วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดูแลนักท่องเที่ยว

ดูแลนักท่องเที่ยว

  • Share:

ข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวรวบคนขับรถแท็กซี่ฉกกระเป๋าเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีก่อนที่จะกลายเป็นข่าวทำเสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวประเทศไทย

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ศูนย์รับแจ้งเหตุสายด่วน 1155 ของกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว แจ้งมาที่ตำรวจท่องเที่ยวพัทยาว่า มีนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีถูกคนขับรถแท็กซี่รับจ้าง ก่อคดีลักทรัพย์ชาวต่างชาติ

ชาวต่างชาติตกเป็นเหยื่อในไทย

เหตุเกิดที่บริเวณปั๊มน้ำมันบางจาก ถนนพัทยาเหนือ จังหวัดชลบุรี ตำรวจเข้าตรวจที่เกิดเหตุพบหญิงสาวชาวเกาหลี ที่กำลังจะเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ โดยจ้างรถแท็กซี่สีแดง-เหลือง โดยสารมาจากพัทยา

มาเปลี่ยนรถแท็กซี่อีกคันหนึ่ง เป็นรถแท็กซี่สีชมพูที่ปั๊มน้ำมันบางจาก ถนนพัทยาเหนือ เพื่อเดินทางไปต่อ ระหว่างที่นักท่องเที่ยวชาวเกาหลี ขนสัมภาระขึ้นรถแท็กซี่คันสีชมพูแล้ว ระหว่างตกลงราคา ยังไม่แล้วเสร็จ

คนขับรถแท็กซี่กลับขับรถออกไป โดยนำสัมภาระและทรัพย์สินของผู้เสียหายไปด้วย

จงใจลักทรัพย์ชาวต่างชาติ

ชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยว กก.2 บก.ทท.1 หรือตำรวจท่องเที่ยวพัทยา สืบสวนทราบว่า รถแท็กซี่สีชมพูคันก่อเหตุ คือ รถโดยสารสาธารณะผู้ขับขี่ คือ นายเสกสรร มุธุตา

คดีนี้ พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผบช.ทท. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. มีคำสั่งให้เร่งสืบสวนจับกุม และ ออกแถลงข่าวจับกุม ผู้ต้องหาลักทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวเกาหลี

พร้อมของกลางกระเป๋าสะพายแบบผู้หญิงสีดำ 1 ใบ หนังสือเดินทางสาธารณรัฐเกาหลี 1 เล่ม กระเป๋าสตางค์สีดำ 1 ใบ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ยี่ห้อซัมซุงสีเงิน 1 เครื่อง ไอแพด ยี่ห้อแอปเปิล สีเงิน 1 เครื่อง

เงินสกุลวอน เป็นเงิน 2 ล้านวอน เงินสกุลบาท เป็นเงิน 29,910 บาท

ตรวจยึดของกลางรถโดยสารแท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีชมพู ทะเบียน ทห 4296 กรุงเทพมหานคร

กล่าวหาว่า “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป” และได้มีการแจ้งเตือนให้ทุกพื้นที่ตรวจสอบคดีที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว

ผู้เสียหายชาวเกาหลี พร้อมเจ้าหน้าที่สถานทูตเกาหลี เดินทางเข้ามาชี้ตัวผู้ต้องหา

มอบช่อดอกไม้ ขอบคุณตำรวจท่องเที่ยว ที่ใส่ใจในคดีที่เกิดกับนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี

เชื่อมั่นความเอาใจใส่ของตำรวจไทย.

“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้