมกัน 6-7 แสนบาท หายไปโดยไม่รู้อยู่ที่ใด

นางสมศรี ครัวจตุรัส อายุ 51 ปี ผู้เป็นแม่เปิดเผยว่า การจัดงานแต่งงานลูกสาวจะเป็นผู้ดำเนินการและออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ก่อนตายบอกว่าทุกอย่างจัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว ขณะที่นายรณชัย ลูกสาวจะคอยดูแลช่วยเหลือมาตลอดและพาไปสอบเข้าทำงานเพราะมีฐานะไม่ค่อยดี ไม่มีรถยนต์ขับ กระทั่งให้กิ๊กขับรถเก๋งพาไปฆ่าลูกสาวจนตายอย่างโหดเหี้ยม จากงานวิวาห์ที่ได้เตรียมการไว้ทั้งหมดแล้วเหลือเวลาอีก 5 วันเท่านั้น แต่ต้องกลับกลายมาเป็นงานศพของตัวเองแทน