วันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิด 5 อันดับธุรกิจ จ่ายโบนัสสูงสุด ยานยนต์ เฮ!ดังๆ ได้ 2.33 เดือน

จ๊อบส์ ดีบี เผยผลสำรวจจ่ายโบนัสปี 60 ชี้ ธุรกิจยานยนต์ จ่ายสูงสุด 2 เดือนกว่า รองลงมาธุรกิจด้านการเงิน ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ พบส่วนใหญ่จ่ายโบนัสช่วงเดือน ธ.ค....

บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยผลสำรวจอัตราการจ่ายโบนัสในประเทศไทย ประจำปี 2560 จากผู้หางานจำนวน 2,020 ราย และผู้ประกอบการจำนวน 322 องค์กรทั่วประเทศ จาก 26 สายงาน และกว่า 47 ประเภทธุรกิจ พบว่า 46% ของผู้ประกอบการยังคงตระหนักว่าโบนัสเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่สามารถวัดผลการตัดสินใจอยู่หรือไปของพนักงาน ขณะที่ 47% ยังเชื่อว่าโบนัสสามารถดึงดูดผู้หางานได้ โดยทั้งผู้ประกอบการ 70% และพนักงาน 49% มีความคิดเห็นสอดคล้องกันว่า โบนัสที่พิจารณาจ่ายตามผลงาน เป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนให้เห็นผลสัมฤทธิ์ของความพยายามที่พนักงานทุ่มเทให้กับการทำงาน

สำหรับรูปแบบการให้โบนัสแยกเป็น 2 ประเภทคือ แบบการันตี และแบบพิจารณาตามผลงาน เมื่อพิจารณาการจ่ายโบนัสทั้งสองแบบเป็นรายธุรกิจ พบว่า ธุรกิจยานยนต์เป็นธุรกิจเดียวที่มีการจ่ายโบนัสสูงสุดทั้งแบบการันตีและพิจารณาตามผลงาน เฉลี่ยสูงสุดที่ 2.33 เดือน และ 2.14 เดือนตามลำดับ โดยช่วงเวลาในการจ่ายโบนัสส่วนใหญ่กำหนดการจ่ายโบนัสในช่วงเวลาเดียวกัน ในเดือนธันวาคม 39% ตามมาด้วยเดือนมกราคม 14% และเดือนกุมภาพันธ์ 12% ตามลำดับ

ส่วน 5 อันดับธุรกิจที่ได้รับโบนัสแบบการันตีสูงสุด คือ 1.ธุรกิจยานยนต์ เฉลี่ยโบนัส 2.33 เดือน 2.ธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จ่ายที่ 1.31 เดือน 3.ธุรกิจบริการด้านการเงิน เฉลี่ย 1.16 เดือน 4.ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงธุรกิจจัดเลี้ยง อยู่ที่ 0.89 เดือน 5.ธุรกิจไอที จ่ายโบนัส 0.86 เดือน

ขณะที่ 5 อันดับธุรกิจที่ได้รับโบนัสแบบพิจารณาตามผลงาน 1.ธุรกิจยานยนต์ เฉลี่ยโบนัส 2.14 เดือน 2.ธุรกิจบริการด้านการเงิน เฉลี่ย 1.96 เดือน 3.ธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จ่ายที่ 1.26 เดือน 4.ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงธุรกิจจัดเลี้ยง อยู่ที่ 1.11 เดือน 5.ธุรกิจไอที จ่ายโบนัส 0.92 เดือน

ด้าน นางนพวรรณ จุลกนิษฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า พนักงานรวมถึงคนหางาน ย่อมให้ความสำคัญกับผลตอบแทนของการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนและโบนัสที่น่าพึงพอใจ โดยยังคงให้ความสำคัญกับงานที่จะสร้างประสบการณ์และท้าทายความสามารถ พบว่า 77% ของพนักงานระบุว่า ยินดีลาออกหากได้รับโอกาสงานที่ดีกว่าปัจจุบัน

ทั้งนี้แนวโน้มการใช้จ่ายโบนัส พบว่าทุกเจนเนอเรชั่น ไม่ว่าจะเป็น Baby Boomer, Gen X และ Gen Y เลือกเก็บโบนัสไว้เป็นเงินออม ตามด้วยการนำไปลงทุน ขณะที่ Gen Z เลือกนำโบนัสไปลงทุนเป็นอันดับหนึ่งและเงินออมเป็นอันดับสอง ซึ่งบ่งชี้ว่า Gen Z ซึ่งอยู่ในช่วงอายุ 18-25 ปี มองเห็นความสำคัญของผลตอบแทนการลงทุนที่ก้าวกระโดดมากกว่าการออมอย่างเดียว ผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่กำลังเร่งวางรากฐานความมั่นคงทางการเงินให้ตัวเอง โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนและการเก็บออมมากขึ้น.