วันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลิฟต์โรงแรมหรูค้าง สื่อฯ ตามนายกฯ 9 ชีวิต ติดนาน50นาที ถึงกับทรุด

ภาพ : ช่างภาพ TNN 

นักข่าว ช่างภาพ ทำเนียบเกือบเป็นข่าวเสียเอง ขณะนายกฯมาเปิดงาน ประชุม ICAO หลังลิฟต์โรงแรมหรู ตกและค้างนาน เกือบ 50 นาที เจ้าหน้าที่มัวแต่ยืนมองหน้าไม่กล้าทำอะไร เพราะนายไม่สั่ง ผู้ช่วยผู้สื่อข่าว นสพ.เกือบเป็นลม ขาดอากาศหายใจ...

วันที่ 20 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดการประชุมระดับภูมิภาคด้านการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนระดับโลก Global Aviation Security Plan (GASeP) โดยมี ดร.ฟ่าง หลิว เลขาธิการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ นายอรุณ มิชรา ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ นายชารีฟ ฟาเธย์ รัฐมนตรีการบินพลเรือนของอียิปต์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย พร้อมผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

การสัมมนาครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นควรให้มีการเร่งรัดพัฒนาแผนงานด้านการรักษาความปลอดภัยระดับโลกให้เป็นโครงร่างนโยบายและแผนด้านการรักษาความปลอดภัยภาคอุตสาหกรรมการบินฉบับใหม่แทนที่แผนกลยุทธ์เดิม

เบื้องต้นจะนำเสนอโรดแม็ป ที่ระบุหน้าที่และสิ่งที่ต้องปฏิบัติของผู้ที่เกี่ยวข้องสำหรับนำไปสู่ผลลัพธ์สำคัญ 5 ประการแรกคือยกระดับความตระหนักรู้และตอบสนองต่อความเสี่ยงด้านการรักษาความปลอดภัย, ส่งเสริมวัฒนธรรมด้านการรักษาความปลอดภัยและการตระหนักรู้ของมนุษย์, ปรับปรุงทรัพยากรทางเทคโนโลยีและ นวัตกรรมให้ดีขึ้น, ปรับปรุงการกำกับดูแลและการประกันคุณภาพ ตลอดจนเพิ่มการประสานงานและความสนับสนุน

ทั้งนี้ GASeP ต้องการทบทวน แก้ไข ตามลักษณะภัยคุกคามด้านการรักษาความปลอดภัยการบินที่เกิดขึ้นใหม่ให้เหมาะสมที่สุด และจะต้องอาศัยการนำไปปฏิบัติในทุกระดับตั้งแต่ภายในประเทศภูมิภาคและโลกรวมถึงการให้ความร่วมมือของภาคอุตสาหกรรมและผู้มีส่วนร่วมในด้านการบิน ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการให้เห็นผลลัพธ์ 5 ประการแรก จะเกิดขึ้น ก่อนการประชุม ICAO Assembly ครั้งที่ 40 ในปี 2562

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะเริ่มพิธี ได้เกิดเหตุระทึกขึ้น ที่โรงแรมดังกล่าว โดยกลุ่มผู้สื่อข่าว ช่างภาพ และผู้ร่วมงาน จำนวน 9 คน ซึ่งได้ขึ้นลิฟต์มาจากชั้นลานจอดรถ เพื่อขึ้นมายังชั้น 2 ของโรงแรม ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานของโรงแรมได้เกิดลิฟต์ค้างอย่างกะทันหัน โดยลิฟต์ได้ตกลงมายังชั้น G อย่างแรง สร้างความตกใจ ให้กับผู้ประสบเหตุ เมื่อตั้งสติได้ ก็ได้กดบุ่มขอความช่วยเหลือ ซึ่งพนักงานโรงแรมได้สอบถาม ถึงจำนวนผู้ที่อยู่ในลิฟต์ และบริเวณชั้นที่ขึ้นโชว์อยู่หน้าจอ พร้อมบอกว่าจะเร่งประสานให้เจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ

แต่ปรากฏว่า เวลาผ่านไป 10 นาทีแรก ก็ยังไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดเข้ามาช่วย จึงได้ขอความช่วยเหลือไปอีกครั้งก็ได้รับคำตอบว่า แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างแล้ว จากนั้นไฟในจอมอนิเตอร์ของลิฟต์ก็ดับลง อากาศภายในลิฟต์เริ่มน้อยลง ทำให้นายวัฒนะ เจียมพุดซา ผู้ช่วยผู้สื่อข่าวสำนักข่าวเนชั่น และนายชยพัทธ์ วิรัชกุล อายุ 61 ปี พนักงานขับรถหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง เริ่มมีอาการเวียนศีรษะ แล้วทรุดลงนั่งกับพื้น จนเวลาผ่านไป 20 นาที ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข

ผู้ประสบเหตุจึงได้โทร พยายามติดต่อมายังเพื่อนผู้สื่อข่าวด้านนอก ให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่องัดลิฟต์ออก และมีอากาศหายใจ จนผ่านไป 20 นาที หลังจากที่กลุ่มผู้สื่อข่าวและเพื่อนช่างภาพ ได้ไปกดดันให้เจ้าหน้าที่เร่งงัดประตูลิฟต์ออก เจ้าหน้าที่ฝ่ายช่างถึงยอมงัดประตูลิฟต์ออก ซึ่งคาดว่า ที่ไม่ยอมงัดลิฟต์ตั้งแต่แรก เพราะเกรงลิฟต์จะเสียหาย จึงพยายามใช้ระบบคอมพิวเตอร์รีเซตแทน ทั้งนี้ เมื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุออกมาได้ เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาขอโทษ ในความไม่สะดวก และแก้ไขช้า หากท่านใดรู้สึกมีอาการไม่ดี มีพยาบาลดูแล

ขณะที่ผู้สื่อข่าว ซึ่งอยู่ด้านนอกพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลทำเนียบรัฐบาล เมื่อทราบว่าเพื่อนร่วมงานยังติดอยู่ในลิฟต์ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่พร้อมสอบถามว่า ทราบหรือไม่ว่ามีลิฟต์ค้างอยู่จุดไหน ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์หญิงในโรงแรมดังกล่าว ยืนยันว่าไม่มีลิฟต์ค้าง เพราะเจ้าหน้าที่มอนิเตอร์กล้องวงจรปิดตลอด ทำให้ผู้สื่อข่าวยืนยันว่า มีเพื่อนติดอยู่ 9 คน เพราะติดต่อกันได้เมื่อสักครู่ แต่ตอนนี้ขาดการติดต่อ เนื่องจากเวลาผ่านไปเกือบ 1 ชั่วโมงแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่หญิงคนดังกล่าวสอบถามกับเจ้าหน้าที่ลิฟต์ว่ามีลิฟต์ค้างจริงหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีลิฟต์ค้างจริง แต่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่มาแก้ไข แค่รับทราบว่าลิฟต์ค้าง ไม่ต้องห่วงมีแอร์ปรับอากาศตลอด

ขณะที่ผู้บริหารโรงแรมซึ่งเป็นชาวต่างประเทศ หลังที่ได้ส่งนายกรัฐมนตรีเข้าห้องรับรอง ได้รีบมาสอบถามว่าเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น แล้วสั่งการให้ลงไปงัดลิฟต์ตัวดังกล่าวทันที

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายหนึ่งที่ประสบเหตุกล่าวว่า รู้สึกตกใจในช่วงที่ลิฟต์ตก แต่คิดว่าโรงแรมมีชื่อเสียงขนาดนี้ เมื่อได้รับแจ้งก็คงได้รับความช่วยเหลือทันที ในช่วงแรกยังได้มีการถ่ายรูปเป็นที่ระลึก แต่ปรากฏว่า การช่วยเหลือล่าช้า จนทำให้มีบางคนเริ่มเกิดอาการเวียนศีรษะ และการติดต่อกับเจ้าหน้าที่โรงแรมก็ไม่รับการตอบรับที่เร่งด่วน ล่าช้า ยังโชคดีที่ช่วงแรกสามารถติดต่อเพื่อนที่ด้านนอกได้ และหากไม่ได้รับการกดดัน การช่วยเหลือก็อาจจะล่าช้ากว่านี้ ไม่อยากคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ประสบเหตุ แต่ขอบคุณที่ผู้บริหารโรงแรมชาวต่างประเทศที่เข้าใจและเร่งช่วยเหลือเมื่อทราบเหตุ ไม่ห่วงแค่ทรัพย์สินของโรงแรม แทนชีวิตของคนที่ติดอยู่ และไม่อยากคิดว่าถ้าลิฟต์ตัวนั้น นายกรัฐมนตรี ได้ใช้แล้วการช่วยเหลือจะเป็นอย่างไร หวังว่าการให้บริการต่อไปกับคนอื่นๆ จะไม่ประสบปัญหาเช่นคนนี้

ผู้ช่วยช่างภาพสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า ระหว่างกดลิฟต์จากชั้น G เพื่อมายังสถานที่จัดการประชุมชั้น 2 ปรากฏว่าลิฟต์เคลื่อนตัวแล้วกระชากเสียงดัง ก่อนจะค้างอยู่ จึงแจ้งขอความช่วยเหลือ ตอนแรกยังรู้สึกปกติ เพราะคิดว่าลิฟต์ค้างธรรมดา และไม่นาน ช่างน่าจะมาแก้ไขได้ แต่ปรากฏว่าไม่มีเสียงตอบรับ หรือแจ้งจากเจ้าหน้าที่ด้านนอก เมื่อติดอยู่ด้านในนานประกอบกับคนเยอะ อากาศหายใจเริ่มน้อยลง ส่งผลให้ทุกคนเริ่มเวียนหัว โดยเฉพาะผู้ช่วยช่างภาพช่องหนึ่งซึ่งอายุเยอะ เริ่มนั่งลงและเวียนหัวจะอาเจียน เวลาผ่านไปกว่า 30 นาทีเจ้าหน้าที่จึงงัดประตูลิฟต์ ช่วยทุกคนออกมาได้

พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดการให้ความช่วยเหลือถึงล่าช้า ทั้งที่เป็นโรงแรมชื่อดัง ที่สำคัญไม่มีเจ้าหน้าที่คอยสอบถามความเคลื่อนไหว หรือแสดงความเป็นห่วง แต่ปล่อยให้คนด้านในคอยถามแทนว่าดำเนินการถึงไหนอย่างไร.