วันพุธที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อินทนนท์มีเหมยขาบ ลบ 2 องศา ‘ภูหลวง’ ก็ไม่แพ้กัน พายุไคตั๊กอ่อนแรง

อินทนนท์หนาวสะท้านดอย อุณหภูมิลดฮวบ-2 องศาเป็นครั้งแรกในรอบปี แถมมีเหมยขาบโผล่ขาวโพลนไปทั่วดอย สร้างความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปสัมผัสหนาว ขณะที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงไม่น้อยหน้าอุณหภูมิ -2 เช่นกันแต่ไม่มีแม่คะนิ้ง ด้านกรมอุตุฯเตือนพายุไคตั๊กกลายเป็นดีเปรสชันส่งผลให้ภาคใต้ 7 จังหวัดฝนตกหนัก ส่วนภาคอื่นอุณหภูมิลดอีก 1-2 องศา

อินทนนท์หนาวสะท้านดอย อุณหภูมิลดฮวบติดลบเป็นครั้งแรกของปี โดยเมื่อเช้าวันที่ 20 ธ.ค.นายวสันต์ จันทร์เทพ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า สภาพอากาศบนดอยอินทนนท์หนาวมาก อุณหภูมิติดลบเป็นครั้งแรกของปี โดยยอดดอยอินทนนท์ต่ำสุด-2 องศา ตามด้วยบริเวณกิ่วแม่ปาน 3 องศา และที่ทำการอุทยานฯ 9 องศาและมีนักท่องเที่ยวแห่มาสัมผัสอากาศหนาวกันอย่างเนืองแน่น ขณะเดียวกันมีเหมยขาบหรือน้ำค้างแข็งโผล่ขาวโพลนเต็มดอยสวยงามตระการตา สร้างความตื่นเต้นให้นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

ด้านนายชัชวาลย์ ปัญญา นอภ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า อำเภอฝางจะจัดงานฤดูหนาวและของดีอำเภอฝาง ปี 2561 ระหว่างวันที่ 12-21 ม.ค.61 ที่สนามกีฬาอำเภอฝาง ภายในงานมีการออกร้านมัจฉาพาโชค การประกวดธิดาฝาง การประกวดธิดาชาติพันธุ์ การออกร้านสินค้าของดีอำเภอฝาง นิทรรศการจากหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ตลอดจนการออกร้านของห้างร้านและเอกชน นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์สินค้านานาชนิดจาก 4 ภาค สินค้าราคาประหยัดจากโรงงาน สวนสนุกชุดใหญ่และศิลปินจากค่ายเพลงจำนวนมาก อาทิ วงลาบานูน วงเฟลม มาลีฮวนน่า เป็นต้น จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาสัมผัสอากาศหนาวและเที่ยวชมงานได้

ที่ จ.เชียงราย อากาศหนาวเย็นลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 มีลมพัดกระโชกแรงตลอดทั้งวัน โดยอุณหภูมิพื้นราบลดเหลือ 8-10 องศา ส่วนยอดดอยจุดท่องเที่ยวในพื้นที่ อ.เวียงแก่น อ.เทิง วัดได้
2-3 องศา ชาวบ้านต่างนำเสื้อผ้ากันหนาวมาสวมใส่คลายหนาวและก่อไฟผิงตลอดทั้งวัน โดยนายคำรณ ศรีโพธิ์ นอภ.เวียงแก่น เปิดเผยว่า ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์และแจ้งเตือนประชาชนถึงสภาพอากาศหนาวเย็นลง หากหมู่บ้านหรือชุมชนใดมีความต้องการเครื่องนุ่งห่มกันหนาวเพิ่มเติมให้แจ้งมายังหน่วยงานของ ปภ.เพื่อจะได้สนับสนุนเร่งด่วน

ส่วนที่จุดผ่อนปรนชายแดนไทย-ลาว บ้านแจมป๋อง ต.หล่ายงาว อ.เวียงแก่น ร.ต.อ.ชั้นเชิง ใจมาแก้ว รอง สว.ตม.จ.เชียงราย กล่าวว่า ตลาดนัดชายแดนเปิดให้ประชาชน 2 ประเทศ คือไทยกับ สปป.ลาว ข้ามไปมาเพื่อนำสินค้าแลกเปลี่ยนซื้อขายกัน ส่วนใหญ่ชาว สปป.ลาว จะข้ามมาซื้อเสื้อผ้าเครื่องกันหนาวเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่นายทวีศักดิ์ ยอดมณีบรรพต กำนัน ต.ปอ อ.เวียงแก่น กล่าวว่า ขณะนี้ชาวม้งหลายพันคนเดินทางกลับบ้านเพื่อฉลองปีใหม่ของชาวม้งที่จัดขึ้นที่บ้านห้วยหาน ต.ปอ คาดจะมีชาวม้งจากต่างประเทศเดินทางร่วมงานปีใหม่ในครั้งนี้จำนวนนับหมื่นคน ส่วนภูชี้ฟ้าหนาวยะเยือก อุณหภูมิลดต่ำ 2 องศา ขณะที่บริเวณพื้นราบอุณหภูมิ 7 องศา

นอกจากนี้ ที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย อากาศหนาวติดต่อกันหลายวันและมีลมหนาวพัดแรงอุณหภูมิพื้นราบวัดได้ 16 องศา ตอนเช้าหมอกลงจัดและด้วยอากาศที่หนาวจัดทำให้พระสงฆ์ สามเณรที่ออกบิณฑบาตต้องใส่หมวกกันหนาว ส่วนดอยสะโง้ แหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปกางเต็นท์นอน อุณหภูมิ 6 องศา พบมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวกว่า 200 คน สอบถามนายพินิจ แก้วจิตคงทอง นอภ.เชียงแสน กล่าวว่า สภาพอากาศที่หนาวจัดได้กำชับให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านแจ้งเตือนให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพด้วย

ขณะที่ จ.ลำปาง อากาศหนาวและเย็นมากแถมมีลมหนาวกระโชกตลอดเวลาทําให้ชาวบ้านต้องก่อกองไฟผิงคลายหนาว สอบถามนายทิวา พันธ์ไม้ศรี หน.อุตุนิยมวิทยา จ.ลำปาง กล่าวว่าอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 14 องศา หากเป็นพื้นที่หุบเขาล้อมรอบวัดได้ 9-10 องศา เนื่องจากภูมิประเทศของ จ.ลําปาง เป็นลักษณแอ่งกระทะ หากเข้าหน้าหนาวจะหนาวจัด หากฤดูร้อนก็ร้อนจัด ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าหนาๆและไม่ควรนั่งผิงไฟนานจนเกินไป

ด้าน อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว วัดได้ 13 องศา ซึ่งสภาพอากาศเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นอย่างมาก ประกอบกับลมหนาวพัดอย่างต่อเนื่อง ผู้ปกครองต้องนำเสื้อกันหนาวมาสวมใส่ให้ลูกหลานที่ต้องไปโรงเรียนในตอนเช้าทุกวัน จากสภาพอากาศที่หนาวเย็น ทำให้พระสงฆ์ที่ออกบิณฑบาตต้องสวมหมวกไหมพรมและห่มจีวรให้หนาขึ้นเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น

ที่ จ.เลย อุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง หนาวและลมแรงมีหมอกหนา อุณหภูมิลดฮวบเหลือ -2 องศาที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ตามด้วย 0 องศา ที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 3.8 องศา และที่หน้าว่าการอำเภอนาแห้ว 2 องศา ชาวบ้านต้องนั่งรวมตัวนั่งผิงไฟตั้งแต่ตีสามจนแสงแดดออกยามเช้าเพื่อคลายความหนาว นอกจากนี้ที่บ้านหมากแข้งและบ้านหมันขาว ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย เป็นหมู่บ้านอยู่กลางป่ารอยต่อระหว่างภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ และภูหินร่องเกล้า จ.พิษณุโลก อุณหภูมิ 3-4 องศา

สำหรับ จ.นครพนม อุณหภูมิต่ำสุด 8-9 องศา ต่ำสุดในรอบปีและส่งผลดีต่อแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่เป็นจุดท่องเที่ยวสัมผัสอากาศหนาว โดยเฉพาะพื้นที่ผาเป้าและผาแดง บนเทือกเขาภู-พานน้อย บ้านโพนงาม หมู่ 6 ต.หนองบ่อ อ.นาแก แหล่งท่องเที่ยวอันซีนทางธรรมชาติที่มีความสวยงาม ท่ามกลางป่าไม้และหน้าผาสูงสามารถมองเห็นเทือกเขาทอดยาวเชื่อมพื้นที่ 3 จังหวัด คือมุกดาหาร นครพนม และสกลนคร คาดว่าวันหยุดยาวช่วงปีใหม่จะมีนักท่องเที่ยวมาเยือนจำนวนมากโดยนายวีระพงษ์ วงษ์ศรียา กำนัน ต.หนองบ่อ ยืนยันว่าชุมชนท้องถิ่นรวมถึงเจ้าหน้าที่อุทยานฯพร้อมดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่

ด้าน จ.มุกดาหาร นายศราวุธ อาจวิชัย รักษาการ ผอ.โรงเรียนบ้านเป้าป่าแสด ต.บ้านเป้า อ.หนองสูง กล่าวว่า ทุกปีอากาศจะหนาวเพียง 11 องศา แต่ปีนี้อากาศหนาวเย็นถึง 8 องศา และโรงเรียนบ้านเป้าป่าแสดอยู่ใกล้ภูเขาทำให้นักเรียน 135 คนกับครู 9 คน ต้องผจญความหนาวเลยต้องแก้ปัญหาด้วยการให้นักเรียนออกกำลังก่อนเข้าเรียนหรือก่อไฟผิงและเรียนหนังสือกลางแจ้ง อีกทั้งนักเรียนยังขาดเครื่องกันหนาวและฐานะยากจน หากผู้ใจบุญจะบริจาคเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มสามารถบริจาคได้ที่โรงเรียนบ้านเป้าป่าแสดได้ทุกวัน

ขณะที่ จ.ศรีสะเกษ ตามเทือกเขาพนมดงรัก ชายแดนไทย-กัมพูชา อากาศเย็นถึงหนาวที่จุดชมวิวผามออีแดงและผาฮับตะวัน อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ อุณหภูมิต่ำสุด 10 องศา และมีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติขึ้นไปรอชมตะวันขึ้นสามแผ่นดิน สัมผัสสายหมอกและอากาศหนาวจำนวนมากและที่ จ.บึงกาฬ อุณหภูมิ 12 องศาและมีลมพัดแรงทำให้มีอากาศหนาวเย็นซึ่งจังหวัดบึงกาฬได้แจ้งให้ทุกอำเภอสำรวจความต้องการเครื่องกันหนาวเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการกำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือ พบว่าประชาชนมีความต้องการเครื่องนุ่งห่มกันหนาวกว่า 57,170 ชิ้น

จ.กาฬสินธุ์ อุณหภูมิต่ำสุด 9 องศา ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้านในหลายพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ติดเทือกเขาภูพาน อ.คำม่วงพบว่าอากาศหนาวตลอดทั้งวันและมีลมแรง ชาวบ้านจึงต้องออกมานั่งผิงแดดแทนการก่อไฟผิงเพราะกระแสลมแรงอาจจะทำให้เปลวไฟลุกลามไปไหม้ที่อื่นได้ ส่วน จ.อุบลราชธานี พบคนหนาวตาย 1 รายชื่อ จ.อ.อำนวย ศักดิ์เอี่ยม อายุ 52 ปี เสียชีวิตในห้องนอนที่หน่วยรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงบ้าน-นาสนาม อ.เขมราฐ สภาพศพนอนหงายตัวแข็งทื่อ ตามร่างกายไม่พบบาดแผลคาดหัวใจวายจากสภาพอากาศที่หนาวจัด

จากสภาพอากาศที่หนาวจัดส่งผลให้เสื้อผ้ากันหนาวขายดีอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะที่ร้านเพิ่มทรัพย์-อาภรณ์ ร้านค้าส่งเสื้อผ้าสำเร็จรูป ภายในศูนย์ค้าส่งยูปาร์ค จตุจักรอุบลราชธานี ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี บรรยากาศสุดคึกคักลูกค้าแห่ซื้อเสื้อผ้ากันหนาวกันแน่น เช่นเดียวกับ จ.ชัยนาท อุณหภูมิ 12-15 องศา ส่งผลให้ผู้ปกครองของนักเรียนต่างหาซื้อเสื้อแขนยาว เสื้อคลุม เสื้อยีนส์และเสื้อกันหนาวต่างๆ ให้บุตรหลานสวมใส่ไปโรงเรียนทำให้ตามโรงเรียนหลายแห่งเต็มไปด้วยเสื้อกันหนาวแฟชั่นและร้านค้าขายเสื้อกันหนาวขายดีไปตามๆกัน

จ.อุดรธานี พบศพคนหนาวตาย 2 ราย ศพแรกในกระท่อม ในซอยกิจขยัน 1 ถนนสี่ศรัทธา เขตเทศบาลนครอุดรธานี ทราบชื่อนางตา ไม่ทราบนามสกุล อายุ 59 ปี ไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายและร่องรอยการต่อสู้ แพทย์ระบุเสียชีวิตเนื่องจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน เนื่องจากอากาศหนาวเย็น อีกรายในโกดังรับฝากจักรยานยนต์ หลัง บขส.แห่งที่ 1 เขตเทศบาลนครอุดรธานี พบศพนายบุญจันทร์ สาระคร อายุ 45 ปี เป็นชายเร่ร่อน ขออาศัยอยู่ในโกดัง นอนคว่ำหน้า สวมเสื้อผ้าร่มสีดำ กางเกงขาสั้น ไม่พบร่องรอยถูกทำร้าย แพทย์ระบุเสียชีวิตเนื่องจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน สำหรับพื้นที่เทศบาลนครอุดรธานี อุณหภูมิต่ำ 9.9 องศา

ส่วน จ.สุพรรณบุรี มีคนหนาวตาย 1 ราย ที่ศาลารถประจำทางริมถนนมาลัยแมน สามแยกจรเข้สามพัน หมู่ 4 ต.จรเข้สามพัน อ.อู่ทอง สภาพศพนอนคว่ำหน้าตัวแข็งทื่อ เป็นชายไทย อายุประมาณ 45-50 ปี สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขายาวสีดำ โดยมีผ้าห่มลายเสือดาวห่มร่าง ตรวจสอบไม่มีหลักฐานใดติดตัว เบื้องต้นคาดสาเหตุเกิดจากหัวใจวายจากอากาศที่หนาวจัดต่ำสุด 16-17 องศา

ด้าน จ.ปัตตานี อากาศเย็นท้องฟ้ามืดและมีฝนตกทั้ง 12 อำเภอ ส่วนที่ท่าเทียบเรือประมงปัตตานีทั้ง 2 ฝั่งจนถึงปากอ่าวปัตตานี มีเรือประมงกว่า 500 ลำ จอดเทียบท่าตลอดแนวแม่น้ำปัตตานี หลังองค์การสะพานปลาท่าเทียบเรือประมงได้ประกาศให้เรือประมงทุกลำจัดระเบียบการจอดเรือเพื่อให้เพียงพอกับพื้นที่ที่เรืออีกหลายลำกำลังทยอยเข้ามาจอดเพื่อหลบคลื่นลมในทะเลโดยเฉพาะพายุไคตั๊กถึงแม้พายุไคตั๊กมีกำลังอ่อนลงแล้วก็ตามแต่ชาวเรือยังไม่มั่นใจที่จะออกทำการประมงในระยะนี้ เนื่องจากว่าพายุไคตั๊กยังมีแนวโน้มผ่านภาคใต้ตอนล่างทำให้เรือประมงหลายร้อยลำต้องจอดเรือไว้ก่อนเพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัยและคลื่นทะเลสูง 2-4 เมตรและมีลมแรง

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือน “พายุ “ไคตั๊ก” (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 22-24 ธ.ค.)” โดยระบุว่าพายุโซนร้อน “ไคตั๊ก” (KAI-TAK) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางใต้เล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าในช่วงวันที่ 22-24 ธ.ค. พายุนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและเคลื่อนเข้าใกล้ประเทศมาเลเซียรวมทั้งภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย

ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล สำหรับคลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังแรง คลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างระวังอันตรายจากสภาวะฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง และบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ทำให้บริเวณดังกล่าวรวมทั้งกรุงเทพฯและปริมณฑลมีอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง อุณหภูมิลดลงอีก 1-2 องศาเซลเซียส