วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยังไม่จบ! สนช.แท็กทีมผนึกกำลังต้านให้อำนาจ ป.ป.ช.ดักฟังข้อมูล

สนช.ผนึกกำลังต้านให้อำนาจ ป.ป.ช.ดักฟังข้อมูล หวดหนักเป็นดาบสองคม สุ่มเสี่ยงละเมิดสิทธิประชาชน หวั่นเป็นเครื่องมือเล่นงานคู่แข่งการเมือง  "วิชา" ห่วงข้อมูลดักฟังถูกนำไปใช้แบล็กเมย์

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.60 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) มี นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต วาระ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พิจารณาเสร็จแล้ว จำนวน 193 มาตรา โดยมาตราที่ถกเถียงกันอย่างหนักคือ มาตรา 37/1 การให้อำนาจ ป.ป.ช.สืบค้นข้อมูลโดยดักฟังข้อมูลทางโทรศัพท์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ต่างๆได้ ซึ่งถูก กมธ.เสียงข้างน้อยและสมาชิก สนช.หลายคนอภิปรายคัดค้านอย่างหนัก เนื่องจากจะเป็นดาบสองคม สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล อาจกลายเป็นเครื่องมือของนักการเมือง นำไปเล่นงานคู่แข่งทางการเมือง ขอให้ตัดมาตราดังกล่าวทิ้ง อาทิ นายวิชา มหาคุณ กมธ.เสียงข้างน้อย และอดีตกรรมการ ป.ป.ช. อภิปรายว่า การได้ข้อมูลทางลับเป็นสิ่งที่ต้องพึงระวัง เป็นห่วงว่า หากข้อมูลที่ไม่เกี่ยวกับคดีหลุดออกไปอาจเป็นเครื่องมือนำไปใช้แบล็กเมย์ทางการเมืองกันได้ ประเด็นนี้อ่อนไหวที่สุด ไม่ควรนำมาใส่ ถ้า ป.ป.ช.เป็นองค์กรที่น่าเคารพศรัทธา ข้อมูลจะหลั่งไหลมาเอง

ขณะที่ นายภัทระ คำพิทักษ์ กมธ.เสียงข้างน้อย กล่าวว่า น่าคิดว่า หาก ป.ป.ช.ได้อำนาจส่วนนี้ไปแล้วถูกครอบงำจะเกิดอะไรขึ้น การพิจารณามาตรานี้ในชั้น กมธ.ใช้เวลาสั้นๆไม่เกิน 1 ชั่วโมง ก็เกิดมาตรา 37/1 ขึ้น ในประเทศสหรัฐฯการดักฟังต้องมีหลักฐานแน่นหนาอาทิ เหตุผลและรูปแบบการดักฟัง รายชื่อเป้าหมาย ต้องเป็นเรื่องเร่งด่วน และข้อมูลที่ไม่เกี่ยวกับคดีต้องถูกทำลายทันที แต่หลักเกณฑ์ของไทยมีรายละเอียดเหล่านี้หรือไม่ ไม่ใช่แค่ตั้งข้อสงสัยก็ดักฟังได้แล้ว การได้เครื่อง มือปราบทุจริตต้องชั่งน้ำหนักถึงคุณค่าที่ต้องแลกมา เช่น การละเมิดสิทธิในระบอบประชาธิปไตยว่าคุ้มค่ากันหรือไม่

ขณะที่ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ กมธ.เสียงข้างมาก และประธาน ป.ป.ช.กล่าวว่า การใช้คำว่าดักฟังเป็นการสร้างภาพที่น่ากลัว ฟังแล้วแสลงใจ เพราะเสียงข้างมากไม่มีเจตนาล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 36 แต่การใช้อำนาจมาตรา 37/1 ได้ ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.ว่ามีเหตุผลเพียงพอ เมื่อ ป.ป.ช.อนุญาตแล้วต้องส่งเรื่องให้อธิบดีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเห็นชอบด้วย ไม่ใช่แค่ให้ผู้พิพากษาทั่วไป ฐานความผิดที่เข้าข่ายมาตรา37/1 ต้องเป็นเรื่องสำคัญมีผลกระทบในวงกว้าง ข้อมูลที่ได้มา หากไม่เกี่ยวข้องกับคดีจะถูกทำลายทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่สมาชิก สนช.อภิปรายท้วงติงอย่างหนักในมาตรา 37/1 ยาวนานหลายชั่วโมง ยังไม่ได้ข้อสรุป ทำให้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. สั่งพักประชุม 10 นาที ภายหลังเปิดประชุม นายพรเพชร แจ้งต่อที่ประชุม สนช.ว่า จากการเรียก กมธ.เสียงข้างมากและ กมธ.เสียงข้างน้อยไปหารือนอกรอบ ปรากฏว่า กมธ.เสียงข้างมากยืนยันไม่ถอนมาตรา 37/1 ตามที่ถูกท้วงติง แต่เนื่องจากยังมีประเด็นที่สนช.ยังอภิปรายไม่ครบถ้วน จึงขอเลื่อนประชุมไปเป็นวันที่ 22 ธ.ค.เวลา 09.00 น.

สนช.เดินหน้าพิจารณากกฎหมาย ป.ป.ช. จับตาปมเพิ่มอำนาจ ป.ป.ช.เข้าถึงข้อมูลบุคคล ดักฟังโทรศัพท์ 21 ธ.ค. 2560 17:22 21 ธ.ค. 2560 18:55 ไทยรัฐ