วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น่าเป็นห่วงองค์กรอิสระ

จากสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ ทำให้น่าเป็นห่วงอนาคตขององค์กรอิสระและองค์กรตรวจสอบต่างๆมากขึ้นล่าสุด คณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช. ลงมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น ให้อุ้มกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีคุณสมบัติหมิ่นเหม่จะขัดรัฐธรรมนูญ ให้อยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระ

มติของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ซึ่งมีความใกล้ชิดกับรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นการแก้ไขร่างกฎหมายของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่ได้รับมอบหมายให้จัดทำกฎหมายลูก โดยยึดรัฐธรรมนูญเป็นหลัก นอกจาก กมธ.ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะให้ ป.ป.ช.อยู่ยาวแล้ว ยังเพิ่มอำนาจ ป.ป.ช.ให้ดักฟังการสื่อสารของบุคคลด้วย

จึงน่าเป็นห่วงว่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 ในเรื่องคุณสมบัติของกรรมการ ป.ป.ช. 7 คน รวมทั้ง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ซึ่งพ้นตำแหน่งทางการเมือง คือเลขาธิการรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ไม่ถึง 10 ปี บางคนเคยดำรงตำแหน่งอธิบดีหรือเทียบเท่า ไม่ถึง 5 ปี ตามที่รัฐธรรมนูญใหม่กำหนด

การให้ ป.ป.ช.มีอำนาจดักฟังการสื่อสารของนักการเมืองข้าราชการ และประชาชน ทางโทรศัพท์ โทรสาร และอุปกรณ์การสื่อสารอื่นๆ อาจขัดรัฐธรรมนูญ เรื่องเสรีภาพในการสื่อสารถึงกัน ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐดักฟังการสื่อสาร ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล เป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายในสังคมประชาธิปไตย แต่เป็นปกติในโลกอำนาจนิยม

ยิ่งกว่านั้น อาจถูกมองว่าเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม เพราะแม่น้ำทั้ง 5 สาย ในเครือข่ายของ คสช. ตัดสินใจโละกรรมการองค์กรอิสระบางองค์กร เช่น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) แต่อุ้ม ป.ป.ช.มีวาระซ่อนเร้นทางการเมืองหรือไม่ กระทบถึงความน่าเชื่อถือของ คสช. และ ป.ป.ช.หรือไม่?

ความไม่ชอบมาพากลใน ป.ป.ช. เริ่มก่อตั้งขึ้น หลังจากที่มีการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการใหม่ 5 คน ในช่วงรัฐบาล คสช. โดยมี สนช.ซึ่งมาจากการแต่งตั้งของ คสช. เป็นผู้ให้ความเห็นชอบการแต่งตั้ง ขณะนี้ ป.ป.ช.กำลังถูกทดสอบครั้งสำคัญ คือการตรวจสอบกรณีนาฬิกาหรูและแหวนเพชรเม็ดโต ของ พล.อ.ประวิตรจะอิสระและโปร่งใสหรือไม่?

หากการตรวจสอบไม่อิสระและโปร่งใส สังคมจะเสื่อมความเชื่อถือทั้ง คสช.และ ป.ป.ช. เพราะไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ไม่ยึดหลักธรรมาภิบาลที่ชอบสอนนักการเมืองและชาวบ้าน และเสื่อมความเชื่อถือไปถึงระบบการตรวจสอบและถ่วงดุล ซึ่งเป็นเสาหลักสำคัญของประ-ชาธิปไตย การแทรกแซงหรือทำลายระบบตรวจสอบสั่นสะเทือนถึงประชาธิปไตย.

จากสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ ทำให้น่าเป็นห่วงอนาคตขององค์กรอิสระและองค์กรตรวจสอบต่างๆมากขึ้นล่าสุด คณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช. ลงมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น... 20 ธ.ค. 2560 08:14 20 ธ.ค. 2560 11:15 ไทยรัฐ