วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ก.ม.ใหม่ชอบความรุนแรง

ผมอ่านข่าว “ไม่เลือกตั้งหมดสิทธิเป็นข้าราชการ” แล้ว ก็ได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองว่า คณะปฏิวัติ คสช. ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังจะ ปฏิรูปประเทศไทยไปข้างหน้าไปสู่อนาคตที่ดีกว่า หรือ ถอยหลังลงคลองไปสู่อนาคตที่แย่กว่าเดิม เพราะ กฎหมายแต่ละฉบับ ที่คลอดออกจาก สภานิติบัญญัติแห่งชาติของ คสช. ชุดนี้ ดูเหมือนจะมองประชาชนเป็นผู้ร้ายที่ต้องลงโทษขั้นรุนแรงในทุกกรณี ไม่ว่า ทางแพ่ง ทางอาญา แม้แต่ การไม่ไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้ง

ทั้งที่ การไปใช้สิทธิ หรือ ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

คุณทวีศักดิ์ สูทกวาทิน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เปิดเผยว่า ได้พิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวไปได้ 50 กว่ามาตราแล้ว โดยมีประเด็นที่น่าสนใจคือ “การตัดสิทธิคนที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง” ซึ่งในร่างของ คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ว่า หากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจะถูกตัดสิทธิ 3 ประการ คือ 1.สิทธิในการยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง 2.สิทธิลงสมัคร ส.ส. และ ส.ว. 3.สิทธิการลงสมัครกำนันผู้ใหญ่บ้าน

ก็เป็นการตัดสิทธิที่มีเหตุผลรับได้ เมื่อไม่ไปใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ก็ไม่มีสิทธิไปคัดค้านผลการเลือกตั้ง ไม่มีสิทธิลงสมัคร ส.ส. ส.ว. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถือว่าเป็นคนไม่สนใจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ผมไม่รู้ว่ามีรัฐธรรมนูญในกี่ประเทศที่มีบทลงโทษอย่างนี้

แต่ที่มันแย่มากจนรับไม่ได้ก็คือ คุณทวีศักดิ์ บอกว่า กรรมาธิการชุดนี้ได้เสนอให้ลงโทษผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งเพิ่มเติม เช่น ตัดสิทธิไม่ให้ไปรับราชการ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ต้องคุยกันให้รอบคอบอีกครั้ง ผมว่าเป็นความคิดที่น่าประณามอย่างยิ่ง

ยังไม่หมด ในร่างของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ระบุว่า การเสียสิทธิใน 3 ข้อ ให้นับตั้งแต่วันที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จนถึงการเลือกตั้งครั้งใหม่ ถ้าไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งใหม่ ก็จะได้สิทธิกลับคืนมา

แต่ กรรมาธิการชุดนี้คงมีจิตที่ชอบลงโทษประชาชนด้วยความรุนแรง จึงเสนอลงโทษเพิ่มเติม เช่น เมื่อไม่มาใช้สิทธิเลือกตั้งถูกตัดสิทธิ 2 ปี หากไม่มาใช้สิทธิเลือกตั้งอีกในการเลือกตั้งครั้งที่ 2 ให้บวกเพิ่มอีก 2 ปี เป็น 4 ปี เป็นต้น

หากย้อนกลับไปดู กฎหมายมากมาย ที่ออกมาใน รัฐบาล คสช. และ สนช. ชุดนี้ จะเห็นว่า ชอบลงโทษในทางที่รุนแรง แม้จะเป็น โทษทางแพ่ง ก็ให้ลงโทษทางอาญา ให้ติดคุกหมด ไม่รู้เห็นประชาชนคนไทยเป็นตัวอะไร ทั้งที่หลักกฎหมายที่สอนกันมา ให้ถือว่า “ความยุติธรรมในกฎหมายต้องสอดคล้องกับสามัญสำนึก” ผมไม่รู้ว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดนี้ มีสามัญสำนึกแบบไหน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เคยมีพระบรมราโชวาทองค์หนึ่งเกี่ยวกับ ความยุติธรรมกับกฎหมาย ว่า

“กฎหมายทั้งปวงนั้น เราบัญญัติขึ้นเพื่อใช้เป็นปัจจัยสำหรับรักษาความยุติธรรม กล่าวโดยสรุปคือ ใช้เป็นแบบแผนแห่งความประพฤติปฏิบัติของมหาชนสถานหนึ่ง กับใช้เป็นแม่บทในการพิจารณาตัดสินความประพฤติปฏิบัตินั้นๆให้เป็นไปโดยถูกต้องเที่ยงตรงอีกสถานหนึ่ง

โดยที่กฎหมายเป็นแค่เครื่องมือในการรักษาความยุติธรรมดังกล่าว จึงไม่ควรจะถือว่า มีความสำคัญยิ่งไปกว่าความยุติธรรม หากควรจะต้องถือว่า ความยุติธรรม มาก่อนกฎหมาย และอยู่เหนือกฎหมาย การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีใดๆ โดยคำนึงถึงแต่ความถูกผิดตามกฎหมายเท่านั้น ดูจะไม่เป็นการเพียงพอ จำเป็นต้องคำนึงถึงความยุติธรรมซึ่งเป็นจุดประสงค์ด้วยเสมอ การใช้กฎหมายจึงจะมีความหมาย และได้ผลที่ควรจะได้...”

ผมหวังว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้ จะได้อัญเชิญ พระบรมราโชวาท องค์นี้ ไปนอนคิดเป็นการบ้าน ก่อนที่จะบัญญัติกฎหมายลงโทษประชาชนด้วยสามัญสำนึกที่รุนแรงอย่างนี้.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

“ไม่เลือกตั้งหมดสิทธิเป็นข้าราชการ” แล้ว ก็ได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองว่า คณะปฏิวัติ คสช. ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังจะ ปฏิรูปประเทศไทยไปข้างหน้าไปสู่อนาคตที่ดีกว่า หรือ ถอยหลังลงคลองไปสู่อนาคตที่แย่กว่าเดิม... 20 ธ.ค. 2560 08:33 20 ธ.ค. 2560 11:05 ไทยรัฐ