วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.-รพ.โยนวุ่น ส่งศพผิดคน ญาติเผาไปแล้ว 'ตัวจริง' ดันโผล่ จี้เลิกมรณบัตร (คลิป)

หนุ่มชาวศรีสะเกษที่ถูกทางการระบุว่าเสียชีวิตและออกใบมรณบัตร ติดต่อญาติรับศพไปบำเพ็ญกุศลและฌาปนกิจศพไปเรียบร้อย โร่ไปติดต่อกับทางอำเภอโนนคูณเพื่อขอให้คืนสิทธิเป็นบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่ เผยเคยทำบัตรประชาชนหายและไปแจ้งขอทำบัตรใหม่ คนตายที่ตำรวจและโรงพยาบาลระบุว่าเป็นตนนั้น อาจพกบัตรประจำตัวของตน ทำให้เกิดการเข้าใจผิด ด้านนายอำเภอโนนคูณ เร่งดำเนินการและประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อคืนสิทธิให้โดยเร็ว ขณะที่ทางสำนักงานประกันสังคมจังหวัดศรีสะเกษ เตรียมแจ้งญาติที่รับเงินค่าทำศพ เงินค่าสงเคราะห์การตาย และเงินค่าบำเหน็จชราภาพไปรวม 9 หมื่นกว่าบาท ให้นำเงินมาส่งคืน

กรณีนายสว่าง ไกรษี ครูชำนาญการพิเศษ ร.ร. บ้านเหล่าฝ้าย พร้อมด้วยนายเจริญ เหล็กดี นักการภารโรงโรงเรียนบ้านเหล่าฝ้าย นายนครชัย พิมพ์กลาง นายบุญหลาย พาชื่น นำตัวนายสาคร สาชีวะ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 หมู่ 6 บ้านเหล่าฝ้าย ต.เหล่ากวาง อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ เข้าร้องทุกข์ว่า นายสาครถูกทางราชการระบุว่าเสียชีวิตทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่นั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 19 ธ.ค. ที่ สน.นางเลิ้ง ร.ต.ท.วีระยุทธ ศรีสุพัฒน์ รอง สว. (สอบสวน) สน.นางเลิ้ง เจ้าของคดี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ค. รับแจ้งพบศพผู้เสียชีวิตที่ห้องเช่าเลขที่ 20 บ้านเลขที่ 236/3 ปรินายก 6 ถนนราชดำเนิน แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กทม. ไปตรวจสอบพบศพชายสภาพขึ้นอืดใบหน้าบวม ตัวบวม ไม่ถึอว่าผิดธรรมชาติ ไม่พบบาดแผลตามร่างกาย ในห้องพบหลักฐานเป็นเอกสารสำเนาบัตรประชาชน (ไม่มีรูป) สำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรพนักงานบริษัทสยาม แอดมินนิสเทรทีฟ แมเนจเม้น จำกัด เอกสารทุกอย่างระบุชื่อนายสาคร สาชีวะ ขณะนั้นไม่มีญาติของผู้เสียชีวิตมายืนยัน เมื่อเทียบเคียงใบหน้าศพกับบัตรพนักงานที่พบนั้นใกล้เคียงกันมาก เจ้าหน้าที่ได้ทำตามขั้นตอน ส่งศพไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตที่นิติเวช รพ.วชิระพยาบาล แพทย์ระบุว่า นายสาครเสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อในทางเดินอาหาร จากนั้นติดต่อญาติให้มารับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา

พ.ต.ท.ไพรัช ไสยเลิศ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.นางเลิ้ง กล่าวว่า หากพบมีการปลอมเอกสารหรือนำเอกสารไปใช้ ผู้เสียหายสามารถมาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่นำบัตรไปใช้ ในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร แสดงตัวเป็นบุคคลอื่น แต่เมื่อผู้กระทำผิดเสียชีวิตไปแล้ว ถือว่าคดีสิ้นสุดโดยทันที หลังจากนี้คงต้องให้ผู้เสียหายคือนายสาคร ตัวจริงมายืนยันตัวตนกับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อนำเอกสารไปดำเนินการคืนความเป็นตัวตนต่อไป ส่วนการหาว่าผู้ตายเป็นใครนั้น จะต้องประสานฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูล ระบุตัวตนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงเช่นเดียวกัน

ด้าน นพ.วรวิทย์ วานิชกุลบดี แพทย์นิติเวช รพ.วชิระพยาบาลฯ กล่าวว่า ปกติขั้นตอนการตรวจพิสูจน์บุคคล มีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นลายพิมพ์นิ้วมือ ยืนยันประวัติทำฟัน และตรวจดีเอ็นเอ ในเคสนี้ไม่สามารถตรวจสอบทั้ง 3 วิธีนี้ได้ เนื่องจากการเก็บพิมพ์ลายนิ้วมือทั้ง 5 นิ้ว จะทำเฉพาะผู้ที่มีประวัติอาชญากร การตรวจด้วยประวัติการทำฟันต้องมีประวัติก่อนที่จะทำฟัน หากไม่มี ไม่สามารถตรวจได้ ส่วนการตรวจดีเอ็นเอ ต้องมีผู้ที่จะนำมาเทียบ เช่น พ่อ แม่ แต่กรณีนี้ไม่มีบุคคลมาให้ตรวจเทียบเคียง วันที่มารับศพผู้ตายกลับไปนั้น ให้ญาติดูศพ ญาติระบุว่าคงจะใช่เนื่องจากศพเริ่มเน่าหน้าตาผิดไปจากเดิม แต่ไม่มีการแย้งที่เป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนรับศพกลับไป การยืนยันในขณะนั้นว่าผู้ตายเป็นใครคือเอกสารที่พบในจุดเกิดเหตุ และพยานบุคคลบ้านข้างเคียงและเพื่อนร่วมงานที่ยืนยันว่าผู้ตายคือนายสาคร

วันเดียวกัน นายสาคร สาชีวะ ที่ถูกระบุว่าเสียชีวิตทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ พร้อมญาติๆพากันเดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอโนนคุณ เพื่อปรึกษาหารือในการที่จะขอคืนสิทธิ์ของตนว่า เป็นบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่ หลังจากถูกออกใบมรณบัตรว่าเสียชีวิตไปแล้ว บิดามารดาและญาติๆได้นำศพคนอื่นมาทำพิธีฌาปนกิจไปเรียบร้อยแล้ว

นายสาครเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เดินทางไปทำงานที่ กทม.หลายปี เพื่อหารายได้ส่งมาให้ทางบ้าน ต่อมาได้ไปสมัครทำงานในเรือประมง ทำหน้าที่ผู้ช่วยไต๋เรือ ทำงานในเรือ 1 ปีกว่า ได้ขึ้นฝั่งกลับมาเยี่ยมบ้าน เมื่อโผล่มาที่บ้านญาติพี่น้องเห็นพากันตกใจ เพราะเข้าใจว่าเสียชีวิต ได้รับศพมาบำเพ็ญกุศลและฌาปนกิจศพไปแล้ว ตอนแรกรู้สึกตกใจมาก ส่วนที่ถูกระบุว่าเสียชีวิต อาจมาจากที่เคยทำบัตรประชาชนหายและมีคนเก็บได้ เมื่อไปขอคืนแต่ผู้ที่เก็บได้กลับไม่ยอมคืนให้ จึงไปแจ้งบัตรหายและขอทำบัตรใหม่ คนตายที่ตำรวจและโรงพยาบาลระบุว่าเป็นตนนั้น อาจพกบัตรประจำตัวของตน ทำให้เกิดการเข้าใจผิดก็เป็นได้

ด้านนายพรชัย วงศ์งาม นอภ.โนนคูณ กล่าวว่า เมื่อนายสาคร สาชีวะ มาแสดงตัวตนต่อเจ้าพนักงานว่ายังมีชีวิตอยู่จริง รู้สึกดีใจกับนายสาครและครอบครัว ส่วนเรื่องที่นายสาครถูกจำหน่ายตายตามใบมรณบัตรที่ออกโดยสำนักทะเบียนท้องถิ่นเขตพระนคร ทางอำเภอโนนคูณได้รับแจ้งการตาย จึงได้จำหน่ายออกจากทะเบียนบ้านเป็นการดำเนินการตามระเบียบ เมื่อเจ้าตัวมาปรากฏแสดงตัวว่ายังไม่เสียชีวิต ทางอำเภอจะรวบรวมหลักฐาน ตรวจสอบความเป็นญาติของเจ้าตัว บิดามารดา เพื่อประกอบเป็นหลักฐานเพิ่มชื่อตามระเบียบสำนักทะเบียนกลาง นอกจากนั้นในส่วนของการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วแจ้งไปที่สำนักทะเบียนกลางเพื่อให้คืนสิทธิ์ เพื่อแจ้งไปสำนักทะเบียนท้องถิ่นเขตพระนคร เพื่อให้เพิกถอนใบมรณบัตร โดยจะเร่งดำเนินการให้โดยเร็ว ที่สุด เพื่อคืนสิทธิ์ความเป็นบุคคลให้แก่นายสาครต่อไป

ด้านนายวิเชียร ชิดชนกนารถ ผู้อำนวยการสำนักบริหารทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ขั้นตอนการแก้ไขไม่ยุ่งยากซับซ้อน หากมีชื่อในทะเบียนบ้านที่ไหนก็สามารถไปแสดงตัวได้ แล้วไปพิสูจน์ให้เห็นว่ายังไม่เสียชีวิตยังมีตัวตน โดยเอาบิดามารดาหรือญาติพี่น้องไปยืนยันเพื่อแสดงตัวตน ทางราชการก็จะดำเนินการยกเลิกใบมรณบัตร และออกใบมรณบัตรใหม่ให้ถูกต้องตรงตามคนที่เสียชีวิตจริง หลังจากนั้นจะแจ้งมายังสำนักทะเบียนกลาง เพื่อยกเลิกการจำหน่ายรายการ

นายวิเชียรกล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการติดตามศพผู้ตายที่เผาไปแล้ว จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าคือใคร เจ้าหน้าที่จะลงในรายละเอียดเท่าที่สามารถลงได้ แต่ถ้าเสียชีวิตโดยธรรมชาติก็ต้องรอพิสูจน์ว่าคือใคร ไม่ต้องรอให้ตำรวจมาดำเนินการตรวจสอบ สำหรับกรณีนี้เป็นเรื่องที่นายทะเบียนจะต้องมาพิสูจน์ ปกติเหตุกรณีนี้ไม่พบบ่อยนัก ปกติบัตรประชาชนจะอยู่กับตัวของเจ้าของบัตรอยู่แล้ว ส่วนการเสียชีวิตหากพบว่ามีหลักฐานทางราชการอยู่ที่ตัวก็ใช้ข้อมูลหลักฐานทางราชการนั้นก่อนในเบื้องต้น ส่วนข้อผิดพลาดเป็นของใครนั้น ยังตอบไม่ได้ ต้องดูว่าบัตรประชาชนไปอยู่ที่อีกคนได้อย่างไร ต้องดูว่าเจ้าของบัตรทำหายหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ใช่กรณีปกติทั่วไป อีกทั้งเสียชีวิตหลายวัน การดูอัตลักษณ์จึงไม่ชัดเจน ทำให้เจ้าหน้าที่ใช้หลักฐานทางราชการที่พบเป็นหลักฐานยืนยันตัวตน

น.ส.กาญจนา ทองสิงห์ นักวิชาการแรงงานชำนาญการ รักษาการประกันสังคมจังหวัดศรีสะเกษ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ทางประกันสังคม ทราบว่า นายสาครไม่ได้เสียชีวิต ส่วนวันที่นางสี มารดาของนายสาครพร้อมญาติมาขอรับเงินนั้นคือวันที่ 28 พ.ค.2560 โดยนำหลักฐานที่เชื่อถือได้มาแสดงกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อขอรับเงิน ได้ตรวจสอบเอกสารถูกต้องตามระเบียบจึงได้จ่ายเงินไปให้กับมารดาของนายสาคร เป็นเงินค่าทำศพ 40,000 บาท เงินค่าสงเคราะห์การตาย 21,999.80 บาท และเงินค่าบำเหน็จชราภาพอีกจำนวน 28,222.66 บาท รวมเป็นที่ทางประกันสังคมจังหวัดศรีสะเกษจ่ายให้กับมารดาของนายสาครเป็นเงินทั้งหมด 90,222.46 บาท

ส่วนนางธนพร ไชยสิทธ์ นักวิชาการเงินและบัญชีชำนาญการ หัวหน้าส่วนงานสิทธิประโยชน์ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ในส่วนเงินที่ทางประกันสังคมได้จ่ายไปให้กับทางมารดาของนายสาครนั้น ถ้าเรื่องกลับตาลปัตรเป็นอย่างนี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมจะทำหนังสือไปยังคนที่มารับเงินให้มาพูดคุยกัน เพื่อขอให้นำเงินที่รับไปส่งคืนให้สำนักงานประกันสังคม ถ้าสามารถจ่ายเงินที่รับไปคืนได้ทั้งหมดเรื่องก็ไม่มีอะไร แต่ถ้าไม่สามารถส่งเงินคืนได้ ก็จะให้เซ็นหนังสือรับสภาพหนี้ และให้ผ่อนชำระกับประกันสังคมเป็นงวดๆได้

ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ ให้ความเห็นทางกฎหมายในเรื่องดังกล่าวว่า การที่มีบุคคลมาอ้างว่ายังไม่ตายเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บุคคลจะตายได้ต่อเมื่อมีคำสั่งของศาลว่าตายหรือตายโดยเหตุธรรมชาติ เมื่อตายแล้วทายาทจึงจะมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย แต่เมื่อยังไม่ตาย เนื่องจากยังไม่มีคำสั่งศาล หรือยังไม่มีคำสั่งทางการแพทย์ว่าตาย ผู้นั้นยังคงมีสิทธิและหน้าที่เหมือนบุคคลทั่วไปทุกประการ ดังนั้นการที่หน่วยงานของรัฐปฏิเสธสิทธิว่าเขาตายแล้ว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามจึงมิชอบ หากเป็นคำสั่งของส่วนราชการที่มีคำสั่งออกมาแล้ว ทำให้กระทบสิทธิถือเป็นคำสั่งทางปกครอง จะต้องไปฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อให้เพิกถอนคำสั่ง แต่ในส่วนของงานทะเบียนราษฎรอาจมีรายละเอียดที่แตกต่างออกไป ไม่อาจให้ความเห็นได้ ส่วนเรื่องการพบศพฆ่าหั่นศพนั้นเป็นอีกส่วนหนึ่ง ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว

หนุ่มชาวศรีสะเกษที่ถูกทางการระบุว่าเสียชีวิตและออกใบมรณบัตร ติดต่อญาติรับศพไปบำเพ็ญกุศลและฌาปนกิจศพไปเรียบร้อย โร่ไปติดต่อกับทางอำเภอโนนคูณเพื่อขอให้คืนสิทธิเป็นบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่... 20 ธ.ค. 2560 05:07 20 ธ.ค. 2560 09:04 ไทยรัฐ