วันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดคำสารภาพโจ๋ต่อยหญิง โมโหเพื่อนเจ็บ ขอโทษไม่มีเจตนา วอนอย่าด่า-ขู่แม่

โจ๋ต่อยผู้หญิงรับสารภาพ ทำไปเพราะโมโหที่เพื่อนเจ็บหนัก ยัน ไม่มีเจตนาทำร้ายผู้หญิง ตั้งใจจะขอโทษตั้งแต่เมื่อวาน ขอ อย่าด่าและข่มขู่แม่ ขอรับผิดเอง เผย ไม่รู้จักเสี่ยโป้...

พล.ต.ต.บุญญฤทธิ์ รอดมา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 แถลงข่าวที่ สน.บางเสาธง ถึงกรณีคลิปโจ๋ต่อยหญิงว่า ผู้ต้องหารับสารภาพ สำนึกผิด รับผิดทุกประการ พร้อมขอโทษทางฝ่ายคู่กรณี เบื้องต้นแจ้งข้อหากับ นายธนากร ภิรมย์ และนายณัฐวุฒิ รำพึงจิต ร่วมกันทำร้ายร่างกายกับผู้หญิงทั้ง 2 คน ส่วนข้อหาทำให้เสียทรัพย์ที่ไปเตะรถแท็กซี่ข้อหานี้ส่งฟ้องได้เลย เนื่องจาก นายธนากร รับสารภาพ โดยให้ช่างตีค่าเสียหายแล้ว 30,000 บาท ส่วนคู่กรณีไม่ได้มาเพราะไปเรียนหนังสือ รวมถึงรอใบแพทย์ว่ารักษากี่วัน สาหัสหรือไม่ ให้ศาลพิจารณาสั่งฟ้อง ขณะที่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยังรักษาตัวอยู่ รพ.เกษมราษฎร์บางแค

ทั้งนี้ มีการตรวจปัสสาวะและแอลกอฮอล์ผู้ก่อเหตุแล้วแต่ไม่พบ รวมถึงไม่มีประวัติยาเสพติดและอาชญากรรม ส่วนกรณีที่ตำรวจไม่เข้าระงับเหตุได้เรียกมาซักถามแล้วขอชี้แจงว่า มีการโทรแจ้งหลังจากที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนทำร้ายคู่กรณีแล้ว แต่เมื่อมาถึงก็พยายามเข้าห้ามปราม ไม่ได้นิ่งเฉยแต่อย่างใด และขอแสดงความเสียใจฝ่ายผู้เสียหาย รวมทั้งฝากเตือน ไม่อยากให้สังคมใช้กฎหมู่ลงโทษหรือทำร้ายใคร เพราะเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง อยากให้ดำเนินไปตามกฎหมายดีกว่า และอยากให้สังคมให้อภัยเพราะผู้ต้องหาก็ยอมรับสารภาพทั้งหมด

ด้าน นายธนากร ให้การว่า ทำไปเพราะอารมณ์ร้อนเพราะเห็นเพื่อนหมดสติในที่เกิดเหตุ ตอนแรกคิดว่าแท็กซี่กำลังจะมารับผู้โดยสารอาจจะปาดเข้าเลนมารับจนทำให้ชน ต้องขอโทษด้วย และเพิ่งรู้ว่าเป็นพ่อลูกกันตอนผู้หญิงเข้ามาห้ามว่าอย่าทำพ่อ ทำไปด้วยความโมโห ยอมรับว่าตั้งใจต่อยพ่อโดยดึงผู้หญิงออกมาก่อนแล้วแต่ผู้หญิงก็เข้ามาขวาง ขณะนั้นสะบัดออกจนอาจจะไปโดนผู้หญิง

“ทุกคนก็มีเรื่องผิดพลาด ผมไม่มีเจตนาจะทำผู้หญิง แค่ระบายอารมณ์โมโห ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำผู้หญิง อยากขอโทษตั้งแต่วันแรก และที่บอกว่ามาล้อม สน. ก็ไม่ใช่เรื่องจริง แค่จะมาขอโทษ รับทราบข้อกล่าวหา และพากันจะมายันรถกลับ ผมไม่รู้จักเสี่ยโป้ ไม่ได้เป็นลูกน้อง ขอว่าโทษที่ผม ไม่เกี่ยวกับแม่ อย่าให้เขาต้องมารับรู้ มีหลายคนทักเฟซบุ๊กมาด่าแม่ และขู่ทำร้ายผมและแม่ ใครต่อว่าผมก็ต้องยอมรับเพราะทำจริง”

ทางด้านเพื่อนอีกคนที่เป็นคนซ้อนรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุ เล่าว่า แท็กซี่คันนี้จอดอยู่โดยไม่ได้เปิดไฟ ตอนแรกที่มาทางตรงไม่ได้สังเกตแต่เห็นเมื่อใกล้แล้วสะกิดบอกเพื่อนที่ขับอยู่ประมาณ 80-90 กม./ชม. ก็ไม่ทันแล้วจึงชนเข้าอย่างจัง ยืนยันว่าตนเองและคนขับขี่ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์

ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 กล่าวเพิ่มเติมว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจแอลกอฮอล์ของคนขี่จักรยานยนต์ ทาง รพ. รวมถึงกำลังอยู่ระหว่างตรวจกล้องวงจรปิด ถ้าสอบแล้วมีการกระทำผิดเพิ่มเติมก็แจ้งข้อหาเพิ่ม และจะขยายผลตรวจสอบประวัติให้หมดทุกคนในกลุ่มรวมถึงเรื่องปืนที่อ้างในคลิปด้วย ขอให้พี่น้องประชาชนสบายใจได้ ไม่มีกลุ่มแก๊งผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ บก.น.7 ส่วนข้อหาต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลแขวงตลิ่งชัน และทางเจ้าหน้าที่ไม่ค้านประกันตัว เพราะเจ้าตัวรับสารภาพ ไม่ได้อยู่ในแก๊งไหน คงจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์

อย่างไรก็ตาม หลังการแถลงข่าวพบว่า นายอภิรักษ์ ชัชอานนท์ หรือ เสี่ยโป้ มาที่ สน.บางเสาธง เปิดเผยว่า “เมื่อวานนี้ผมมาโรงพักเพื่อมาดู ไม่ใช่มาขอเคลียร์กับผู้กำกับ ไม่มีใครอยากมาช่วยเหลือคนทำร้ายผู้หญิง ผมรู้สึกแย่ที่โดนประณามจากโซเชียล” พร้อมบอกว่าเตรียมยื่นฟ้องวันนี้กับสื่อดัง 2 ช่อง ที่ทำให้ชื่อเสียงเสียหาย ยืนยันว่าไม่รู้จัก เป็นเพียงลูกน้องของเพื่อน พร้อมทิ้งท้าย “ผมก็หมั่นไส้เหมือนกัน”.