วันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.ภ.4 เอาผิด ดีเอสไอ คดีครูจอมทรัพย์ ตั้ง 2 ข้อหา กัน'ดุษฎี'เป็นพยาน

ตร.ภ.4 เอาผิด ดีเอสไอ เอี่ยวคดีครูจอมทรัพย์ 14 คน ใน 2 ข้อหา บกพร่องต่อหน้าที่ กับไม่ใช้ความสามารถที่แท้จริงสอบสวน จนทำให้เกิดความเสียหาย ขณะที่ รอง ปลัดยธ.และ ทนายความ รอด ถูกตร.กันไว้เป็นพยาน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 ธ.ค. ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 4 ( ศฝร.ภ.4) พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน ในคดีครูจอมทรัพย์ กล่าวว่า คณะกรรมการสอบสวน ซึ่ง บช.ภ.4 ได้แต่งตั้งพนักงานสอบสวนจากกลุ่มงานกฎหมาย บช.ภ.4 รับผิดชอบในคดีการรื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์นั้น ขณะนี้ มีการสอบปากคำผู้ต้องหา พยาน และตรวจสอบเอกสารวัตถุพยานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยทั้งหมด โดยสรุปคือ คดีนี้ต้องแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือผู้ต้องหาที่กระทำการเป็นขบวนการที่ร่วมกันแสดงหลักฐานเท็จ และแจ้งความเท็จ ซึ่งเป็นพลเรือน 11 ราย พนักงานสอบสวน ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว

“เจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ได้มีการสอบปากคำ จากกระทรวงยุติธรรม ที่ได้มีการเชิญตัวมาสอบสวนนั้น 14 คน เป็นคณะทำงานที่รับผิดชอบในการรื้อฟื้นคดีดังกล่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอนั้น เดินทางมาให้การเพียง 12 คน ประกอบด้วยชุดที่ 1 จำนวน 7 คน ประกอบด้วย นายนิธิต ภูริคุปต์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ, พ.ต.ท.อภิมุข ศักดิ์ธนา พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการ, พ.ต.ท.โพธิวัตน์ ทีมอุดม พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการ, พ.ต.ท.ปุญธนัช เกตุเทศ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการ, นายศิวรัช พฤกษ์ไพบูลย์ เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการ, นายพงศา ราตรี นิติกร และนายไอราวัน เศวธครุฑหราฐิ์ นิติกร  โดยในการเดินทางมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนนั้น มีเพียง นายพงศา ราตรี และนายไอราวัน เศวธครุฑหราฐิ์ ไม่ได้เดินทางมาพบกับพนักงานสอบสวนในขณะนั้น โดยระบุว่า ติดราชการในต่างประเทศและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำงาน แต่มีชื่อในคำสั่งแต่งตั้งเท่านั้น”

“เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ชุดที่ 2 ที่ถูกเชิญตัวมาสอบสวนนั้น ทั้งหมด 7 คน ประกอบด้วย นายชาติชาย โทสินธิติ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ หัวหน้าคณะทำงาน พ.ต.ต.สมพงษ์ เชื้อมหาวรรณ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ คณะทำงาน นายบารมี จันทรพิสัย พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ คณะทำงาน และ พ.ต.ท.วัชรัศมิ์ เฉลิมสุขสันต์ คณะทำงาน พันโท ณพลพงศ์ กมลอาสน์ เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการพิเศษ นายธิตินัย พาติกบุตร เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการพิเศษ คณะทำงานและเลขานุการ นายสุรศักดิ์ คำเรียง เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการพิเศษ คณะทำงานและเลขานุการ 

พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า จากการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนของ บช.ภ.4 ได้ข้อสรุปชัดเจนเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่จากดีเอสไอ ที่เข้าข่ายความผิด 2 ประเด็น คือ การบกพร่องต่อหน้าที่ ซึ่งเป็นการกระทำของหน่วยที่ต้องแจ้งให้หน่วยได้รับทราบถึงความไม่รอบคอบ ไม่ใช้ความสามารถในการสืบสวนข้อเท็จจริง จนเกิดความเสียหาย ก็จะต้องดำเนินการทางวินัย และพิจารณาโทษทางวินัยไป

อีกประเด็น คือ การที่เจ้าหน้าที่มีหน้าที่แล้วไม่ทำ ซึ่งถือว่าละเว้น จะต้องแยกดำเนินการออกไป โดยน้ำหนักของการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ นั้น จะอยู่ในชุดที่ 2 เป็นหลัก โดยทั้ง 7 คน จะต้องถูกชี้มูลความผิด เพื่อให้ต้นสังกัดเอาผิดทางวินัย และ ตร.ภ.4 จะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.เอาผิดด้วย

“ภายในสัปดาห์นี้ เราจะสามารถสรุปส่งเรื่องได้ทั้งหมดโดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงยุติธรรม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่กระทำการที่ไม่รัดกุมรอบคอบ เราจะมีการสรุปสำนวนส่งไปทั้งหมด เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้รับทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้น โดยการรื้อฟื้นในคดีครูจอมทรัพย์นั้น มีผู้ต้องหาเป็นพลเรือน 11 คน และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 14 คน ขณะนี้ได้มีการสรุปสำนวนการสอบสวนแยกออกเป็นทีละคนแล้ว แต่ที่ชัดเจนที่สุด คือ ในชุดที่ 2 ถือว่าเป็นชุดที่ออกปฏิบัติตามคำสั่งทุกคนต้องมีหน้าที่ในคำสั่ง ทุกคนต้องรู้ ต้องมีหน้าที่ร่วมกันทำ เพราะเป็นคำสั่งในรูปของคณะกรรมการที่ถูกแต่งตั้งขึ้นทั้งหมดต้องรู้ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้า ลูกน้อง มีทั้งเลขาฯ และคณะทำงาน ซึ่งทั้งหมดจะต้องมีการวางแผนงาน ที่ต้องมีการรายงานข้อมูลเป็นระยะ”

รอง ผบช.ภ.4 กล่าวต่ออีกว่า สำหรับ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่ได้มีการสอบสวนไปแล้วนั้น เป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูง ที่กำกับควบคุมหน่วยงาน ที่จะต้องรับผิดชอบในเรื่องของนโยบาย มีการติดตามงาน โดยมุ่งเน้นในขั้นตอนต่างๆ ส่วนรายละเอียดที่ลูกน้องไปทำในเชิงลึก อาจจะไม่ทราบถึงข้อมูลเพราะอยู่ในระดับของการวางแผนมากกว่า ดังนั้นพนักงานสอบสวนจึงกันไว้เป็นพยาน

ขณะที่ นายยอดมงคล ทรัพย์ไพศาลสุข ทนายความจากกระทรวงยุติธรรม นั้น หลังมีการสอบปากคำไปแล้วได้ถูกกันไว้เป็นพยานเช่นกัน อย่างไรก็ดี ภายในสัปดาห์นี้ บช.ภ.4 จะส่งเรื่องให้กับกระทรวงยุติธรรมได้รับทราบถึงผลการสอบสวนดังกล่าว เพื่อดำเนินการตามระเบียบต่อไป และผลการสอบสวนทั้งในส่วนของพลเรือนทั้ง 11 คน และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ทั้ง 14 คนนั้น จะมีการส่งฟ้องต่ออัยการ จ.นครพนม เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งขณะนี้การทำงานของตำรวจนั้นได้เสร็จสิ้นและสมบูรณ์ครบถ้วน