วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โรมาเนียยุคเชาเชสกู

โรมาเนียยุคเชาเชสกู

  • Share:

ตุลาคมที่ผ่านมา ผมไปเยือนเทือกเขาคาร์เพเทียนที่อยู่ในดินแดนของอูเครนใกล้โรมาเนีย ข้ามสันเขาเบื้องหน้าไปก็เป็นโรมาเนียแล้วครับ แถวนี้เป็นดินแดนที่มนุษย์ลงหลักปักฐานกันมาตั้งแต่โบราณ เพราะสมบูรณ์มาก มีแม่น้ำหลายสายไหลมาจากเทือกเขาคาร์เพเทียนที่ทอดยาวจากเหนือจดใต้ และอีกหลายสายไหลมาจากเทือกเขาทรานซิลเวเนียที่ทอดยาวจากตะวันออกไปตะวันตก ไปลงแม่น้ำดานูบและออกทะเลดำ

โรมาเนียมีพื้นที่เพียง 2.3 แสนตารางกิโลเมตร มีประชากรเพียง 21 ล้านคน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ วานนี้ผมรับใช้ว่า เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พวกสมาชิกราชวงศ์ยุโรปเสด็จไปร่วมพระราชพิธีฝังพระศพสมเด็จพระราชาธิบดีไมเคิลที่ 1 ของโรมาเนีย พอเสียงระฆังดังหง่างเหง่ง ผู้คนจำนวนหนึ่งก็ไม่อยู่ในอาการสงบ ต่างตะโกนว่า “พระเจ้าไมเคิลที่ 1” และ “พวกคอมมิวนิสต์จงล่มสลาย”

ที่โรมาเนียมาเกี่ยวดองหนองยุ่งกับคอมมิวนิสต์เพราะเคยโดนโซเวียตยึด และทูลเชิญสมเด็จพระราชาธิบดีไมเคิลที่ 1 (ที่เพิ่งสวรรคตไปเมื่อ 15 วันที่แล้ว) เป็นกษัตริย์รัฐบาลหุ่นของโซเวียต หลังจากนั้นก็ปลดกษัตริย์ และเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นสาธารณรัฐประชาชนโรมาเนีย โรมาเนียนี่เป็นรัฐบริวารของโซเวียตตั้งแต่เริ่มแรกนะครับ

ใครที่ชอบคอมมิวนิสต์ต้องไปศึกษาประวัติศาสตร์ตอนนี้ของโรมาเนีย ศึกษาแล้วจะเกลียดคอมมิวนิสต์ คนโรมาเนียที่ไม่เห็นด้วยกับคอมมิวนิสต์ถูกจับไปขังคุกหลายหมื่น โบสถ์ถูกทำลายเกือบเกลี้ยง ธุรกิจและธนาคารโดนรัฐเข้าควบคุม เกษตรกรต้องสละที่ดินให้รัฐและตัวเองต้องเข้าไปเป็นสมาชิกนารวม ถูกบังคับให้ใช้แรงงาน

ภาพและเรื่องในยุคนี้ของโรมาเนียเพิ่งจะมาเปิดเผยกันเมื่อไม่นานมานี่เอง ที่อูเครนซึ่งติดกับโรมาเนียโดนหนักกว่า การบีบบังคับให้ชาวนาเข้าร่วมโครงการนารวมของสตาลินทำให้อาหารขาดแคลน มีคนอดอาหารตายหลายล้านคน ที่โรมาเนียอาจจะโดนเบากว่าอูเครน แต่ก็มีผู้คนโรมาเนียในยุคนั้นก็ล้มหายตายจากไปไม่น้อย

ผู้อ่านหลายท่านคงจะเคยดูภาพยนตร์หรืออ่านหนังสือเกี่ยวกับนายนีคอไล เชาเชสกูกันมาบ้างนะครับ คนนี้เป็นผู้นำโรมาเนียที่ไม่ค่อยยอมโซเวียต แกสั่งเปลี่ยนชื่อประเทศจากสาธารณรัฐประชาชนโรมาเนียตามแบบที่พวกโซเวียตบังคับให้ตั้ง ไปเป็นสาธารณรัฐสังคมนิยมโรมาเนีย การตั้งชื่อประเทศนี่ก็สำคัญนะครับ เป็นการบอกทิศทางของชาติ ตอนนั้น โรมาเนียใช้สังคมนิยม เพราะคิดว่าสังคมนิยมแบบโรมาเนียเป็นสิ่งที่จะนำให้ประเทศเจริญก้าวหน้าและทันสมัย ไม่ใช่เป็นสังคมที่ตามสหภาพโซเวียตตะพึดตะพือ

พวกโซเวียตก็แขยงแขงขนในความเป็นเด็กดื้อของเชาเชสกู แกชอบอวดว่าตัวเองเป็นนักการระหว่างประเทศ มีความชำนาญด้านต่างประเทศ ตอนมีเหตุการณ์ปราบปรามพวกขบวนการประชาธิปไตยในเชโกสโลวะเกีย บริวารทั้งหลายต่างเชียร์โซเวียตกันลั่นโลก แต่เชาเชสกูกลับต่อต้าน และก็หันไปสนิทชิดเชื้อกับเยอรมนีตะวันตก อิสราเอล จีน แอลเบเนีย เกาหลีเหนือ ฯลฯ เชาเชสกูชอบถนนหนทางที่กว้างใหญ่โตของเกาหลีเหนือ แกจึงสั่งให้ทุบอาคารเก่าแก่ในโรมาเนียทิ้งไปมากกว่า 2 พันแห่ง เพื่อเอาที่ดินมาขยายถนน ในจำนวนนี้มี 77 แห่งที่มีคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์โรมาเนีย แต่เพราะความอยากพัฒนา อยากลอกเลียนแบบ อยากทำให้บ้านเมืองใหญ่โต แกก็สั่งรื้ออาคารอย่างเดียว

พวกผู้หลักผู้ใหญ่สมัยก่อนชอบไปโรมาเนีย ไปถึงแล้วก็ถ่ายรูปมาอวด เพราะโรมาเนียสวยมาก เชาเชสกูแกสร้างแต่ความเจริญทางวัตถุ แกชอบอาคารสง่างามใหญ่โต มีเงินเท่าใดก็รื้อๆสร้างๆ จนบ้านเมืองสง่า แต่ขอโทษเถิดครับ คนไม่มีจะกิน ไม่มีความรู้ และมีคุณภาพชีวิตต่ำมาก เชาเชสกูไม่เคยโยนเงินก้อนใหญ่ไปในการศึกษาหรือการสาธารณสุข โรมาเนียจึงเป็นประเทศที่มีการพัฒนาอย่างขาดสมดุล

เบื้องหลังความใหญ่โตโอฬารและความงามสง่าอลังการของบ้านเมืองโรมาเนียในยุคของเชาเชสกูก็คือความอดอยากยากจนขนาดต้องแบ่งปันอาหารและพลังงาน.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้