วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยกเลิกใบมรณบัตร หนุ่มศรีสะเกษ

ยกเลิกใบมรณบัตร หนุ่มศรีสะเกษ

  • Share:

 ให้ข้อมูลนายอำเภอ ไปทำบัตรปชช. จี้สอบเส้นทาง เงินเดือนรปภ.

“น.1” ตั้งคณะทำงานสอบสวนส่งศพผิดคน เร่งตรวจสอบเส้นทางเงินเดือน รปภ.ที่ผู้ตายเคยทำงานส่งโอนให้ใครบ้างเพื่อหาตัวตนที่แท้จริง ติดต่อ “สาคร สาชีวะ” ผู้ถูกสวมชื่อเป็นคนตาย เข้าพบพนักงานสอบสวนสอบปากคำ ก่อนจะทำหนังสือไปที่สำนักงานเขตพระนคร ยกเลิกใบมรณบัตรเพื่อให้ได้สิทธิ์การเป็นบุคคลกลับคืนมา ด้านหนุ่มชาวศรีสะเกษที่ถูกทางการระบุว่าเสียชีวิตรุดเข้าพบนายอำเภอโนนคูณ ให้ข้อมูลและถ่ายรูปทำบัตรประชาชนใหม่แล้ว ทางการพร้อมเร่งเยียวยาช่วยเหลือ

กรณีนายสาคร สาชีวะ อายุ 44 ปี ชาวศรีสะเกษ เข้าร้องทุกข์ว่าถูกทางราชการระบุว่าเสียชีวิตแล้ว ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ และได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้าน เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากไปทำงานบนเรือประมงที่ จ.นครศรีธรรมราช นานกว่า 1 ปี กลับมาถึงบ้านปรากฏว่าญาติพี่น้องได้ประกอบพิธีฌาปนกิจศพชายคนหนึ่งที่ทางราชการระบุว่าเป็นศพของนายสาคร ได้ทำบุญนำเอาอัฐิเข้าไว้ในเจดีย์เรียบร้อยแล้ว นายสาครเข้าพบนายอำเภอโนนคูณ จ.ศรีสะเกษ ขอให้ยกเลิกใบมรณบัตรคืนสิทธิเป็นบุคคลที่มีชีวิตอยู่ ขณะที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง พื้นที่พบศพผิดตัวและแพทย์นิติเวช รพ.วชิระพยาบาล โยนกันวุ่นส่งศพผิดคน

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 20 ธ.ค. พ.ต.อ.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผกก.สน.นางเลิ้ง กล่าวว่า คดีนี้ตำรวจได้ดำเนินการตามขั้นตอนถูกต้องทุกอย่าง ก่อนญาติจะรับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา กระทั่งมาทราบภายหลังว่าผู้ตายไม่ใช่ตัวบุคคลที่ระบุในเอกสารที่พบ ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจเร่งหาข้อมูลที่เกี่ยวกับผู้เสียชีวิต ทั้งเอกสารสมัครงาน ตลอดจนการใช้ชีวิตมีญาติพี่น้องหรือไม่ ทั้งนี้ จะเป็นกลุ่มขบวนการปลอมบัตรประชาชน หรือการสวมสิทธิ์โดยบังเอิญหรือไม่ ต้องรอผลสรุปข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 ได้มีคำสั่งตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงคดีดังกล่าว ตรวจสอบว่าผู้ตายเป็นใคร หาข้อพิสูจน์บุคคลให้ชัดเจน และติดต่อนายสาครที่ยังมีชีวิตอยู่ให้มาพบเพื่อสอบปากคำว่าเอกสารหายที่ใด แจ้งความไว้ที่ไหน รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ ก่อนจะทำหนังสือไปยังสำนักงานเขตพระนคร ให้ยกเลิกใบมรณบัตรเพื่อให้ได้สิทธิ์การเป็นบุคคลกลับคืนมา ในส่วนที่มีการนำเอกสารไปใช้สมัครงานหรือนำไปใช้ทำอย่างอื่น ส่วนนี้หากพบว่าผู้ที่นำไปใช้ไม่ใช่ตัวจริงต้องดำเนินคดี ผู้ที่ถูกนำเอกสารไปใช้ต้องมาแจ้งความก่อน

มีรายงานว่า ผู้ตายได้ใช้เอกสารมีชื่อที่อยู่นายสาคร สาชีวะ ไปสมัครงานเป็น รปภ.บริษัท สยามแอดมินนิสเทรทีฟ แมเนจเม้น จำกัด ย่านวังทองหลาง ตั้งแต่ปี 2558 ใช้บัตรประชาชนนายสาครขอคัดสำเนาทะเบียนบ้านจากสำนักงานเขตพระนคร แนบการสมัครงาน กรอกข้อมูลโอนสิทธิที่จะได้รับเมื่อเสียชีวิตให้กับพ่อแม่นายสาคร ตรงนี้มีการขอรับสิทธิ์ไปแล้ว ส่วนแนวทางการสืบสวนหาว่าผู้ตายเป็นใคร เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบ 2 ส่วน ส่วนแรก นำดีเอ็นเอไปตรวจสอบ โดยนำข้อมูลมาจากบริษัทที่ผู้ตายทำงาน ไปตรวจสอบประวัติการพิมพ์ลายนิ้วมือว่ามีประวัติอาชญากรหรือไม่ ปรากฏว่าไม่พบว่าพิมพ์ลายนิ้วมือไว้ ส่วนที่สองตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ผู้ตายว่าโทร.หาใครบ้าง และเส้นทางการเงินในบัญชีที่ผู้ตายได้รับการโอนเงินเดือนของบริษัท เพื่อหาว่าหลังจากได้รับเงินเดือนได้โอนเงินไปให้ญาติหรือบุคคลที่รู้จักอื่นอีกหรือไม่ หากพบจะต้องเชิญบุคคลนั้นมาสอบถามว่าผู้ตายเป็นใครแน่

ที่ว่าการอำเภอโนนคูณ จ.ศรีสะเกษ นายสาคร สาชีวะ นายเจริญ เหล็กดี อายุ 46 ปี พี่เขยนายสาคร นายวีระศักดิ์ แม่นทอง ผู้ใหญ่บ้านเหล่าฝ้าย ต.เหล่ากวาง อ.โนนคูณ เข้าพบเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอโนนคูณ เพื่อให้สอบปากคำขอคืนสิทธิ์นายสาครหลังถูกแจ้งเสียชีวิต และได้ขอถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนใหม่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานประกันสังคม จ.ศรีสะเกษ มาพบนายสาครสอบถามข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องจากสถานะผู้เอาเงินประกันสังคมได้เปลี่ยนแปลงไป นายเจริญ พี่เขยนายสาครเผยว่า การคืนเงินที่ได้รับจากการช่วยเหลือการทำศพที่คิดว่าเป็นนายสาครจากประกันสังคมญาติพี่น้องจะต้องปรึกษากันก่อน และต้องขอพูดคุยกับทางประกันสังคมว่าจะมีแนวทางช่วยเหลือเยียวยาอย่างไรบ้าง เนื่องจากเงินที่รับมาก็นำมาใช้ทำพิธีฌาปนกิจศพหมดแล้ว ตอนนี้ญาติยังไม่มีเงินที่จะส่งคืนให้กับสำนักงานประกันสังคม

นายพรชัย วงศ์งาม นายอำเภอโนนคูณกล่าวว่า ให้เจ้าหน้าที่สอบสวนพยานแวดล้อม พ่อแม่ญาติพี่น้อง ญาติมิตรนายสาครเพื่อเป็นหลักฐานเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน จะรายงานไปยังสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เพื่อให้คืนสิทธิ์เนื่องจากแจ้งผิดพลาดและเยียวยานายสาครที่ปรากฏว่าไม่ได้เสียชีวิตจริง อำเภอจะเร่งช่วยเหลือในส่วนที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนให้เร็วที่สุด

ด้านว่าที่พันตรีสมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความให้ความเห็นว่า การพบศพชายที่ตำรวจเข้าใจว่าเป็นศพนายสาคร สาชีวะ แม้จะเผาศพไปแล้ว แต่ก็เป็นบทเรียนว่ารีบร้อนสรุปเหตุการณ์ตายหรือไม่ เพราะตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต้องสืบสวนชันสูตรในเบื้องต้น เมื่อตำรวจไม่ติดใจหรือเกรงว่าจะกลายเป็นการทำให้เรื่องยุ่งยาก หรือไม่มีญาติมาทักท้วงขอให้สืบสวนหาสาเหตุการตายที่แท้จริงเรื่องเลยยุติไป ถ้าเป็นคดีอาญาต้องพิสูจน์ว่าใครทำให้ตาย กระบวนการสอบสวนมีความบกพร่องหรือไม่ จะเรียกร้องค่าเสียหายจากกระบวนการของรัฐที่บกพร่องนี้ได้อย่างไร ไม่ว่าในส่วนการตายของชายนิรนาม หรือการสูญเสียสิทธิพึงมีพึงได้ของนายสาคร

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้