วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตีตั๋วชนโรง: Pitch Perfect 3 โชว์สุดท้ายที่สนุก ฮา ประทับใจ!

ตามสมัยนิยมสำหรับหนังภาคต่อ ที่จะให้ภาคที่ 3 เป็นบทสรุปของเรื่องราว ในกรณีของ Pitch Perfect 3 หรือในชื่อไทย ชมรมเสียงใส ถือไมค์ตามฝัน 3 ก็เป็นเช่นนั้น ภาคนี้เป็นการขึ้นแสดงสั่งลาของทีมบาร์เดน เบลล่าส์ ก่อนที่ทุกคนจะแยกไปตามเส้นทางชีวิตของแต่ละคน ซึ่งตัวหนังก็นำเสนอแบบเรียบง่าย เน้นความสนุก บันเทิง จากมุกตลกและการร้องการเต้นที่ยังทำให้เราอยากจะลุกขึ้นมาโยกตัวตาม หนังพาไปสู่บทสรุปที่เชื่อเลยว่า แฟนหนังของ Pitch Perfect จะต้องซึ้ง ประทับใจแน่นอน

หลังจากที่ทีมบาร์เดน เบลล่าส์ คว้าแชมป์โลกในการแข่งร้องเพลงอะแคพเพลลา ทั้งหมดก็แยกย้ายไปตามเส้นทางชีวิตของแต่ละคน ซึ่งมันก็ไม่ได้สวยหรูเหมือนอย่างที่พวกเธอคาดหวัง จนกระทั่งความรู้สึกโหยหาเพื่อนและต้องการกลับมาร้องเพลง ก็ทำให้สาวๆ กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง โดยเข้าร่วมการเดินสายทัวร์เพื่อเอนเตอร์เทนให้กับกองทัพอเมริกาที่ประจำอยู่ตามที่ต่างๆ ทั่วโลก ที่นอกจากต้องโชว์ให้ซุปเปอร์สตาร์อย่างดีเจคาเลดถูกใจแล้ว ยังต้องเผชิญหน้ากับวงดนตรีอีกหลายกลุ่ม ทั้งร็อก คันทรี และฮิพฮอพ ที่ครั้งนี้ดูเหมือนทีมเบลล่าส์ วงที่มีแต่เสียงร้องเป็นอาวุธจะเสียเปรียบตั้งแต่ยังไม่เริ่ม พวกเธอจึงต้องรวมพลังกันอีกครั้ง เพื่อทำโชว์ครั้งสุดท้ายให้ออกมาเจ๋งที่สุด

Pitch Perfect 3 ยังคงทำได้ดีเช่นเดิม การประสานเสียง การเต้น การตัดต่อ ทำออกมาได้มีชีวิตชีวา ทั้งเพลง Cheap Thrills ของ Sia, Toxic ของ บริตนีย์ สเปียร์ (เพลงนี้ถือเป็นไฮไลต์ในภาคนี้เลย คือ ดีมาก), Cake by the Ocean ของ DNCE ต่างก็เป็นการคัฟเวอร์เพลงที่สนุกจนอยากลุกขึ้นมาโยกตัวตาม ซึ่งตรงจุดนี้คงได้วิสัยทัศน์ของผู้กำกับ ทริซ ซี ที่เคยกำกับหนังอย่าง Step Up: All In และกำกับ MV ให้กับวง OK Go มาช่วยเสริม

ว่ากันตรงๆ เสน่ห์สำคัญที่ทำให้แฟนหนังชื่นชอบ Pitch Perfect ทั้ง 2 ภาคก่อนหน้านั้นก็คือการดวลเพลง (Riff-off) ที่ไม่เพียงแค่เป็นการโชว์ความสามารถด้านการร้องการเต้นนั้น ยังเป็นเรื่องของไหวพริบ ทักษะ การเสียดสี (ด้วยเนื้อเพลง) ที่ทำให้คนที่ไม่ได้มีความเข้าใจในเรื่องเพลง ยังสามารถเข้าถึงศิลปะทางดนตรีได้อย่างสนุก

ซึ่งภาคนี้ในตอนต้นหนังก็ปูพล็อตไว้ได้อย่างน่าสนใจ จากที่สาวๆ เคยได้ดวลเพลงกับวงอะแคพเพลลาต่างๆ ใน Pitch Perfect 3 จะให้สาวๆ ได้ดวลกับวงดนตรีประเภทต่างๆ ที่ดูจะเป็นความท้าทายในการนำเสนอที่สูงมาก เพราะเสียงร้องเพียงอย่างเดียว จะไปต่อกรกับเสียงร้องบวกด้วยเครื่องดนตรีก็คงลำบาก แล้วหนังจะหาทางออกหรือแนวทางต่อสู้อย่างไรให้กับสาวๆ นี่คือสิ่งที่เป็นทิศทางที่หนังควรจะมุ่งไป เพื่อยกระดับให้หนังเติบโตขั้นมากกว่าภาคที่ผ่านมา แต่มันกลับไม่มี!! จริงๆ จะว่าไม่มีก็ไม่ได้ แต่มันมีน้อยนิด! และไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน แถมก็ทิ้งปมนี้ไว้กลางทางเสียเฉยๆ 

หนังกลับไปมุ่งเน้นนำเสนอปมทางจิตใจในตัวละครต่างๆ เพื่อนำไปสู่บทสรุปที่สมบูรณ์เพื่อให้คนดูรู้ว่า พวกเธอจะมีเส้นทางชีวิตต่อไปอย่างไรหลังจากนี้ ซึ่งก็ไม่ถึงกับแย่ เพราะมันทำให้เราได้รู้จักแง่มุมอื่นๆ ของตัวละครที่เรารักเพิ่มมากขึ้น แต่มันส่งผลต่อหนัง Pitch Perfect 3 โดยตรง ที่ทำให้ภาคนี้ หนังดูเบาๆ และขาดเสน่ห์ โอเค! ไม่เถียงว่าหนังยังดูสนุก ร้องดี เต้นดี แต่ภาพรวมมันไม่มี “พลัง” ที่ส่งมาถึงผู้ชมแบบที่ภาคก่อนหน้านั้นเคยมี

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาว่า Pitch Perfect 3 คือ บทสรุปปิดตำนานบาร์เดน เบลล่าส์ ก็ถือว่าเป็นหนังสนุก ฮา ดูเพลิน ที่โฟกัสตัวละครสาวๆ ที่เราติดตามมาตลอด อารมณ์แบบ "มาเจอเพื่อน มาร้องเพลงกับเพื่อน" หนังมันเลยเป็นความพิเศษสำหรับคนที่ตามมาทุกภาคเท่านั้น ถึงจะอินและซึ้งไปกับบทสรุปแสนประทับใจของทีมบาร์เดน เบลล่าส์ 

อ่านบทความ ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่นๆ

--- ชาแมน ---

Facebook.com/cmzmovie

Twitter.com/Chamanz13

ตามสมัยนิยมสำหรับหนังภาคต่อ ที่จะให้ภาคที่ 3 เป็นบทสรุปของเรื่องราว ในกรณีของ Pitch Perfect 3 หรือในชื่อไทย ชมรมเสียงใส ถือไมค์ตามฝัน 3 ก็เป็นเช่นนั้น ภาคนี้เป็นการขึ้นแสดงสั่งลาของทีมบาร์เดน เบลล่าส์ ... 22 ธ.ค. 2560 02:23 22 ธ.ค. 2560 07:55 ไทยรัฐ