วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผบช.น.ตั้งคณะทำงาน หาคนตายใช้บัตรปชช.หนุ่มศรีสะเกษไปสมัครงาน เป็นใคร

ผบช.น.สั่งตั้งคณะทำงานสอบสวน คนตายที่สวมใช้บัตรประจำตัวประชาชนหนุ่มศรีสะเกษไปสมัครงานและญาตินำไปเผา เป็นใคร พร้อมทำหนังสือส่งไปสำนักงานเขตพระนครขอยกเลิกใบมรณบัตร  

จากกรณี นายสาคร สาชีวะ อายุ 44 ปี ชาวศรีสะเกษ เข้าร้องทุกข์ว่า ถูกทางราชการระบุว่าเสียชีวิตแล้ว ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ และได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ไปทำงานบนเรือประมงที่ จ.นครศรีธรรมราช นานกว่า 1 ปี และเมื่อกลับมาถึงบ้านปรากฏว่า ญาติพี่น้องได้มีการประกอบพิธีฌาปนกิจศพชายคนหนึ่ง ที่ทางราชการระบุว่า เป็นศพของนายสาคร และได้มีการทำบุญนำเอาอัฐิเข้าไว้ในเจดีย์เรียบร้อยแล้ว ตามที่มีการเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 20 ธ.ค. ที่ห้องประชุมชั้น 2 สน.นางเลิ้ง พ.ต.อ.กัมปนาท อรุณคีรีโรจน์ ผกก.สน.นางเลิ้ง กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ทางตำรวจได้ดำเนินการตามขั้นตอนถูกต้องทุกอย่าง ซึ่งมีการตรวจที่เกิดเหตุร่วมกันระหว่างพนักงานสอบสวนและแพทย์นิติเวช รพ.วชิรพยาบาล จนมีการส่งศพไปชันสูตรที่ รพ.ก่อนทางญาติจะรับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา ส่วนนี้เท่ากับว่าได้พ้นกระบวนการของทางตำรวจไปแล้ว กระทั่งมาทราบข่าวภายหลังว่า ผู้ตายไม่ใช่ตัวบุคคลที่ระบุในเอกสารที่พบ ซึ่งทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งสืบสวนสอบสวนหาข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับบุคคลที่เสียชีวิต ทั้งเอกสารในการสมัครงาน ตลอดจนการใช้ชีวิต

พ.ต.อ.กัมปนาท กล่าวต่อว่า ตอนนี้ได้มีการสอบปากคำพยานไปแล้ว 2 ราย คือ เพื่อนร่วมงานของนายสาคร โดยระบุเพียงว่า นายสาคร เป็นคนทางภาคอีสาน และพูดภาษาไทยชัดเจน ซึ่งยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นบุคคลต่างด้าวหรือไม่ ส่วนตัวผู้เสียชีวิตมีญาติพี่น้องหรือไม่นั้น ยังอยู่ระหว่างการติดตามสืบสวนหาข่าว และจะเป็นกลุ่มขบวนการปลอมบัตรประชาชน หรือเป็นการสวมสิทธิ์โดยบังเอิญหรือไม่นั้น คงต้องรอผลสรุปข้อเท็จจริงจึงจะทราบได้ หากพูดไปตอนนี้ยังไม่มีพยานหลักฐานหรือเบาะแสเชื่อมโยงกัน

อย่างไรก็ตาม ทางผู้บังคับบัญชา พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 ได้มีคำสั่งตั้งคณะทำงานในการสอบสวนคดีดังกล่าวเพื่อตรวจสอบว่า ผู้ตายเป็นใคร ตลอดจนหาข้อพิสูจน์บุคคลให้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างติดต่อนายสาคร ที่ยังมีชีวิตอยู่ให้มาพบพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง โดยเร็วเพื่อสอบปากคำ ว่าเอกสารหายที่ใด และได้แจ้งความไว้ที่ไหน รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวกับตัวนายสาคร ก่อนจะทำหนังสือไปยังสำนักงานเขตพระนคร ให้ทำเรื่องยกเลิกใบมรณบัตร เพื่อให้ได้สิทธิ์การเป็นบุคคลกลับคืนมา ในส่วนที่มีการนำเอกสารไปใช้สมัครงานหรือนำไปใช้ทำอย่างอื่น ส่วนนี้หากพบว่าผู้ที่นำไปใช้ไม่ใช่ตัวจริงก็ต้องดำเนินคดี ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องให้ผู้ที่ถูกนำเอกสารไปใช้มาแจ้งความก่อน

มีรายงานข่าวแจ้งว่า ทางผู้ตายได้ใช้เอกสารที่มีชื่อ ที่อยู่ นายสาคร สาชีวะ ไปสมัครงานเป็น รปภ. บริษัทแห่งหนึ่งย่านวังทองหลาง (บริษัท สยาม แอดมินนิสเทรทีฟ แมเนจเม้น จำกัด) ตั้งแต่ปี 2558 โดยมีการใช้บัตรประชาชนของนายสาคร และมีการขอคัดสำเนาทะเบียนบ้านจากสำนักงานเขตพระนคร แนบการสมัครงาน อีกทั้งยังกรอกข้อมูลโอนสิทธิ์ที่จะได้รับเมื่อเสียชีวิตให้กับทางพ่อแม่ของนายสาคร ซึ่งตรงนี้ก็มีการขอรับสิทธิ์นั้นไปแล้ว ส่วนแนวทางการสืบสวนหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้วางแนวทางการตรวจสอบบุคคลที่เสียชีวิตรายนี้ไว้เป็น 2 ส่วน ส่วนแรก มีการนำดีเอ็นเอไปตรวจสอบ โดยมีการนำข้อมูลมาจากบริษัทที่ผู้ตายทำงาน ไปตรวจสอบประวัติการพิมพ์ลายนิ้วมือ ว่ามีการทำประวัติอาชญากร ไว้หรือไม่ ผลปรากฏว่าไม่พบว่ามีการพิมพ์ลายนิ้วมือไว้แต่อย่างใด

ส่วนที่สองทางตำรวจได้ทำการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ผู้ตายว่า โทรหาใครบ้าง และเส้นทางการเงินในบัญชีที่ผู้ตายได้รับการโอนเงินเดือนของบริษัท เพื่อหาว่าหลังจากได้รับเงินเดือนแล้วนั้น มีการโอนเงินไปให้ญาติ หรือบุคคลที่รู้จักอื่นอีกหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีการทำธุรกรรมก็จะต้องทำการเชิญบุคคลนั้นมาสอบถาม ว่าผู้ตายเป็นใครกันแน่.

ผบช.น.สั่งตั้งคณะทำงานสอบสวน คนตายที่สวมใช้บัตรประจำตัวประชาชนหนุ่มศรีสะเกษไปสมัครงานและญาตินำไปเผา เป็นใคร พร้อมทำหนังสือส่งไปสำนักงานเขตพระนครขอยกเลิกใบมรณบัตร 20 ธ.ค. 2560 16:32 20 ธ.ค. 2560 18:30 ไทยรัฐ