วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จิ๋วสอนนายกฯ เร่งทำงานอย่าขี้บ่น กปปส.เลิกเชียร์ คสช.

“วิษณุ” ยัน ม.44 แก้ ก.ม.ลูกพรรคการเมือง ไม่กระทบกระเทือนทำใครเสียเปรียบ เผยออกก่อน เดดไลน์ 5 ม.ค.61 “สุรชัย” แย้มลุยแก้ ก.ม. ถ้า ม.44 แก้ปัญหาไม่จบ พท.ดักคออย่าสอดไส้ข้อเสนอ “สุเทพ-ไพบูลย์” แฉเจตนาปล่อยพรรคใหม่ขยับหาสมาชิก รองรับ คสช.สืบอำนาจ “นิพิฏฐ์” สแกนเงื่อนเวลา ฟันธงงดใช้ไพรมารีโหวตแน่ “ไพบูลย์” ร่อนข้อเสนอถึงนายกฯ-ประธาน สนช. ท้วงหนักปมให้ ป.ป.ช.ดักฟังโทรศัพท์ สนช.หวั่นละเมิดสิทธิ ระทึกลิฟต์โรงแรมหรูค้าง นักข่าว-ช่างภาพ ติดนานนับชั่วโมง จนท.ไม่กล้างัดลิฟต์ช่วยต้องรอคำสั่งผู้บริหาร “บิ๊กจิ๋ว” กระตุก “บิ๊กตู่” เร่งทำงานหนัก อย่าบ่นอย่าด่ามาก โวยประชาชนจะอดตายแล้ว กปปส.เอือมเลิกเชียร์ คสช.

หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีข้อสรุปให้ใช้มาตรา 44 แก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ขยายเวลาให้พรรค การเมืองทำกิจกรรมบางส่วน แต่ยังไม่ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมอย่างเต็มรูปแบบ ตามที่มีเสียงเรียกร้องจากบรรดานักการเมืองมาโดยตลอดนั้น

ม.44 แก้ ก.ม.พรรคไม่เกินเดดไลน์

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีมติใช้มาตรา 44 แก้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อขยายกรอบเวลาการทำกิจกรรมของพรรคการเมืองว่า หลักการที่จะทำไม่มีอะไรกระทบหรือทำให้พรรค การเมืองเดือดร้อนแม้แต่พรรคเดียว ทั้งในการส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง และการได้รับเงินทุนอุดหนุนพรรคการเมือง แต่ตนไม่สามารถระบุได้ว่าคำสั่งดังกล่าวจะออกมาในช่วงใด แต่ยืนยันได้ว่าจะออกก่อนวันที่ 5 ม.ค. 2561

สนช.แย้มแก้ ก.ม.ถ้า ม.44 ไม่ลงตัว

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็น เพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ถ้าใช้มาตรา 44 แล้วสามารถคลี่คลายปัญหาได้ทั้งหมด สนช.คงไม่ต้องทำอะไร และเพื่อให้ สนช.ไม่ไปทำงานซับซ้อน แต่หากใช้มาตรา 44 แล้วแก้ปัญหาได้เพียงบางส่วน แต่บางส่วนยังไม่ได้รับการแก้ไข ตรงนี้ถึงจะนำไปสู่ขั้นตอนการแก้ไขกฎหมายพรรคการเมือง จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ต้องดูไปก่อน เมื่อถึงเวลานั้นหากต้องแก้ไขด้วยวิธีการแก้กฎหมายพรรคการเมืองก็ต้องทำ เพราะแก้ด้วยปัจจัยอื่นไม่ได้ แต่เวลานี้ยังไม่ถึงขั้นตอนนั้น อย่างไร ก็ตาม ถ้าให้ สนช.ทำคงต้องใช้เวลา คือ ไม่เสร็จเร็วอย่างแน่นอน เพราะยังมีกฎหมายที่ค้างอยู่ และยังมีข้อกำหนดในมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญที่เป็นกระบวนการที่ สนช.จะต้องทำอีกด้วย

พท.ดักคอสอดไส้ข้อเสนอ “สุเทพ”

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณี คสช.มีมติใช้มาตรา 44 ขยับกรอบเวลาการทำกิจกรรมพรรคการเมือง ตามกฎหมายลูกพรรคการเมืองนั้น กรอบเวลาการทำกิจกรรมของพรรคการเมืองที่ต้องสำรวจสมาชิกใน 90 วัน โดยจะครบกำหนดในวันที่ 5 ม.ค. แต่ยังไม่ปลดล็อกพรรคการเมือง เป็นเรื่องที่คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว ตรงนี้ไม่เป็นปัญหา แต่ที่น่าจับตามองคือการใช้มาตรา 44 ในจังหวะเดียวกับที่ สนช.เชิญนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กับนายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานเครือข่ายประชาชนเพื่อการปฏิรูป ซึ่งเป็นผู้เสนอแก้ไขกฎหมายพรรคการเมืองมาให้ข้อมูล ที่อาจจะมีการแก้ไขกฎหมายพรรค การเมืองนอกเหนือจากเงื่อนเวลาการทำกิจกรรมหรือไม่ ถ้ามีจริงก็เป็นห่วงว่าจะมีปัญหาบานปลายไปในเรื่องอื่นด้วย

แฉส่อเจตนาตั้งพรรคทหาร

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ คสช.ใช้มาตรา 44 เปิดช่องพรรคการเมืองใหม่จัดประชุมใหญ่ตั้งหัวหน้าพรรค โดยต้องขออนุญาต คสช.ก่อน แต่พรรคเก่ายังไม่ปลดล็อกประกาศใช้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองแล้ว มีเรื่องที่บังคับให้ต้องดำเนินการ ผู้ใดไม่ทำมีโทษ แต่ยังมีคำสั่ง คสช.ที่ 57/2557 ห้ามทำกิจกรรมการเมืองบังคับใช้อยู่ ซึ่งขัดและย้อนแย้งกัน สะท้อนความบกพร่องในการ บริหารบ้านเมืองของผู้มีอำนาจ ขัดหลักกฎหมายทั้งหมด ถือเป็นจุดบอด ทำให้รู้สึกว่าผู้มีอำนาจมีอะไรอยู่ในใจ ให้พรรคใหญ่ดำเนินการเล็กๆ น้อยๆ ทางธุรการได้ แต่อย่างอื่นไม่ปลดล็อก แต่ให้อำนาจพรรคเล็กขยับหาสมาชิก ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ ทำให้ไม่แน่ใจว่ามีเจตนาแอบแฝง สนับสนุนให้มีพรรคทหาร พรรคมารองรับ คสช.เพื่อสืบทอดอำนาจหรือไม่ จะปฏิเสธอย่างไร ความแคลงใจก็ไม่หมด

“มาร์ค” จี้ คสช.แจงชัดๆ ให้ทำอะไร

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ คสช.เตรียมใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปลดล็อกให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมบางส่วนได้ว่า อยากให้ คสช.ระบุขอบเขตและกฎหมายที่ชัดเจนว่าพรรคการเมืองสามารถทำอะไรได้บ้าง กฎหมายที่ออกมาต้องสอดรับพรรคการเมืองปฏิบัติได้ อย่างการตรวจสอบฐานข้อมูลสมาชิกพรรคที่ทุกพรรคเป็นปัจจุบันทำได้อยู่แล้ว จึงไม่ใช่ข้อสำคัญในการปลดล็อก ส่วนตัวไม่มีปัญหากับการปลดล็อกเป็นขั้นๆ แต่ คสช.ต้องวางกติกาข้อกำหนดให้ชัดเจน สิ่งสำคัญที่ คสช.ต้องคำนึงถึงคือ การเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ด้วยความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ไม่อยากให้เกิดการใช้อำนาจรัฐเพื่อสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบอย่างเช่นอดีตที่ผ่านมา

“นิพิฏฐ์” เชื่องดใช้ไพรมารีโหวตชัวร์

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณี คสช.เตรียมใช้มาตรา 44 ปลดล็อกให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางธุรการบางส่วนได้ เช่น การแจ้งตัวเลขสมาชิก ตรงนี้ไม่ได้มีปัญหา แต่ที่มีปัญหาคือในส่วนของพรรคการเมืองเก่า เข้าใจว่าจะปลดล็อกเมื่อกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ช่วง 150 วัน ก่อนเลือกตั้ง หากปลดช่วงนั้นมีปัญหาว่าพรรคต้องจัดประชุมเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคใหม่ เมื่อเลือกแล้วก็ต้องเลือกกรรมการสรรหาผู้สมัครและเรื่องการทำไพรมารีโหวต อันนี้ไม่น่าจะทัน เมื่อใช้มาตรา 44 เช่นนี้ สุดท้ายจะมีการออกกฎหมายยกเว้นไม่ต้องทำไพรมารีโหวต เพราะเวลา 150 วัน ก่อนเลือกตั้งจะทันได้อย่างไร จึงคิดว่าไม่น่าจะทำไพรมารีโหวต โดยอาจไปเขียนไว้ในบทเฉพาะกาลในกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ว่าการเลือกตั้งครั้งแรกไม่ต้องทำไพรมารีโหวต แต่มาทำแบบนี้เหมือนการถอยหลัง

ชทพ.แนะดูกิจกรรมให้ครบถ้วน

นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงการเตรียมออกคำสั่งมาตรา 44 เพื่อปลดล็อกพรรคการเมืองทำกิจกรรมว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดว่า คสช.หรือรัฐบาลจะปลดล็อกให้ทำกิจกรรมใดบ้าง ทราบแค่ว่าจะขยายเวลาอีก 90 วัน แต่เชื่อว่าคงไม่ได้ปลดล็อกให้ทำเฉพาะการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของสมาชิกพรรค เพราะ พ.ร.บ.พรรคการเมืองมีเงื่อนไขให้พรรคต้องทำกิจกรรมอื่นๆด้วย เช่น ประชุมกรรมการบริหารพรรค กำหนดนโยบาย ทำข้อบังคับภายใน 180 วัน ดังนั้นหากจะขยายให้อีก 60 วัน ต้องขยายเวลาอื่นด้วย พรรคชาติไทยพัฒนายังคงปฏิบัติตาม พ.ร.บ.พรรคการเมืองจนกว่าจะมีคำสั่ง คสช. วันสุดท้ายที่กำหนดไว้คือวันที่ 5 ม.ค. ถ้าคำสั่งยังไม่ออกมา พรรคก็ต้องยื่นจดหมายต่อ กกต. เพื่อไม่ให้กระทบต่อสถานะพรรคการเมือง

“ไพบูลย์” ลุยชงยกเว้นไพรมารี

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานเครือข่าย ประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า วันที่ 21 ธ.ค. จะส่งหนังสือข้อเสนอให้แก้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรค การเมือง 2560 ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. และนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.พิจารณา ก่อนที่จะเข้าไปชี้แจงต่อ สนช.ในวันที่ 22 ธ.ค. เวลา 13.30 น. โดยเนื้อหาข้อเสนอที่จะยืนต่อนายกฯ คือ ขอให้ คสช.รักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง และ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งแล้ว ส่วนที่ส่งให้ประธาน สนช.คือให้ยกเว้นการบังคับใช้ระบบไพรมารีโหวตไว้ก่อน สำหรับการชี้แจงต่อ สนช.นั้นจะพูดคุยถึงสภาพปัญหาและเหตุผล โดยเตรียมเอกสารเกี่ยวกับขั้นตอนของพรรคการเมืองที่จัดตั้งใหม่ รวมทั้งพรรคการเมืองเดิมหากมีขั้นตอนการทำไพรมารีโหวต ชี้ให้เห็นว่าขั้นตอนดังกล่าวใช้เวลานานในเวลาที่มีจำกัดในตอนนี้ คิดว่าเป็นทางออกที่ดีกับทุกฝ่าย

“สมชัย” ยังตามท้วงสรรหา กกต.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงรายงานของคณะกรรมการสรรหา กกต. ที่นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหา ได้เสนอต่อที่ประชุมสนช. และพิจารณาไปเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ว่า เท่าที่สังเกตรายงานแบ่งเป็น 2 ส่วน ในส่วนของการสรรหา กกต. 5 คน แม้ระบุถึงที่มาที่ไป การสรรหา ระเบียบ ขั้นตอนการสรรหา แต่พบว่ารายงานเฉพาะคะแนนของแต่ละบุคคล ยังขาดว่ากรรมการคนไหนเลือกใคร ด้วยเหตุผลอะไร ซึ่ง สนช.ควรขอ ไม่ใช่แค่เขียนรายงานว่าลงคะแนนโดยเปิดเผยพร้อมด้วยเหตุผลลอยๆ ส่วนรายงานการคัดเลือกของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาพบว่าไม่ได้เล่ากระบวนการคัดเลือก มีเพียงการแนบใบสมัครของผู้ที่คัดเลือก ส่วนตัวไม่ได้มีอะไรพิเศษกับผู้สมัครทุกราย แค่อยากให้กระบวนการถูกต้องตามกฎหมาย เพราะถ้าทำผิดจะมีผลผูกพันต่อไปในอนาคต และ กกต.จะมีหนังสือสอบถามไปยังประธานศาลฎีกาเร็วๆนี้ด้วย

ชง ก.ม.เลือกตั้งท้องถิ่นเข้า ม.ค.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยเฉพาะ 40 ประเด็นที่ กกต.ต้องการให้แก้ไขว่า เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ได้เจอนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. พูดคุยถึงเรื่องดังกล่าว โดยนายศุภชัยบอกว่าไม่ได้แก้ถึง 40 ประเด็น ก่อนหน้านี้คนที่ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นคิดจะทำให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ทันคิดถึงปัญหาอื่นๆ ที่ กกต.ต้องระทมขมขื่นในการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนหน้านี้ที่มีช่องโหว่และช่องว่าง ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องคุณสมบัติ ถ้าเลือกตั้งครั้งต่อไปช่องโหว่ยังมีอยู่ จะทำให้เกิดการทุจริตได้ ดังนั้นเมื่อจะแก้แล้วก็ฝากให้แก้ไขด้วย จึงเป็นที่มาของการเสนอแก้ไขใน 40 ประเด็น ตนฟังแล้วเห็นด้วยว่าแก้ไขประเด็นคุณสมบัติอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเลือกตั้งแล้วคงฟ้องร้องกัน อย่างไรก็ตามกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นคงไม่สามารถนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ได้ทันเดือน ธ.ค.นี้ เนื่องจากสัปดาห์หน้าจะมีการประชุม ครม.สัญจร จึงจำเป็นต้องเลื่อนไปเดือน ม.ค.2561 คาดว่าในช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. กฎหมายดังกล่าวจะผ่านการพิจารณาของ ครม.

กมธ.ย้ำให้ ป.ป.ช.ดักฟังโทรศัพท์

พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร กรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณี กมธ.เพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยให้สามารถดักฟังข้อมูลทางโทรศัพท์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของนักการเมือง ข้าราชการ และประชาชน ในคดีทุจริตและร่ำรวยผิดปกติได้ว่า กมธ.พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว ป.ป.ช.เป็นผู้เสนอเรื่องนี้มาให้เหตุผลว่าเป็นเรื่องสากล ซึ่ง ป.ป.ช.ทำตามข้อตกลงที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี ในหลายๆ ประเทศให้อำนาจ ป.ป.ช.ทำได้ ขณะที่ประเทศไทยมีกรมสอบสวนพิเศษ (ดีเอสไอ) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สามารถสืบค้นข้อมูลด้วยวิธีดังกล่าวได้ แต่ ป.ป.ช.มีอำนาจสอบสวนการทุจริต ร่ำรวยผิดปกติ บางคดีโยงการฟอกเงิน จึงควรให้อำนาจ ป.ป.ช.ดักฟังข้อมูลได้ จะช่วยงาน ป.ป.ช.ได้มาก ยืนยันว่า กมธ.ได้พิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะเรื่องการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แต่การสืบค้นข้อมูลของ ป.ป.ช.ด้วยวิธีดังกล่าวต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้เท่านั้น ขึ้นอยู่กับที่ประชุม สนช.จะเห็นชอบหรือไม่

สนช.ท้วงหนักหวั่นละเมิดสิทธิ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นการให้อำนาจ ป.ป.ช.ดักฟังข้อมูลทางโทรศัพท์ได้นั้น สนช.หลายคนแสดงความกังวลจะเข้าข่ายละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และอาจขัดรัฐธรรมนูญ อีกทั้งเป็นการให้อำนาจ ป.ป.ช.มากเกินไปหรือไม่ เพราะเรื่องการดักฟังข้อมูลมีหน่วยงานดูแลอยู่แล้ว เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แต่ต้องได้รับอนุญาตจากศาลจึงจะทำได้ เหตุผลที่ ป.ป.ช.กล่าวอ้างขอดักฟังทางโทรศัพท์เพื่อหาหลักฐานคดีทุจริต คดีร่ำรวยผิดปกติ ในกรณีที่ ป.ป.ช.ไม่สามารถหาข้อมูลหรือพยานหลักฐานมาได้นั้นไม่น่าจะมีน้ำหนักมากพอ เพราะหลายคดี ป.ป.ช.สามารถหาพยานหลักฐานจนนำไปสู่การฟ้องศาลได้ โดยไม่จำเป็นต้องดักฟังข้อมูล

“มาร์ค” จี้ระบุเงื่อนไขให้ชัด

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรับธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพิ่มอำนาจให้ ป.ป.ช.สามารถดักฟังโทรศัพท์ได้ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าจะนำมาใช้ดักฟังช่วงไหน อย่างไร แต่ขอให้มองถึงความจำเป็น เพราะกรณีดังกล่าวถือเป็นการละเมิดเสรีภาพสิทธิส่วนบุคคลขั้นพื้นฐาน ต้องระบุเงื่อนไขให้ชัดเจนว่ากรณีใดบ้างที่ทำได้หรือไม่ได้ และต้องตรวจสอบถ่วงดุลได้ ที่สำคัญจะต้องมีการขอหมายศาลตามเงื่อนไขที่ชัดเจนด้วย

“บิ๊กป้อม” ยิ้มแย้ม–ไม่ให้สัมภาษณ์

วันเดียวกัน ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะ อาทิ พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผบ.ทหารสูงสุด และผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ เดินทางไปเยี่ยมคำนับ พล.ท.จันสะหมอน จันยาลาด รมว.ป้องกันประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) และร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไปไทย-ลาว ครั้งที่ 24 (จีบีซี) นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ระหว่างวันที่ 20-21 ธ.ค. เพื่อหารือถึงความร่วมมือด้านความมั่นคงของทั้งสองประเทศ โดย พล.อ.ประวิตรมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ขณะที่นายทหารคนสนิทยืนยันว่า พล.อ.ประวิตรมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็งดี พร้อมทำงานเพื่อประเทศด้วยความทุ่มเท ภายหลังถูกโซเชียลมีเดียนำภาพเก่าของ พล.อ.ประวิตรในขณะที่สวมนาฬิกายี่ห้อต่างๆมาเปิดเผย และวิพากษ์วิจารณ์ถึงการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

กห.อัดคนไม่หวังดีทำเพจเชียร์

ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีเพจเฟซบุ๊ก “มั่นใจคนไทยทั้งแผ่นดินเชียร์ลุงป้อม” ออกมาเผยแพร่ในโลกโซเชียลตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค. และมีคนวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในขณะนี้ว่า ยืนยันว่าเพจดังกล่าวไม่ใช่ของ พล.อ.ประวิตรหรือทีมงาน เพราะ พล.อ.ประวิตรไม่มีนโยบายทำเพจแบบนี้ คนที่ทำคงเป็นผู้ไม่หวังดี ที่ต้องการให้คนเข้ามาโจมตี สร้างความสับสนเข้าใจผิดในตัว พล.อ.ประวิตร ขอยืนยันว่าทีมงานทั้งหมดไม่มีใครทำเพจขึ้นมาอย่างแน่นอน ขอความร่วมมือผู้ที่กระทำให้หยุดพฤติกรรมเช่นนี้ และขอให้พี่น้องประชาชนมีวิจารณญาณในการวิเคราะห์ แยกแยะสิ่งต่างๆ เราไม่อยากให้สังคมต้องกลับไปขัดแย้งกันด้วยความคิดที่แตกต่าง มีการปลุกปั่น ปลุกระดม ทำให้เกิดความเกลียดชัง จนนำไปสู่การใช้ความรุนแรงอีก

แชร์นาฬิกาหรู “บิ๊กป้อม” เรือนที่ 5

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก ซีเอสไอ แอลเอ โพสต์ภาพและคลิปการครอบครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม อีก 1 เรือน โดยระบุข้อความว่า เรือนที่ 5 เฉลยอีกเรือน AUDEMARS PIGUET Royal Oak Chronograph Automatic Blue Dial ราคาตลาดอยู่ $24,300 หรือ 8 แสนบาท https://www.jomashop.com/ audemars-piguet-watch-26320stoo122… ภาพนี้มาจากคลิป youtube ของมติชน วันที่ 24 เมษายน 60 หัวข้อข่าวคือ “บิ๊กป้อม” ย้ำต้องมี ผบ.เหล่าทัพนั่ง กก.ยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ประกันไร้รัฐประหารอีก

นายกฯมุ่งมั่นยกระดับการบิน

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ถ.เจริญกรุง 30 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมระดับภูมิภาคขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) โดยมีนางฟาง หลิว เลขาธิการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ นายอรุณ มิชรา ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ นายชารีฟ ฟาเธย์ รัฐมนตรีการบินพลเรือนของอียิปต์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เข้าร่วม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า รัฐบาลไทยมีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามพันธกรณีต่างๆ เพื่อยกระดับการบินของประเทศให้มีมาตรฐานทัดเทียมระดับสากลอย่างต่อเนื่อง หลังจากสามารถแก้ไขข้อบกพร่องที่มีความสัมพันธ์ด้านความปลอดภัยสำเร็จเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา จนได้รับการปลดธงแดงออก รัฐบาลไทยมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมการบิน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค รวมถึงแผนในการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาให้เป็นศูนย์กลางการบินแห่งภาคตะวันออก รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงอากาศยานแห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก

ระทึกลิฟต์ค้างนักข่าว-ช่างภาพวูบ!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มพิธีเปิดการประชุม ได้เกิดเหตุระทึกขึ้น เมื่อกลุ่มผู้สื่อข่าว ช่างภาพ และผู้ร่วมงานจำนวน 9 คน ได้ขึ้นลิฟต์มาจากชั้นลานจอดรถไปยังชั้น 2 ซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน ปรากฏว่าลิฟต์ค้าง และตกกระแทกลงมายังชั้นจี (G) อย่างแรง สร้างความตกใจให้กับผู้ประสบเหตุ เมื่อตั้งสติได้จึงกดปุ่มติดต่อขอความช่วยเหลือ โดยพนักงานโรงแรมได้สอบถามจำนวนคนที่อยู่ในลิฟต์ และบริเวณชั้นที่ขึ้นโชว์อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ พร้อมบอกว่าจะเร่งประสานให้เจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ แต่ผ่านไป 10 นาที ก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดเข้ามา จึงขอความช่วยเหลือไปอีกครั้ง ได้รับคำตอบกลับมาว่าแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างแล้ว จากนั้นไฟในจอมอนิเตอร์ของลิฟต์ดับลง อากาศภายในลิฟต์เริ่มน้อยลง ทำให้นายวัฒนะ เจียมพุดซา ผู้ช่วยผู้สื่อข่าวสำนักข่าวเนชั่น และนายชยพัทธ์ วิรัชกุล อายุ 61 ปี พนักงานขับรถหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เริ่มมีอาการเวียนศีรษะ ทรุดลงนั่งกับพื้น เพื่อนๆจึงปฐมพยาบาลเบื้องต้น นำยาดมให้สูดดมบรรเทา

โกลาหล จนท.ละล้าละลังงัดลิฟต์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทั่งเวลาผ่านไปอีก 20 นาที ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ผู้ประสบเหตุจึงพยายามติดต่อมายังเพื่อนผู้สื่อข่าวด้านนอก ให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่องัดประตูลิฟต์ออกก่อนในเบื้องต้น เพื่อให้มีอากาศหายใจ แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขในทันที จนเวลาผ่านไปอีก 20 นาที หลังจากกลุ่มผู้สื่อข่าวและเพื่อนช่างภาพพากันไปกดดันให้เจ้าหน้าที่ให้เร่งงัดประตูลิฟต์ออก เจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างถึงยอมงัดประตูลิฟต์ออก ทั้งนี้ คาดว่าสาเหตุที่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมงัดลิฟต์ตั้งแต่แรก เพราะเกรงลิฟต์จะเสียหาย อีกทั้งไม่ได้รับคำสั่งอนุญาตจากผู้บริหาร จึงพยายามใช้ระบบคอมพิวเตอร์รีเซ็ตแทน แต่เมื่อผู้บริหารโรงแรมซึ่งเป็นชาวต่างประเทศ ส่งนายกรัฐมนตรีเข้าห้องรับรองเสร็จแล้ว และได้รับทราบเรื่อง จึงสั่งการให้ลงไปงัดลิฟต์ตัวดังกล่าวทันที เจ้าหน้าที่จึงลงมืองัดลิฟต์ออก ต่อมาเจ้าหน้าที่โรงแรมได้เข้ามาขอโทษในความไม่สะดวก รวมทั้งแก้ไขช้า โดยระบุสั้นๆว่า หากท่านใดรู้สึกมีอาการไม่ดีเรามีพยาบาลดูแลให้

“บิ๊กตู่” นำของรักร่วมประมูลช่วย รพ.

ช่วงบ่ายเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ได้มอบกระเป๋าสตางค์ยี่ห้อกุชชี่ และเข็มขัดยี่ห้อ อัลเบโด้ พร้อมลายเซ็น ร่วมประมูลในกิจกรรม“ส่งความสุขด้วยน้ำใจ ร่วมประมูลของดีมีคุณค่า” เนื่องในวันสถาปนาครบรอบ 16 ปี ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ที่ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม เพื่อนำรายได้สมทบทุนแก่โรงพยาบาลทหารผ่านศึก โดยมีบุคคลสำคัญต่างๆนำสิ่งของเข้าร่วมประมูลด้วย โดยราคาเริ่มต้นชิ้นละ 5,416 บาท นายมงคล ลีลาธรรม ผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมฯประมูลได้เข็มขัดนายกฯที่ 7,000 บาท ขณะที่นายกิตติวัชร์ เกษมใส ผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประมูลได้กระเป๋าสตางค์ในราคา 24,000 บาท

คึกออกกำลังกายตีเข่าโชว์ฟิต

ต่อมาเวลา 15.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี พล.อ.ประยุทธ์ได้ร่วมออกกำลังกายประจำสัปดาห์ เต้นแอโรบิกกับเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบฯ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ช่วงสุดท้ายก่อนเพลงเต้นแอโรบิกจะจบ นายกฯยืนนิ่งทำหน้าตาขึงขัง ก่อนหยอกสื่อด้วยการทำท่าตีเข่าใส่เสาภายในตึกสันติไมตรีเสียงดังปั่กๆ และยิ้มอย่างอารมณ์ดี จากนั้นเดินกลับไปทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า

“บิ๊กจิ๋ว” โวย ศก.พังจะอดตายแล้ว

วันเดียวกัน ที่ จ.นนทบุรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดบ้านปิ่นประภาคม รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนหลากหลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มชาวเขาเผ่าม้งแห่งสยาม 16 เผ่าพันธุ์ภาคเหนือ ที่เดือดร้อนไม่มีที่ทำกิน กลุ่มชาวนา และกลุ่มรัฐวิสาหกิจ ต่อต้าน พ.ร.บ.แปรรูปรัฐวิสาหกิจแห่งชาติ โดยกล่าวถึงสถานการณ์การเมืองว่า ปีหน้าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ยังไม่รู้และไม่ใช่คำตอบ ขณะนี้ผู้คนลำบากมาก จะอดตายกันหมดแล้ว ฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทำให้ประชาชนก่อน ปีหน้าระบบเศรษฐกิจพังแน่ ปัญหาปากท้องประชาชนรอไม่ได้ ทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่มั่นคงก่อนแล้วอย่างอื่นจะตามมา ถามว่าควรจะพอหรือยังกับรัฐธรรมนูญ 20 ฉบับ ทุกฉบับก็มาออกแบบการเลือกตั้งให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ไม่เคยทำให้ประชาชนเข้มแข็ง ประเทศชาติมั่นคง ให้ดูประเทศจีนแม้ปกครองด้วยระบอบเผด็จการเต็มรูปแบบ แต่รัฐบาลมุ่งทำเพื่อประชาชน วันนี้ประชาชนจีนมีความเจริญรุ่งเรืองมาก นี่คือคำตอบชัดเจนที่สุด ดังนั้นอย่าเสียเวลากับรูปแบบ หรือคิดแต่เรื่องนโยบายสวยหรู ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สิ่งสำคัญคือแก้ปัญหาให้ประชาชนได้หรือไม่ ยังไม่ต้องพูดไปถึงยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

จี้นายกฯทำงานมากขึ้น-อย่าบ่น

พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า นายกฯประยุทธ์ต้องทำงานให้มากขึ้น อย่าหลับ อย่าบ่น อย่าด่ามาก แล้วฟังประชาชนจะได้เห็นว่าลำบากกันขนาดไหนแล้วต้องปรับให้มีความสุขุมเยือกเย็น หนักแน่น หลังไป จ.สงขลา กลับมาเห็นดีขึ้น มองถึงความตั้งใจของ พล.อ.ประยุทธ์สอบผ่าน ยังมีความเข้มแข็ง ตั้งอกตั้งใจเพื่อบ้านเมือง ต้องให้กำลังใจกัน แต่ท่านต้องหาคนดีๆ คนทำงานเป็นมาช่วยให้มากขึ้น ส่วนเรื่องที่ คสช.อาจตั้งพรรคการเมือง หรือพรรคทหารนั้นตนไม่ทราบ จะตั้งอะไรก็ตั้งไปเถอะ พรรคทหารทั้งหมด หรือพรรคค่อนทหาร แต่ในส่วนของตนยืนยันวางมือ ไม่เล่นการเมืองแล้ว ยอมรับว่ามีคนมาติดต่อ ขณะที่บางพรรคเอาชื่อตนไปแอบอ้างเป็นที่ปรึกษา

ขู่นำม็อบเองลุยแตกหักรัฐบาล

พล.อ.ชวลิตยังกล่าวกับกลุ่มพนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่มาจากโรงงานยาสูบ การท่าเรือ และทีโอที ว่า รัฐวิสาหกิจ เป็นหัวใจของชาติ ต้องทำให้เป็นสวัสดิการเพื่อประชาชน การปรับเปลี่ยนแปรรูปอะไรไม่ถูกต้องถ้าไม่ถามพนักงานรัฐวิสาหกิจที่เป็นรัฐสวัสดิการ เรื่องพลังงานสำคัญที่สุด ถ้าปฏิรูปแล้วไม่ดีตนจะนำการเรียกร้องเอง เช่น โรงงานยาสูบกำลังประสบปัญหาหนัก เพราะกรมสรรพสามิตประกาศกฎกระทรวง ขึ้นภาษีสูงมาก ทำให้บุหรี่นอกได้เปรียบ ให้ไปทำรายละเอียดที่ชัดเจน มาเจอกันหลังปีใหม่ เอากันให้แตกหัก

กปปส.โวย คสช.เชียร์ต่อไม่ไหวแล้ว

นายอิสสระ สมชัย อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์และแกนนำ กปปส. กล่าวว่า รัฐบาล คสช.บริหารมาเกือบ 4 ปี เกษตรกรไทยยังโงหัวไม่ขึ้น ชาวนาจนซ้ำซาก ชาวสวนยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์ม ไม่มีหลักประกันใดๆ ในการลงทุนการผลิต น่าห่วงว่าเกษตรกร คนรากหญ้าจะหมดตัวจากหนี้สิน ส่วนโครงการบัตรคนจนหรือบัตรแมงมุมที่รัฐบาลอ้างว่าช่วยคนจนก็ไม่ใช่ของจริง เพราะคนจนใช้บัตรแลกซื้อของจากทุนเจ้าสัวทั้งนั้น อุ้มคนรวยไม่ได้ช่วยคนจนอย่างที่ตีปี๊บ เดินหน้าดันทุรังทำประชานิยมซ่อนรูปต่อ ขอฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ถ้าอยากเป็นนายกฯต้องกล้าตัดคนไม่ดีรอบตัวออก อย่าเอาพวกพ้องที่ไม่ดีมากระเตงไว้ ที่ผ่านมาตนเป็น กปปส.เคยสนับสนุนทหารตั้งแต่วันที่เข้ามายึดอำนาจจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ด้วยคาดหวังทหารเข้ามาแล้วจะปฏิรูปประเทศให้เจริญก้าวหน้า แต่ผ่านมาจะ 4 ปีแล้วยังไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น การปฏิรูปประเทศไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน มีแต่เรื่องอื้อฉาวของคนในรัฐบาลคสช.มากกว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ก็เชียร์ไม่ไหวแล้ว

ศาล รธน.วินิจฉัยร่างบันทึกสินค้า

วันเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณาคำร้องกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 178 วรรคห้า ว่าร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการผ่านแดนสินค้าระหว่างกรมศุลกากรแห่งราชอาณาจักรไทยและกรมศุลกากรและสรรพสามิตแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นหนังสือสัญญาเกี่ยวกับการค้าเสรีตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 178 วรรคสาม ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 178 วรรคสองหรือไม่ ทั้งนี้ ผลการพิจารณาศาลมีมติเอกฉันท์ร่างบันทึกดังกล่าว เป็นหนังสือสัญญาเกี่ยวกับการค้าเสรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 178 ไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม หรือการค้า หรือการลงทุนของประเทศอย่างกว้างขวาง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 178 วรรคสอง จึงไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา

“หมวดเจี๊ยบ” รับทราบข้อกล่าวหาเพิ่ม

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมทนายความ เข้าพบ ร.ต.อ.สมบัติ สมบัติโยธา รอง สว. (สอบสวน) กก.3 บก.ปอท.เดินทางเข้ารับทราบข้อหาเพิ่มเติม หลังจากฝ่ายกฎหมาย คสช. แจ้งความต่อ ปอท.ให้ดำเนินคดีกับ ร.ท.หญิง สุณิสา อีก 3 กระทงในความผิดยุยงปลุกปั่น นำเข้าข้อมูลเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ หลังวิจารณ์นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล เกี่ยวกับการเดินทางไปสหรัฐอเมริกา และการจัดซื้ออาวุธ โดยมีผู้แทนจากสหภาพยุโรป ผู้แทนทางการทูตจากสถานทูตอีก 8 ชาติ จากทวีปอเมริกาและทวีปยุโรป เข้ามาสังเกตการณ์ และนักการเมืองพรรคเพื่อไทยมาให้กำลังใจ โดย ร.ท.หญิงสุณิสากล่าวภายหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาว่า ยืนยันได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นการวิพากษ์วิจารณ์เพื่อปกป้องประเทศ

แม่แกนนำ กปท.ร้องดีเอสไอ

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายทศพล แก้วทิม แกนนำกองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย (กคป.) พร้อมทั้งนางสาโรจน์ ธราทิน มารดาของนายสุทิน ธราทิน แกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ที่ถูกยิงเสียชีวิตจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงมวลชนที่ไปคัดค้านการเลือกตั้งล่วงหน้า ที่หน่วยเลือกตั้งเขตบางนา บริเวณวัดศรีเอี่ยม เมื่อวันที่ 26 ม.ค.57 และเคยเดินทางไปยื่นหนังสือขอให้รับเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากผ่านมา 3 ปีแล้วคดีไม่มีความคืบหน้า โดยมี ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้รับเรื่อง ทั้งนี้ นายทศพลกล่าวว่า มีความวิตกกังวลอย่างมาก เนื่องจากรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลทหารแต่คดียังไม่มีความคืบหน้า ในขณะที่เวลาของรัฐบาลนี้เหลือน้อยเต็มที ถ้าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะยิ่งลำบาก ที่จะทำให้คดีนี้ปรากฏเป็นความจริง

เล็งตั้ง “ก.รท.” รับเรื่องร้องทุกข์ ตร.

ที่รัฐสภา นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานอนุกรรมการด้านสื่อสารสังคม คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการฯ ที่มี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน มีมติให้มีแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ตามที่อนุกรรมการบริหารงานบุคคลเสนอ โดยให้เพิ่มเติมมาตรา 106/1 ให้มีคณะกรรมการพิจารณาร้องทุกข์ (ก.รท.) ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก ก.ตร. มีอำนาจหน้าที่พิจารณาเรื่องร้องทุกข์ของข้าราชการตำรวจ เช่น การโยกย้ายไม่เป็นธรรม ประกอบด้วย คณะกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่ง เป็นประธาน และคณะกรรมการ 8 คน ประกอบด้วย รองเลขาธิการ ก.พ.ผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่เคยเป็นข้าราชการตำรวจมาก่อน 3 คน และผู้เคยเป็นข้าราชการตำรวจตั้งแต่ผู้บัญชาการหรือเทียบเท่าขึ้นไป 4 คน โดยให้ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจเป็นเลขานุการ และผู้บังคับการหน่วยงานรับผิดชอบรับเรื่องราวร้องทุกข์ของข้าราชการตำรวจเป็นผู้ช่วยเลขานุการ โดยให้ ถือคำวินิจฉัยของ ก.รท.เป็นที่สุด โดยจะเสนอรัฐบาลในวันที่ 28 ธ.ค. เพื่อให้ทันการแต่งตั้งโยกย้ายปี 61

ชงตั้ง “ตำรวจเกณฑ์” คุมฝูงชน

นายมานิจกล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือถึงแนวคิดจะให้มีตำรวจเกณฑ์ โดยให้ทำในลักษณะเดียวกับทหารเกณฑ์ แต่พบว่าเรื่องนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่าชายไทยต้องเกณฑ์ทหาร ไม่มีคำว่าตำรวจ จึงพิจารณาทางออกโดยอาจให้ทหารเกณฑ์ที่ผ่านการเกณฑ์ทหารและฝึกอบรมมาแล้ว 2 ปี สามารถสมัครเข้าเป็นตำรวจต่อได้ แต่ไม่ได้ให้เกี่ยวข้องกับคดี ให้อยู่ในด้านการดูแลรักษาความปลอดภัย หรือควบคุมฝูงชน เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนตำรวจถึง 7,000 นาย ทั้งนี้ ยังไม่ได้มีข้อยุติ ต้องพิจารณารูปแบบที่เหมาะสมต่อไป

“วิษณุ” ยัน ม.44 แก้ ก.ม.ลูกพรรคการเมือง ไม่กระทบกระเทือนทำใครเสียเปรียบ เผยออกก่อน เดดไลน์ 5 ม.ค.61 “สุรชัย” แย้มลุยแก้ ก.ม. ถ้า ม.44 แก้ปัญหาไม่จบ 21 ธ.ค. 2560 05:30 21 ธ.ค. 2560 05:32 ไทยรัฐ