วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวบ 2 โจ๋มือชก แท็กซี่-ลูกสาว

หลังโซเชียลถล่มเละ ถูกดำเนินคดี2ข้อหา

“ผู้การ 7” แถลงจับกุม 2 วัยรุ่นแก๊งดงกระสือ ผู้ต้องหารุมทำร้ายคนขับแท็กซี่และลูกสาว 2 คน ดำเนินคดี 2 ข้อหาทำร้ายร่างกายและทำให้เสียทรัพย์ ยันตำรวจไม่ใส่เกียร์ว่าง รับแจ้งแล้วไประงับเหตุจับกุมผู้ต้องหาทันที แต่ผู้เสียหายไม่มาแจ้งความเลยต้องปล่อยตัว วอนยกเลิกค่าหัว 3 หมื่นบาท หวั่นบานปลาย ขณะผู้ต้องหาอ้างเห็นเพื่อนขี่รถ จยย.ชนแท็กซี่นอนเจ็บ คิดว่าแท็กซี่ขับปาดหน้า เลยเข้าไปลุยต่อยมั่วไม่รู้ว่าถูกผู้หญิงหรือผู้ชาย

สืบเนื่องจากมีผู้โพสต์เฟซบุ๊กใช้ชื่อ Thantong Rodluk ปล่อยภาพเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้ายร่างกายโชเฟอร์แท็กซี่และลูกสาว หลังมีวัยรุ่นขี่รถ จยย.ชนท้ายรถแท็กซี่ได้รับบาดเจ็บ ต่อมามีกลุ่มเพื่อนของคนขี่รถ จยย.ตามมาสมทบ รุมทำร้ายคนขับแท็กซี่แต่ลูกสาวเข้ามาขวางจนถูกชกต่อยที่ใบหน้าหลายครั้งจนตาเขียวช้ำ นอกจากนี้ กลุ่มวัยรุ่นยังแสดงความบ้าคลั่งทุบทำลายรถแท็กซี่เสียหาย หลังคลิปถูกนำมาเผยแพร่ยังเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยยืนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหน้าตาเฉย โดยไม่เข้าไประงับเหตุหรือช่วยเหลือหญิงสาวที่ออกมาปกป้องพ่อที่ขับแท็กซี่ ทำให้มีผู้เข้าไปวิพากษ์วิจารณ์และแชร์ภาพออกไปในวงกว้างกลายเป็นกระแสสังคม

ความคืบหน้าจากที่ สน.บางเสาธง เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 ธ.ค. พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา ผบก.น.7 พ.ต.อ.เมธี รักพันธุ์ รอง ผบก.น.7 ฝ่ายสืบสวน สน.บางเสาธง และตำรวจ กก.สส.บก.น.7 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายธนากร ภิรมย์ ฉายาดำ ดงกระสือ อายุ 23 ปี และนายณัฐวุฒิ รำพึงกิจ ฉายาแฟรงค์ ดงกระสือ อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นและทำให้เสียทรัพย์ เหตุเกิดที่หน้าเต็นท์รถเบนซ์ 99 ถนนพุทธมณฑลสาย 1 แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กทม. เมื่อกลางดึกวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา

นายธนากรให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุนั่งเล่นอยู่กับเพื่อนรวม 4 คน ที่บ่อตกปลาห่างจากที่เกิดเหตุไม่มาก ได้รับโทรศัพท์จากนายกฤตพัฒน์ เสาวภาพันธ์ อายุ 23 ปี เพื่อนที่ซ้อนท้ายรถ จยย.ของนายอมรเทพ ไม้หอม อายุ 23 ปี ว่า นายอมรเทพขี่รถ จยย.ชนท้ายรถแท็กซี่ได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณหน้าเต็นท์รถเบนซ์ 99 ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนจึงรีบขี่รถ จยย.ไปยังที่เกิดเหตุ ไปถึงพบนายอมรเทพนอนจมเลือดอยู่ท้ายรถแท็กซี่ ตนคิดว่าโชเฟอร์แท็กซี่น่าจะเป็นฝ่ายผิดเพราะชอบขับปาดรับผู้โดยสารกะทันหัน จึงบันดาลโทสะเข้าไปทำร้ายโชเฟอร์แท็กซี่โดยไม่รู้ว่าผู้หญิงที่มาด้วยทั้ง 2 คน เป็นลูกสาว เมื่อผู้หญิง 1 ใน 2 เข้ามาห้ามจึงไม่สนใจต่อยมั่วไปไม่รู้ว่าถูกใครบ้าง ช่วงที่มีเจ้าหน้าที่อาสาฯมาล็อกตัว ตนสะบัดไปถูกอาสาฯคิดว่าจะตามพวกมาเอาคืน จึงตะโกนบอกเพื่อนให้เอาอาวุธมาป้องกันตัวแต่ไม่มีใครพกมา

“หลังเหตุการณ์สงบ เพิ่งสำนึกผิดว่าทำร้ายผู้หญิง จึงเดินทางไปที่ สน.บางเสาธง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และอยากจะขอโทษผู้เสียหายแต่ไม่เจอ ตำรวจบอกว่าคู่กรณียังไม่ได้แจ้งความจึงกลับบ้าน จนกระทั่งมารู้อีกทีตอนเห็นคลิป ปกติมีอาชีพขายอะไหล่รถ จยย.ออนไลน์ ลงเบอร์โทรศัพท์ไว้ชัดเจน จึงมีคนโทรศัพท์มาด่าและข่มขู่ คิดว่าหลบหนีไปก็ไม่พ้นเลยเข้ามอบตัว ส่วนที่มีข่าวว่าเป็นลูกน้องเสี่ยโป้ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง” นายธนากรกล่าว

ด้านนายกฤตภาส รอดหลัก อายุ 43 ปีโชเฟอร์แท็กซี่คู่กรณีให้การว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงตีหนึ่งวันที่ 18 ธ.ค. ตนขับรถแท็กซี่ส่วนบุคคล สีเขียวเหลือง ทะเบียน มฎ 1097 กรุงเทพมหานคร มาจากถนนเพชรเกษม ไปรับ น.ส.กชกร และ น.ส.ธารทอง ลูกสาว 2 คน ที่ร้านอาหารอิฐแดงตรงข้ามที่เกิดเหตุ ขับมาเลนซ้ายรู้สึกว่ามีรถ จยย.ชนท้ายอย่างแรงจอดรถลงไปดูเห็นคนขี่รถ จยย.นอนแน่นิ่งอยู่ท้ายรถ คนซ้อนท้าย จยย.บาดเจ็บเล็กน้อยกำลังโทร.หาเพื่อน ลูกสาวที่ยืนรออยู่ฝั่งตรงข้ามเห็นตนเกิดอุบัติเหตุจึงวิ่งข้ามมาหา สักพักมีกลุ่มผู้ต้องหาขี่รถ จยย.มา 2 คัน ไม่พูดพร่ำทำเพลงเข้ามารุมชกต่อยตนกับลูกสาว ตนพยายามขอโทษอยู่หลายครั้งแต่ไม่ยอมหยุด หลังจากเหตุการณ์สงบลงพาลูกๆไปหาหมอที่โรงพยาบาล ตนเจ็บที่ศีรษะ น.ส.กชกรถูกชกที่เบ้าตาซ้ายบวมเขียว ส่วน น.ส.ธารทองเจ็บที่ศีรษะ ช่วงแรกไม่กล้ามาแจ้งความเพราะกลัวว่ากลุ่มคนร้ายจะตามมาทำร้ายที่โรงพัก เพิ่งเข้าแจ้งความช่วงเย็นวันที่ 18 ธ.ค.

พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา ผบก.น.7 กล่าวว่า วันเกิดเหตุตำรวจไม่ได้เพิกเฉยตามที่สังคมตั้งข้อสังเกต หลังรับแจ้งเข้าไประงับเหตุทันที แต่ไปหลังจากที่การปะทะสงบลงแล้ว แต่ยังมีการพยายามจะเข้าไปทำร้ายกันอีก จึงห้ามปรามเหตุการณ์ตรงนั้นไว้ได้ หลังกลุ่มผู้ต้องหามาถึงโรงพัก เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนตรวจปัสสาวะแต่ไม่พบสารเสพติด ตรวจสอบประวัติไม่พบการกระทำความผิด จึงแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทำให้เสียทรัพย์ อู่ซ่อมรถตีราคาค่าซ่อมไว้ 3 หมื่นบาทกับนายธนากร ส่วนนายณัฐวุฒิแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายอย่างเดียว ส่วนที่มีโลกโซเชียลลงขันว่า ถ้ามีใครทำร้ายผู้ต้องหาที่ทำร้ายผู้หญิงจะได้เงินรางวัล 3 หมื่นบาทนั้น ขอให้เหตุการณ์จบลงด้วยดี เพราะผู้ต้องหาสำนึกผิดยอมขอโทษแล้ว หากใครทำร้ายผู้ต้องหาจะมีความผิดซ้อนเข้าไปอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่มีกระแสข่าวจากสื่อบางสำนักออกข่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหาเป็นลูกน้องนายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ อายุ 25 ปี หรือเสี่ยโป้ ทำให้โลกโซเชียลพากันโพสต์ด่าที่ลูกน้องรุมทำร้ายผู้หญิง ต่อมาเสี่ยโป้เดินทางมาที่ สน.บางเสาธง เพื่อดูหน้า 2 ผู้ต้องหา เมื่อพบหน้าเสี่ยโป้ถามว่า รู้จักตนไหม แต่ทั้งคู่ก็ยืนยันว่าไม่รู้จัก และเกิดเหตุการณ์ชุลมุน เจ้าหน้าที่ต้องเข้าห้ามปรามทั้ง 2 ฝ่ายหยุดเหตุบานปลายไว้ได้ นายอภิรักษ์เผยว่า หลังจากเห็นคลิปดังกล่าว เกิดความโกรธแค้นแทน เพราะรับไม่ได้ที่เห็นผู้ชายทำร้ายผู้หญิง อยากจะเห็นหน้าวัยรุ่นกลุ่มนี้จึงเดินทางมาที่โรงพัก แต่มีสื่อบางแขนงไปออกข่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหาเป็นลูกน้องตน จะมาขอเคลียร์กับผู้กำกับฯทั้งที่ไม่รู้จักกับคนกลุ่มนี้เลย อยากจะกระทืบพวกมันด้วยซ้ำ เพราะรับไม่ได้กับพฤติกรรมแบบนี้

“ผู้การ 7” แถลงจับกุม 2 วัยรุ่นแก๊งดงกระสือ ผู้ต้องหารุมทำร้ายคนขับแท็กซี่และลูกสาว 2 คน ดำเนินคดี 2 ข้อหาทำร้ายร่างกายและทำให้เสียทรัพย์ ยันตำรวจไม่ใส่เกียร์ว่าง รับแจ้งแล้วไประงับเหตุจับกุมผู้ต้องหาทันที 21 ธ.ค. 2560 05:18 21 ธ.ค. 2560 05:18 ไทยรัฐ