วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผลประโยชน์ส่วนรวมต้องมาก่อน

ปัญหาปากท้องของประชาชน กับ ข้อขัดแย้งทางสังคม เป็นบทเรียนที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องใช้เหตุผลในการตัดสินใจอย่างรอบคอบ ไม่เช่นนั้น การตัดสินใจจะกระทบกับผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศได้ ยกตัวอย่างเรื่องของ ปัญหาราคายางตกต่ำ โดยตามปกติเมื่อเกิดปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ รัฐบาลก็ต้องเข้าไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรสามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ ที่เรียกว่าประกันราคา หรือพยุงราคา เพื่อให้ผ่านวิกฤติในช่วงนั้น ส่วนเรื่องของราคา เรื่องของ การบริหารจัดการต่อไปจะเป็นอย่างไร เป็นเรื่องของกลไกการตลาดโดยทั่วไป

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางโดยการ ให้มีการใช้ยางในประเทศเพิ่มขึ้น คาดว่าจะทำให้ราคายางขายได้กิโลกรัมละ 65 บาท ก็เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรในเบื้องต้นเท่านั้น ส่วนระยะยาวอยู่ที่การบริหารจัดการและกลไกตลาด ระหว่างปริมาณการผลิตกับความต้องการของตลาด ที่จะทำให้ราคายางพาราถูกหรือแพง ดังนั้น การที่มีการชุมนุมเรียกร้องให้รัฐรับซื้อยางพาราในราคากิโลกรัมละ 80 บาท ถ้ารัฐยอมปฏิบัติตามคำเรียกร้องทุกเรื่องผลกระทบก็จะตกอยู่กับประโยชน์ส่วนรวมของประเทศทันที

อีกกรณี การคัดค้านก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่เทพา จ.สงขลา เบื้องหน้าเบื้องหลังจะเป็นอย่างไรอีกเรื่อง แต่ปรากฏว่า ตัวแทนชาวบ้านใน อ.เทพา เอง ได้ทำจดหมายเปิดผนึกในฐานะตัวแทนของชาวเทพาที่มีทั้ง กำนัน องค์การบริหารส่วนตำบล รวมทั้งองค์กรเครือข่ายคนเทพาอีก 66 องค์กร ประกาศจุดยืนให้สาธารณชนได้ทราบว่าตั้งแต่ปี 2557 ที่ กฟผ.เข้าไปดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าเทพา ที่มีกำลังการผลิตถึง 2,000 เมกะวัตต์ ได้รับทราบข้อมูลด้วยความสนใจมาโดยตลอดถึงประโยชน์ที่ประเทศและคนเทพาจะได้รับ จากนั้นก็มีการตั้งเวทีสาธารณะในปี 2558 ชาวเทพาเข้าร่วมโครงการนี้มาโดยตลอด รับฟังทั้งผลดีผลเสียผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน ได้รับข้อมูลทั้งจากผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

เมื่อมีการคัดค้านและเกิดปัญหาขัดแย้งขึ้นมาทำให้โครงการ ดังกล่าวต้องชะลอออกไป จึงได้มีการจัดประชุมผู้นำชุมชนและสรุปความเห็นออกมาว่า การมีโครงการโรงไฟฟ้าเทพานอกจากจะช่วยสร้างความมั่นคงทางพลังงานแล้วยังเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของคนภาคใต้ ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจของ อ.เทพา ให้มีความยั่งยืนต่อไป

นอกจากนี้ การดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าในส่วนต่างๆหากชาวบ้านได้รับผลกระทบในด้านที่อยู่อาศัยหรือสิ่งแวดล้อมก็จะได้รับการดูแลจาก กฟผ. เป็นอย่างดี เพื่อเป็นหลักประกันให้กับคนรุ่นต่อไปของชาวเทพา

อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวชุมนุมคัดค้านของคนกลุ่มหนึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่แสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่เสียงอันแท้จริงของชาวเทพา เป็นการแสดงออกที่ไม่เคารพสิทธิของชุมชน เป็นการให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงและอ้างว่าเป็นความต้องการของชาวเทพา ดังนั้น ชาวเทพาจึงต้องรวมกันเพื่อแสดงถึงพลังความสามัคคีประกาศจุดยืนและกำหนดการเคลื่อนไหวต่อไป เชื่อว่ากรณีนี้จะเป็นกรณีศึกษาของรัฐบาลในการตัดสินใจแก้ปัญหา ระหว่างผลประโยชน์ของคนส่วนรวมกับความขัดแย้งที่เกิดจากคนกลุ่มหนึ่ง ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th 

ปัญหา ปากท้องของประชาชน กับ ข้อขัดแย้งทางสังคม เป็นบทเรียนที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องใช้เหตุผลในการตัดสินใจอย่างรอบคอบ ไม่เช่นนั้น การตัดสินใจจะกระทบกับผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศได้... 21 ธ.ค. 2560 09:37 21 ธ.ค. 2560 10:46 ไทยรัฐ