วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘เจ้าบ่าวปืนโหด’ ยอมรับสารภาพ ไปขโมยสินสอด

เงิน4แสนทอง10บาท แต่เจ้าสาวตื่นมาพอดี เลยตกใจลั่นไกยิงทิ้ง ตร.กัน‘กิ๊ก’เป็นพยาน

แฉเบื้องหลังว่าที่เจ้าบ่าวหนุ่มการไฟฟ้ามุ่งฆ่าว่าที่เจ้าสาวทันตสาธารณสุขเพราะไม่ต้องการแต่งงานด้วย แถมยังหวังชิงเอาเงินสินสอด 4 แสนบาท กับทองรูปพรรณ 10 บาท ที่ผู้ตายเตรียมไว้ใช้ในวันแต่งงานด้วย โดยมีเพื่อนสาวคนสนิทของผู้ต้องหาขับรถเก๋งมาส่งและรับกลับ ขณะที่ผู้ต้องหาอ้างสาเหตุที่ต้องยิงว่าที่เจ้าสาวเพราะตกใจที่ผู้ตายตื่นมาพบพอดี ส่วนทรัพย์สินไม่ได้เอาไป

จากกรณีคนร้ายใช้ปืนลูกซองบุกยิง น.ส.นนทิญา หรือปอ ครัวจตุรัส อายุ 25 ปี ตำแหน่งเจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข รพ.สต.สลุย จ.ชุมพร ว่าที่เจ้าสาวที่กำลังจะแต่งงานในอีก 5 วันโดยถูกยิงเสียชีวิตคาห้องนอนชั้นสองในบ้านพักข้าราชการ พื้นที่หมู่ 5 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพบหลักฐานของผู้ต้องสงสัยเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดลักษณะคล้ายแฟนหนุ่มว่าที่เจ้าบ่าวคือนายรณชัย หรือเก่ง ปานชาติ อายุ 26 ปี เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าอำเภอหลังสวน จ.ชุมพร จึงนำตัวมาสอบเค้นจนยอมรับสารภาพเป็นคนบุกยิงว่าที่เจ้าสาวเอง อ้างมีแฟนใหม่แล้วและไม่อยากแต่งงานกับผู้ตายและต้องการเงินสินสอด 4 แสนบาท กับทองอีก 10 บาท ที่ผู้ตายเตรียมเป็นสินสอดในวันแต่ง

ต่อมาเวลา 13.30 น. วันที่ 20 ธ.ค. พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จ.ชุมพร พ.ต.อ.พุฒิพงษ์ พานิชศิลป์ ผกก.สภ.สลุย พร้อมกำลังคุมตัวนายรณชัยผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและชี้จุดก่อเหตุใช้ปืนลูกซองสั้นยิง น.ส.นนทิญาที่บ้านพักข้าราชการหมู่ 5 ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ การทำแผนต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 โรงพักคือ สภ.สลุย กับ สภ.ท่าแซะ และกำลังทหารจาก ม.ทบ.44 ทั้งในและนอกเครื่องแบบกว่า 60 นาย โดยมีเพื่อนที่ทำงานของผู้ตายและชาวบ้านมาดูโฉมหน้าคนร้ายราว 500 คน เจ้าหน้าที่ต้องเอาแผงมากั้นปิดทางเข้าออก รพ.สต.สลุย ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันการถูกรุมประชาทัณฑ์

ขั้นตอนการทำแผนเป็นไปตามขั้นตอนการรับสารภาพ เริ่มตั้งแต่ให้เพื่อนสาวคนสนิททำงานเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าที่เดียวกันขับรถเก๋งมาส่งที่บ้านเกิดเหตุโดยจอดรถเยื้องกับ รพ.สต.สลุย ในเวลาเกือบเที่ยงคืนวันที่ 18 ธ.ค. จากนั้นนายรณชัย ลงจากรถเดินเลียบป่าละเมาะด้านข้างโรงพยาบาลเข้าไปที่บ้านพักของว่าที่เจ้าสาว ส่วนเพื่อนสาวคนสนิทขับรถออกไปรอที่อื่น จากนั้นนายรณชัยได้สวมหมวกไอ้โม่งไหมพรมสีดำย่องไปปิดสวิตช์ไฟส่องสว่างหน้าบ้านพักและเดินไปใช้มือเอื้อมขึ้นไปบิดกล้องวงจรปิดตัวที่ติดตั้งไว้กับผนังอาคารหันไปทิศทางอื่น

ต่อมาใช้เหล็กงัดหน้าต่างด้านหน้าเข้าไปภายในบ้านแล้วรื้อค้นกระเป๋าผ้าและลิ้นชักที่ชั้นล่างนานกว่าครึ่งชั่วโมงเพื่อหาเงิน 4 แสนบาท กับทองหนัก 10 บาท ที่ผู้ตายเตรียมไว้เป็นสินสอดในวันแต่ง แต่ไม่พบ แล้วเดินขึ้นไปชั้นสอง ระหว่างนั้นผู้ตายกำลังนอนหลับ นายรณชัยค่อยๆเปิดประตูเข้าไปซึ่งไม่ได้ใส่กลอนและรื้อหาทรัพย์สินอีก จังหวะนั้น น.ส.นนทิญาตกใจตื่นแล้วตะโกนถามว่าใคร ทำให้นายรณชัยวิ่งออกไปจากห้อง ส่วนผู้ตายเมื่อหายตกใจทำท่าจะวิ่งตามออกไปเลยถูกนายรณชัยชักปืนลูกซองออกมาจ่อยิงเข้าที่หน้าท้องจนล้มทรุดตายจมเลือดอยู่บนที่นอนดังกล่าว

หลังลงมือนายรณชัยได้วิ่งหนีออกไปทางประตูหลังบ้านและได้โทรศัพท์ให้เพื่อนสาวคนสนิทขับรถเก๋งมารอรับที่ถนนห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร พาหลบหนีไปทางถนนในหมู่บ้านและไปออกที่บริเวณสี่แยกปฐมพร ถนนเอเชีย 41 พื้นที่ ต.วังไผ่ อ.เมืองชุมพร ขับมุ่งหน้ากลับบ้านพักที่อำเภอหลังสวน ระหว่างทางผู้ต้องหาให้จอดรถนำปืนที่ใช้ก่อเหตุทิ้งลงไปในคลองคุริง ส่วนชุดที่สวมใส่ก่อเหตุได้ไปถอดเก็บไว้ที่บ้านพัก ซึ่งตำรวจได้ไปตรวจค้นตามยึดมาได้ ส่วนปืนของกลางอยู่ระหว่างให้นักประดาน้ำไปงมค้นหา ระหว่างการทำแผนแต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง มีแต่เพียงเสียงสาปแช่งด่าทอด้วยถ้อยคำต่างๆนานาจากชาวบ้าน

พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผบช.ภ.8 กล่าวว่า จากคำรับสารภาพของนายรณชัยผู้ต้องหาอ้างว่าอำพรางตัวเข้าไปเพื่อประสงค์ต่อทรัพย์ ซึ่งเป็นเงินที่ฝ่ายเจ้าสาวเตรียมไว้เป็นค่าใช้จ่ายและค่าสินสอดให้เจ้าบ่าว แต่ผู้ต้องหาบอกไม่เจอทรัพย์สินแต่อย่างใด แต่สาเหตุที่ต้องยิงเพราะด้วยความตกใจที่ฝ่ายผู้ตายตื่นมาเห็นเข้าพอดี อย่างไรก็ตาม ยังไม่ปักใจเชื่อมากนักเพราะจากการรับสารภาพผู้ต้องหาเองไม่อยากจะแต่งงานกับฝ่ายหญิงอีกแล้ว เนื่องจากปัจจัยหลายประการ ส่วนสาวคนสนิทของผู้ต้องหาจะมีส่วนร่วมรู้เห็นหรือไม่ ซึ่งต้องรอผลสอบสวนและหาหลักฐานเพิ่มเติม หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจะแจ้งข้อกล่าวหาภายหลัง แต่เบื้องต้นได้กันตัวไว้เป็นพยานก่อน

ด้านนายบำรุง ครัวจตุรัส พี่ชาย น.ส.นนทิญา ผู้ตาย กล่าวว่า นายรณชัยผู้ต้องหานั้นครอบครัวตนรักเอ็นดูมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากมีฐานะไม่ค่อยดี ครอบครัวตนคอยส่งเสียช่วยเหลือมาตลอด กระทั่งเรียนจบพาไปสอบและบรรจุเข้าทำงานที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งสนิทสนมกับ น.ส.นนทิญามาตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษาจนเป็นแฟนกัน กระทั่งแจกการ์ดจะแต่งงานกันอีกไม่กี่วันนี้ โดยค่าสินสอดทั้งหมด 4 แสนบาท ทอง 10 บาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆทั้งหมดผู้ตายเป็นผู้ออกให้ทั้งสิ้น จากการตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ตายตอนนี้เงินในบัญชีถูกถอนออกไปเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุรวมแล้วกว่า 7 แสนบาท ไม่รู้ว่าเงินจำนวนนี้หายไปไหน แต่คำรับสารภาพของผู้ต้องหาที่ประสงค์ต่อทรัพย์นั้น ตนคิดว่าไม่ใช่เป็นประเด็นหลัก แต่เรื่องจริงคือนายรณชัยได้เตรียมการหวังฆ่าน้องสาวตนอยู่แล้ว ส่วนเงินทรัพย์สินนั้นเป็นผลพลอยได้ หลังเสร็จงานศพจะนำข้อมูลทั้งหมดไปมอบให้กับตำรวจเพื่อใช้เป็นหลักฐานต่อไป