วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คสช.ใช้ม.44 แค่ลดกระแส เปิดช่องพรรคได้ทำกิจกรรม แต่ยังคง 'ห้าม' จัดประชุมใหญ่

คสช.ลดกระแสคลายล็อกการเมือง งัด ม.44 ขยายเวลาเปิดช่องให้ทำกิจกรรมตามกรอบ ก.ม.พรรคการเมืองได้บางอย่าง รอคลอดคำสั่งภายในปีนี้ พรรคใหม่ได้สิทธิจองชื่อ-ล่าสมาชิก 69 พรรคเก่าตรวจสอบสถานภาพสมาชิก แต่ยังห้ามจัดประชุมใหญ่ อ้างทุกพรรคเริ่มสตาร์ตพร้อมกัน ฝ่ายความมั่นคงอ้างพบความเคลื่อนไหว ยังไม่ปลดล็อก พท.ซัด คสช.ตัวการก่อปัญหา ไม่ควรใช้อำนาจนอกระบบมาแก้ปัญหาประชาธิปไตย “อภิสิทธิ์” อัดออกคำสั่งขัดแย้ง ก.ม.เอง ย้ำชัด ปชป.-กปปส.แยกวง “ประยุทธ์” ตีมึนไม่รู้พรรคทหารคืออะไร ลั่นรู้อยู่แล้วไม่เคยสำเร็จทำให้เมื่อยทำไม ยันถาม “สมคิด” แล้วปฏิเสธไม่ได้ตั้ง เพจดังแฉอีกนาฬิกาหรูเรือนที่ 4 “ประวิตร” ใส่ปาเต๊ะ ฟิลลิป “บิ๊กป้อม” ปิดปากนิ่ง ปัดไม่เหนื่อยอะไรเลย “บิ๊กตู่” โชว์สื่อใส่ “ไซโก้” โบ้ยปมส่วนตัวป้องพี่ใหญ่ไม่ได้

เสียงเรียกร้องจากฝ่ายการเมืองให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ปลดล็อกคำสั่งห้ามทำกิจกรรมการเมือง ไม่ได้รับการสนองตอบจาก คสช.และรัฐบาล ล่าสุดที่ประชุม คสช.ได้เห็นชอบให้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ขยายเวลาให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมบางส่วน ตามกรอบเวลาใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองเท่านั้น แต่ยังไม่ปลดล็อกทั้งหมด

คสช.ถกคลายล็อกการเมือง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 19 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุม คสช. และเป็นประธานประชุม ครม.โดยก่อนการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ถึงการประชุม คสช.จะมีการพิจารณาปลดล็อกเพื่อพรรคการเมืองดำเนินการกิจกรรมหรือไม่ว่า “รอประชุมก่อน ยังไม่ได้ประชุม” ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตอบคำถามสั้นๆเช่นเดียวกัน เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การประชุม คสช.จะปลดล็อกพรรคการเมืองเป็นของขวัญปีใหม่หรือไม่ว่า “ยังไม่รู้” และไม่ได้ตอบคำถามที่ว่า ท้อใจหรือไม่ เพราะเห็นบ่นว่าเหนื่อย หลังถูกโจมตีอย่างหนักเรื่องของนาฬิกาหรู จากนั้นได้เดินขึ้นห้องประชุม ครม.ทันทีด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย

ต่อมาเวลา 10.30 น. ภายหลังการประชุม คสช. พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้า คสช. เปิดเผยว่า ที่ประชุม คสช.ได้หารือถึงการปลดล็อกพรรคการเมือง ส่วนจะเป็นรูปแบบไหน ขอให้รอฟังนายกฯ

นายกฯย้ำอย่าทำงานคนเดียว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุม ที่ห้องโถงชั้น 1 ตึกบัญชาการ 1 นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม นำคณะเข้าพบนายกฯเพื่อจัดแสดงนิทรรศการ “เทคโนโลยีสารสนเทศด้านมรดกศิลปวัฒนธรรม มุ่งสู่ไทยแลนด์ 4.0” นำแอพพลิเคชั่นให้บริการสืบค้นข้อมูลมรดกศิลปวัฒนธรรม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและอุทยานประวัติศาสตร์ และนาย สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำผู้ชนะการประกวดกลุ่มงานสตาร์ตอัพ 2017 ได้แก่ บริษัทดิจิโอ จำกัด ชนะการประกวดอุปกรณ์ชำระเงินด้วยบัตรเครดิตและบัตรเดบิต ผ่านสมาร์ทโฟน หรือเครื่องรูดบัตรแบบพกพา และบริษัท สยามออร์แกนิค จำกัด ที่ชนะเลิศการแข่งขันทำโมเดลธุรกิจแก้ปัญหาความยากจนให้ชาวนาไทยบนแนวคิดชุมชนเกษตรอินทรีย์ พบนายกฯ โดยนายกฯกล่าวว่า ขอให้นำประโยชน์มาต่อยอด อย่าทำงานเพียงคนเดียว นำผลงานไปไว้ในแผนยุทธศาสตร์ชาติด้วย

งัด ม.44 ขยายเวลาทางธุรการ

ต่อมาเวลา 14.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. แถลงภายหลังการประชุม ครม.ถึงการประชุม คสช.ว่า ที่ประชุม คสช.มีการพิจารณาหามาตรการที่หลายพรรคและกลุ่มการเมืองทำหนังสือมาถึง คสช. รัฐบาลคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้หาวิธีการแก้ปัญหาเรื่อง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่กำหนดระยะเวลาให้พรรคการเมืองดำเนินงานเรื่องธุรการตามกำหนด โดยมีความคิดว่าในขั้นต้นอาจต้องใช้มาตรา 44 เพื่อขยายเวลาที่บังคับไว้ในกฎหมายพรรค การเมือง ดังนั้นไม่ต้องกังวล ทั้งประชาชน พรรค การเมืองเก่า พรรคการเมืองใหม่มีโอกาสที่จะดำเนินการทางธุรการให้เกิดความเป็นธรรมได้ และทุกอย่างยังคงเป็นไปตามโรดแม็ปเดิมที่เขียนไว้ว่า เมื่อไหร่ที่กฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ก็ต้องเดินไปสู่การเลือกตั้ง วันนี้ทุกอย่างก็ยังเป็นไปตามขั้นตอน แต่เราต้องปลดล็อกตรงนี้ ใช้คำว่าเป็นมาตรการเพื่อให้การดำเนินการทางการเมืองสามารถดำเนินการได้

“ไก่อู” แจงขยายเวลาอะไรทำได้ไม่ได้

จากนั้นเวลา 16.00 น. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าที่ประชุมเห็นชอบในหลักการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ขยายเวลาให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมตามกรอบเวลาใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยคำสั่งดังกล่าวจะมีผลทำให้พรรคการเมืองใหม่สามารถจองชื่อพรรคการเมือง สรรหาสมาชิก เก็บค่าบำรุงสมาชิกได้ และให้ประชุมใหญ่ครั้งแรกเพื่อคัดเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคได้ โดยจะต้องขออนุญาต คสช.ก่อน ส่วนพรรคการเมืองเก่า 69 พรรค อนุญาตให้ตรวจสอบสถานภาพสมาชิกพรรคเดิมว่ายังเป็นสมาชิกพรรคหรือไม่ แต่ยังไม่อนุญาตให้จัดประชุมใหญ่ ที่จะทำได้พร้อมกับการจดทะเบียนจัดตั้งพรรคใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ให้ทั้งหมดจะได้สตาร์ตไปพร้อมกัน แต่จะเริ่มเมื่อไหร่ต้องรอดูรายละเอียดในคำสั่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จะเป็นผู้ดูรายละเอียดการขยายกรอบเวลาทำกิจกรรมต่างๆอีกครั้งหนึ่ง คาดว่าจะยังไม่สามารถประกาศได้ในวันนี้ แต่จะออกมาภายในปีนี้ กรอบเวลาต่างๆจะผูกพันกับการประกาศใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับ

อ้างไม่มั่นคง ยังไม่ปลดล็อก

พล.ท.สรรเสริญกล่าวอีกว่า เหตุผลที่ คสช.ยังไม่พิจารณาปลดล็อกกิจกรรมทางการเมืองทั้งหมด เนื่องจากฝ่ายความมั่นคงยังพบความเคลื่อนไหวทางการเมืองว่าสถานการณ์ยังไม่เหมาะสมที่จะปลดล็อกในช่วงนี้ และภายในการประชุม คสช. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้จัดทำตารางฉายภาพโรดแม็ป พร้อมกรอบเวลาต่างๆที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้งหมด โดยยืนยันว่ากำหนดการเลือกตั้งยังอยู่ในเดือน พ.ย. 2561 เช่นเดิม

“มาร์ค” อัด คสช.ออกคำสั่งแย้ง ก.ม.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกฯ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญวางเงื่อนไขไว้ทั้งหมด ตอนทำทั้ง คสช. รัฐบาลและ สนช.บอกว่าต้องทำแบบนี้ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปฏิรูป อุปสรรคไม่ได้มาจากคนอื่น รัฐธรรมนูญก็เป็นฝ่ายเขียนเอง เงื่อนเวลากำหนดโดย กรธ. และ สนช. ปัญหาที่จะไม่เกิดขึ้นตามเวลาเกิดขึ้นจาก คสช. ซึ่งไปออกคำสั่งแล้วขัดแย้งกับตัวกฎหมาย ถ้าจะใช้อำนาจพิเศษไปลบล้างสิ่งที่ตัวเองทำ ต้องมีเหตุผลชัดเจนว่าสรุปแล้วเป้าหมายสุดท้ายคืออะไร จะเป็นตัวพิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่ทำทั้งหมดเป็นเรื่องการปฏิรูประบบหรือจะเป็นเรื่องผลประโยชน์ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ว่าอะไร มองว่าในอนาคตประเทศไทยต้องกลับเข้าสู่การปกครองระบอบประชาธิปไตย ปัญหาของประเทศทั้งเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่มาก พรรคประชาธิปัตย์มีหน้าที่ต้องคิดว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร รวมไปถึงงานปฏิรูป ที่พรรคเรียกร้อง 3 ปีกว่างานปฏิรูปคืบหน้าน้อยมาก เราต้องมีคำตอบให้สังคมว่าถ้าเป็นเราจะเดินหน้าปฏิรูปอย่างไร ใครเห็นด้วยกับแนวทางของพรรค เราชักชวนมาทำงานและเดินหน้า ส่วนกติกาจะเลื่อนจะล็อกว่าไป ไม่ได้อยู่ในอำนาจของเรา

ย้ำ ปชป.-กปปส.แยกวงคนละพรรค

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. ยื่นหนังสือให้แก้ไขกฎหมายพรรคการเมือง จะมีปัญหากับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กปปส.ไม่ใช่พรรคการเมือง และเป็นการเคลื่อนไหวในช่วงก่อนรัฐประหาร เราสนับสนุนเป้าหมาย คือ 1.สนับสนุนการปฏิรูป 2.ต่อสู้กับระบอบทักษิณ พรรคประชาธิปัตย์อยู่ที่เดิมใน 2 เป้าหมายนี้ แต่วิธีการเป็นเรื่องของพรรคและ กปปส.ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันได้ ไม่ได้มีปัญหาอะไร สมาชิกของพรรคที่ไปเป็น กปปส. ส่วนใหญ่อยู่กับพรรคมาก่อน ยืนยันว่าวันนี้ทำงานกับพรรค ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์จุดยืนอยู่ที่เดิม แต่ กปปส.จะตัดสินใจอย่างไรเป็นสิทธิของ กปปส.ไม่เกี่ยวกัน

พท.จวก คสช.ต้นตอก่อปัญหา

นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการใช้มาตรา44 แก้ พ.ร.บ.พรรคการเมือง เพื่อปลดล็อกระยะเวลาที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายว่า ปัญหาไม่ได้เกิดที่ตัวกฎหมาย แต่อยู่ที่ คสช. ยังคงห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง ต้องแก้ที่ตัว คสช. ที่ปล่อยให้เกิดปัญหาเช่นนี้ เมื่อใช้มาตรา 44 แก้ พ.ร.บ.พรรคการเมือง น่าจะไม่เข้าเงื่อนไขตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ และไม่เหมาะสม ไม่ชอบธรรม เพราะกฎหมายดังกล่าวได้นำขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อลงปรมาภิไธยประกาศใช้เป็นกฎหมาย อยากให้รัฐบาลคิดเรื่องนี้ให้มากๆ ทางออกเรื่องนี้ง่ายนิดเดียว แค่ คสช.ออกประกาศยกเลิกคำสั่ง คสช.ห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง

ไม่ควรใช้อำนาจนอกระบบมาแก้ ปชต.

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอให้ทบทวนการใช้มาตรา 44 ขยายกรอบเวลาให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทาง การเมือง เพราะเป็นอำนาจนอกระบบที่ไม่ควรนำมาใช้แก้ไขปัญหาประชาธิปไตย ควรเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายปกติที่รัฐบาลออกมาเอง แล้วยกเลิกคำสั่ง คสช. ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองแทน ส่วนที่ พ.ร.บ.พรรคการเมืองเดินมากว่า 60 วันแล้วนั้น เมื่อ คสช.ยกเลิกคำสั่งห้ามดังกล่าว พรรคการเมืองขอขยายเวลาตรวจสอบสมาชิกพรรคจาก กกต.ได้ โดยไม่ต้องใช้มาตรา 44 แต่ใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง มาตรา 141 ใน บทเฉพาะกาลได้ และไม่กระทบต่อโรดแม็ปเลือกตั้ง

“สมชัย” เหน็บผู้ยิ่งใหญ่ชงแก้ ก.ม.ลูก

นายสมชัย ศรีสุทยาธิการ กกต.โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ไหนว่าต้องการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง มาวันนี้ผู้ยิ่งใหญ่ทางการเมืองท่านหนึ่ง ผู้ชูธงปฏิรูปก่อนเลือกตั้งมาตลอดและผู้เตรียมการจัดตั้งพรรคที่ประกาศจะสนับสนุนนายกฯคนปัจจุบันเป็นนายกฯต่ออีก กลับเรียกร้องให้แก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง ให้ยกเลิกสาขาพรรค ยกเลิกไพรมารีโหวต เรียกร้องให้รีเซ็ตสมาชิกของพรรคการเมืองเดิม ทำให้พรรคที่เข้มแข็งกลายเป็นพรรคอ่อนแอ อ้างความเท่าเทียม ไปไกลขนาดเสนอให้ใช้มาตรา 44 แก้ไข เอากรอบเวลาข้อจำกัดของพรรคการเมืองว่าทำไม่ทันเป็นตัวเริ่มและลามไปยังประเด็นอื่น ถ้าจะให้เกิดมาตรฐานเท่าเทียมเป็นธรรม ควรใช้มาตรา 44 ให้เกิดการปฏิบัติที่เท่าเทียมระหว่าง ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน กสม. กกต. และศาลรัฐธรรมนูญก่อนดีไหม เพราะหลายมาตรฐานเหลือเกิน

กมธ.เชิญ “เทือก–ไพบูลย์” ให้ข้อมูล

ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) แถลงผลการประชุมว่า ในวันที่ 22 ธ.ค.ที่ประชุม สนช. จะขอมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต.ทั้ง 7 คน หลังศาลฎีกามีหนังสื่อยืนยันมาถึง สนช.แล้วว่ากระบวนการดังกล่าวได้กระทำโดยถูกต้องตาม พ.ร.บ.กกต. ส่วนกรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาเสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. เป็นประธาน จะเชิญนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. กับนายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานเครือข่ายประชาชนเพื่อการปฏิรูป มาให้ข้อมูลตามที่ทั้ง 2 คน ได้ยื่นหนังสือเพื่อขอให้แก้ไข พ.ร.บ.พรรคการเมืองนั้น ล่าสุดทั้ง 2 คนตอบรับเดินทางมาเข้าให้ข้อมูลต่อคณะ กมธ. ช่วงบ่ายวันที่ 22 ธ.ค.

“มีชัย” ชี้ไพรมารีได้เสียพอกัน

ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงข้อเสนอให้รีเซ็ตสมาชิกพรรค และงดเว้นไพรมารีโหวตในการเลือกตั้งครั้งแรกว่า เรื่องสมาชิกพรรค กรธ.ทำในตอนนั้นมันควรเป็นแบบนั้น แต่พอเวลาผ่านไป ด้วยเงื่อนไขของสมาชิกที่เข้มข้นขึ้น อาจเกิดปัญหาว่ารายชื่อสมาชิกของแต่ละพรรคเป็นของจริงหรือไม่ หรือแค่กรอกกันมา จึงต้องตรวจสอบทะเบียนว่าตรงกันหรือไม่ ส่วนการงดเว้นไพรมารีนั้นไม่ทราบ แต่ต้องมีเหตุผล มองว่าไพรมารีโหวตก็ได้เปรียบเสียเปรียบกันทั้งพรรคเล็กพรรคใหญ่ วิธีการขึ้นกับแต่ละพรรคจะไปออกแบบให้เหมาะกับพรรคตนเอง

“บิ๊กตู่” โบ้ยไม่รู้พรรคทหารคืออะไร

ส่วนเสียงวิพากษ์วิจารณ์การตั้งพรรคทหาร เพื่อสืบทอดอำนาจ คสช.นั้น ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ให้ สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ถึงกระแสข่าวการตั้งพรรคประชารัฐ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯว่าคงต้องไปถามคนพูด ตนไม่ได้พูดสักคำพรรคทหารคืออะไรตนยังไม่รู้ หลายคนบอกว่าเป็นพรรคแบบเดิมอะไรต่างๆโดยมีทหาร ยังไม่เห็นมีทหารที่ไหนมาตั้งพรรคการเมืองให้ตน ถ้าตั้งก็เป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับตน คงไม่มีใครไปตั้งพรรคทหารรู้อยู่ว่าตั้งมาแล้วก็คือปัญหา มันไม่เคยสำเร็จสักที จะไปตั้งให้มันเมื่อยทำไม ทุกคนพยายามจะสร้างกระแสจะมีพรรคทหารให้คนรังเกียจ ต้องไปดูจุดมุ่งหมายที่เขาพูดกันเพื่ออะไร สิ่งที่รัฐบาล-คสช. คิดคำนึงตลอดเวลาที่จะสนับสนุนนั้น เป็นการสนับสนุนทุกพรรค ไม่ว่าจะพรรคเก่าพรรคใหม่ที่เข้ามาสู่การเมืองอย่างโปร่งใสมีประสิทธิภาพ อย่าไปมองว่าพรรคนี้จะได้ พรรคโน้นจะไม่ได้ ทุกอย่างจะค่อยๆเดินไปเรื่อยๆ ความชัดเจนจะเกิดขึ้น ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตัวเองในการเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้ง

ยันถาม “สมคิด” แล้วปัดไม่ได้ตั้ง

เมื่อถามถึงกระแสข่าวให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นหัวหน้าพรรคทหาร เพื่อสนับสนุน ให้นายกฯอยู่ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ได้ถามนายสมคิดว่าไปตั้งพรรคทหารหรือ นายสมคิดบอกว่าไม่ได้ตั้ง และการจะสนับสนุนให้นายกฯอยู่ต่อ มันจะอยู่ต่ออย่างไรก็ยังไม่รู้ ขึ้นอยู่กับว่าอยู่ต่อ ไม่อยู่ต่อ รัฐธรรมนูญเขียนไว้เรื่องนายกฯคนนอก ซึ่งยังไปไม่ถึงตรงนั้นเลย พรรคตั้งใหม่ตั้งเก่าจะไปยังไงยังมองไม่ออกเลย ทำไมจะต้องไประแวงตรงนั้น ยังไม่ถึงตรงนั้นจะรีบไปทำไมตรงโน้น ตนคงไม่ไปทำอะไรให้วุ่นวายขนาดนั้น

เมินเสียงเชียร์ กปปส.-โหร คมช.

เมื่อถามถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส.นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ออกมาเรียกร้องให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็เป็นเรื่องของท่าน เป็นความคิดของท่าน ก็แล้วแต่ประชาชนจะว่าอย่างไร” ส่วนที่นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ เจ้าของฉายาโหร คมช.ทำนายว่าปีหน้าจะมีการเลือกตั้ง จะเป็นนายกฯต่อไปนั้นก็โหร สื่อเข้าใจคำว่าโหรหรือไม่ โหรก็คือโหร ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง คือโหรเป็นสถิติทางโหราศาสตร์ และที่จะให้นายกฯวิเคราะห์การเมืองในปีหน้านั้น ไม่รู้จะวิเคราะห์อย่างไร ขอทำงานแก้ปัญหาความยากจนก่อนดีกว่า จะไปวิเคราะห์การเมืองทำไม ตนยังไม่ได้ไปเดินการเมืองสักอัน

“บิ๊กป๊อก” ท่องคาถาไม่มี-ไม่เข้าใจ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวตั้งพรรคทหารว่า “ไม่มี พรรคทหารคืออะไร ผมไม่เข้าใจ ยังไม่มี ไม่มีการพูดถึง” เมื่อถามว่า พรรคการเมืองนำเรื่องดังกล่าวมาเปิดเผย เพื่อจ้องดิสเครดิตรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่ขอมอง อยากให้สังคมพิจารณาเอาเอง เพราะสื่อเขียนก็เป็นประเด็น ตนพูดก็เป็นประเด็น ส่วนความคืบหน้าการจัดทำกฎหมายเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่น 6 ฉบับ กระทรวงมหาดไทยส่งความเห็นไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ความเห็นของกระทรวงมหาดไทยเสนอไปที่เกี่ยวข้องกับจำนวนสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล จากเดิมกำหนดหมู่บ้านละ 2 คน เสนอให้เหลือหมู่บ้านละ 1 คน เพื่อประหยัดงบประมาณปีละ 4.7 พันล้าน แต่อยู่ที่การพิจารณาของ ครม.ว่าจะได้ข้อยุติอย่างไร

ท้าผู้นำพูดให้ชัดเล่นการเมือง

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการตั้งพรรคทหารว่า ควรต้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ออกมาพูดเอง เพื่อความชัดเจน เคลียร์คัตให้จบไปเลยว่าจะเอาอย่างไรกับอนาคตทางการเมืองของตัวเอง จะอยู่ต่อก็พูดให้ชัดว่าทำพรรค หรือไม่เอาแล้วบอกตรงๆประชาชนจะไม่สับสน ตัดสินใจถูกว่านายกฯพูดไปเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวมประเทศชาติ หรือเพื่อผลประโยชน์ตัวเองและพวกพ้อง อย่าแทงกั๊กคลุมเครือ หาก พล.อ.ประยุทธ์ จะลงเล่นการเมืองต่อยินดีต้อนรับ แต่ขอให้ระบุให้ชัดแบบแมนๆ

แฉอีก “ประวิตร” ใส่ปาเต๊ะ ฟิลลิป

อีกเรื่อง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก CSI LA เผยแพร่ภาพนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โดยระบุว่า เรือนที่ 4 เฉลยอีกเรือน Patek Philippe (ปาเต๊ะ ฟิลลิป) รุ่น 5960/1A ราคาตลาดอยู่ที่ 1.5-1.66 ล้านบาท เเฟนเพจตาดีส่งรูปนี้มาให้ดู เป็นภาพตอน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ประธานพิธีเปิดงาน “ตลาดนัดคลองผดุงวันที่ 2 พ.ค. 2559 จากหลักเมือง Online (http://lakmuangonline. com/?p=5327) ซึ่งเป็นสื่อของกระทรวงกลาโหม โดยลงเว็บไซต์ที่มีข้อมูลนาฬิกาดังกล่าว พร้อมทั้งลงภาพ พล.อ.ประวิตร ที่สวมนาฬิกาที่ข้อมือข้างขวาประกอบโพสต์ดังกล่าวด้วย

“บิ๊กป้อม” ไม่พูดปมแหวน–นาฬิกา

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ปฏิเสธตอบคำถามกรณีการชี้แจงเรื่องการครอบครองแหวนเพชรและนาฬิกาหรู “ริชาร์ด มิลล์” ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเดินเลี่ยงจากวงสัมภาษณ์สื่อมวลชน เพื่อขึ้นรถทันที เมื่อผู้สื่อข่าวถามอีกว่า เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ท่านบอกว่าเหนื่อย วันนี้หายเหนื่อยหรือยัง พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ผมไม่เหนื่อยอะไรเลย”

“ประยุทธ์” โต้ปกป้องพี่ใหญ่ไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.กล่าวภายหลังการประชุม ครม.ถึงกระแสกดดัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เรื่องนาฬิกาหรูว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของหน่วยงานที่รับผิดชอบคือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวของ พล.อ.ประวิตร จะมีการดำเนินการด้วยตัวท่านเอง ไม่มีใครไปดูแลหรือปกป้องได้ เป็นเรื่องส่วนตัว

โชว์ “ไซโก้” อวดสื่อใส่แล้วเท่

เมื่อถามว่า แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ สวมนาฬิกายี่ห้อใดขอให้โชว์ได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบอย่างอารมณ์ดีว่า “ทำไมต้องโชว์ ก็ใส่อยู่ทุกวัน” จากนั้นนายกฯ ได้ยกมือข้างซ้ายโชว์นาฬิกาอย่างรวดเร็วพร้อมกล่าวต่อว่า “ขอร้องอย่าให้เป็นประเด็นเลย ผมก็รู้ว่าควรจะเอายังไงก็เป็นนาฬิกายี่ห้อไซโก้ ใส่แล้วโก้ไหม เด็กๆ ผมก็ใส่ไซโก้ ใส่อะไรก็เหมือนกันทั้งนั้น วันข้างหน้าเอาอย่างนี้หรือไม่ ห้อยนาฬิกาปลุกไว้ที่คอ แล้วค่อยว่ากัน” เมื่อผู้สื่อข่าวคะยั้นคะยอให้โชว์นาฬิกาข้อมืออีกครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธพร้อมระบุว่า “ไม่เอาแล้ว ไม่ใส่เกินราคาหรอก ผมมีนาฬิกาหลายเรือน ซึ่งได้แจ้งบัญชีทรัพย์ไปกับ ป.ป.ช.ทั้งหมดแล้ว รับรองว่าไม่ผิดกฎหมายแน่”

สบายใจไม่ทะเลาะกับใคร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ กระเซ้าผู้สื่อข่าวชายที่ตัดผมสั้นเกรียนว่า “ทำไมถึงตัดผมสั้น ชอบหรือเพิ่งมาชอบตอนนี้หรืออย่างไรแสดงว่าชอบทหารใช่หรือไม่ เพื่อนกันพวกกัน” อย่างไร ก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ยังคงมีอาการเป็นหวัดอยู่ ขณะแถลงข่าวได้บอกว่า “ยังเจ็บคอ และไออยู่ แต่ก็เป็นไอ เลิฟ ยู ผมยังเป็นหวัด 3 สัปดาห์แล้ว แต่วันนี้ไม่หนาว อุ่นใจเพราะอยู่ใกล้ๆสื่อ ใกล้พวกเราไม่มีหนาวร้อนตลอด เพียงแต่วันนี้เครื่องเย็น 2-3 สัปดาห์แล้ว สบายใจมีความสุขเพราะได้ทำในสิ่งที่ไม่ต้องไปทะเลาะกับใคร ถ้ายังต้องทะเลาะกับคน สมองสติปัญญาก็แย่ลง วันนี้ใช้เวลาอ่านหนังสืออ่านตำราหลักการนำไปสู่การแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้างทั้งระบบ เพราะการปฏิรูปประเทศจำเป็นต้องแก้ในหลายมิติ ขณะนี้เตรียมการเดินทางไปประชุม ครม.นอกสถานที่ จ.สุโขทัย พิษณุโลก จะถือโอกาสลงไปพบปะประชาชน แต่ก็มีการกล่าวหาและบิดเบือนคำพูดของตน ที่ได้ถามประชาชนว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นอย่างไร และควรต้องเป็นแบบตนหรือไม่ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าผมเก่ง ไม่ใช่ยกตัวเอง

หนังสือแจงที่มายังไม่ถึง ป.ป.ช.

นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงการตรวจสอบนาฬิกาหรูและแหวนเพชรของ พล.อ.ประวิตรที่มีข้อสงสัยไม่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ว่า ขณะนี้ พล.อ.ประวิตรยังไม่ได้ชี้แจงมายัง ป.ป.ช. เหลืออีกแค่ 2 สัปดาห์จะครบกำหนด วันที่ 8 ม.ค.61 ยืนยัน ป.ป.ช.ไม่ได้ประวิงเวลา ทั้งนี้ต้องชี้แจงไม่ใช่เฉพาะนาฬิกาเรือนแรกที่ตกเป็นข่าว ต้องชี้แจงนาฬิกา แหวนเพชรทุกรายการ จากนั้น ป.ป.ช.จะพิจารณาพยานหลักฐาน รวมรวบพยานหลักฐาน ใช้เวลาพิจารณาไม่นาน เพราะไม่ได้ซับซ้อนอะไร เมื่อถามว่า กรณีนาฬิกาเป็นของเพื่อน หรือมีชื่อบุคคลอื่นเพิ่มเข้ามา ป.ป.ช.จะตรวจสอบอย่างไร นายวรวิทย์ตอบว่า อย่าเพิ่งคาดเดา อยาก ให้รอก่อน หากพบว่ามีใครเกี่ยวข้องจะต้องเรียกมาตามกระบวนการทำงานปกติอยู่แล้ว เมื่อถามว่า หากผู้เกี่ยวข้องเสียชีวิตไปแล้ว จะดำเนินการอย่างไร นายวรวิทย์ตอบว่า รอให้ ป.ป.ช.พิจารณาก่อน เมื่อถามอีกว่า นอกจากการตรวจสอบนาฬิกาแล้วจะตรวจสอบทรัพย์สินส่วนอื่นหรือไม่ เพราะมีการตั้งข้อสังเกตรายได้ พล.อ.ประวิตร ช่วงปี 51-57 มียอดรวม 12 ล้านบาท แต่กลับมีทรัพย์สินรวมเพิ่มขึ้น 30.5 ล้านบาท นายวรวิทย์ตอบว่า พยานหลักฐานเหล่านี้ ป.ป.ช.มีอยู่แล้ว

ซัดสมบัติฉาวฉุดศรัทธา คสช.

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยิ่ง พล.อ.ประวิตรหลบเลี่ยงการชี้แจงต่อ ป.ป.ช. สังคมยิ่งแคลงใจสงสัยที่มาที่ไป สังคมไทยอาจถือเป็นดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่น ความพึงพอใจ และความไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ไปในตัวว่าอยากให้อยู่บริหารต่อหรือไม่อย่างไร ถ้า พล.อ.ประวิตร ยังอึมครึมต่อไปจะกระทบภาพลักษณ์รัฐบาล คสช. ถ้าประชาชนเชื่อมั่นต่อรัฐบาลนี้ กรณีนาฬิกาหรูนี้คงไม่ถูกขุดคุ้ยนำมาขยายผลจนบานปลายจาก 1 เป็น 3 เรือน สังคมไม่พึงพอใจจึงช่วยกันคนละไม้คนละมือขุดเอารูปของ พล.อ.ประวิตรมาโชว์ในสื่อออนไลน์มานานร่วมเดือน รัฐบาลควรจับอารมณ์คนในสังคม พิจารณาว่าจะแก้ไขอย่างไร หรือจะปล่อยให้ 3 ปีกว่าสูญเปล่า เพียงเพราะแค่นาฬิกาหรูของพี่ใหญ่ไม่กี่เรือนกับการสูญเสียความไว้วางใจและอาจจะล่มสลายของรัฐบาล คสช. ที่ปากอ้างยึดหลักธรรมาภิบาลแต่ไม่กล้าเผชิญหน้าการตรวจสอบ เข้าตำราว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง

“บิ๊กตู่” อวยพรขอคนรวยเสียสละ

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.กล่าวอวยพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่ว่า “สวัสดีปีใหม่ ปีใหม่นี้ขอให้เป็นปีขอให้คนไทยทุกคนมีความหวัง มีส่วนร่วมในอนาคตซึ่งกัน และกัน ถือเป็นความหนึ่งเดียวของคนไทยของประเทศ เป็นเป้าหมายหลักของคนไทยทุกคนเพื่อความสุขที่ยั่งยืน ขอให้ทุกคนมีอาชีพ มีรายได้มีเงินทองที่พอเหมาะพอควร มีความเหมาะสมในการดำรงชีวิต คนรวยต้องทำดีเพื่อสังคม เสียสละให้มากขึ้น การประกอบการธุรกิจขอให้คำนึงผู้มีรายได้น้อยด้วยว่าควรจะมีส่วนแบ่งในรายได้จำนวนเท่าไหร่ เนื่องจากเป็นการลงทุนโดยเสรี จะไปบังคับกันไม่ได้ สิ่งที่อยากฝากคือแนวพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันที่ทรงรับสั่งว่า ให้ทำตามแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาดำรงชีวิตในเรื่องของความพอเพียง และทุกคนควรทำความดีให้มากยิ่งขึ้น สร้างความสงบให้มากยิ่งขึ้น ถ้ายังขัดแย้งกันมากๆอะไรก็เข้ามาไม่ได้

แจกของขวัญปีใหม่ รมต.–คู่สมรส

พ.อ.หญิง ทักษดา สังข์จันทน์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯแถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่า เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ นอกเหนือจากรัฐมนตรีนำของขวัญต่างๆมามอบแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ได้มอบของขวัญปีใหม่ให้รัฐมนตรีและคู่สมรส เป็นกระเป๋าผู้ชายและกระเป๋าผู้หญิง เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าพื้นที่เมืองในชุมชน จ.เชียงใหม่ ทั้งสมุด บันทึกเล่มใหญ่ เล่มเล็ก พร้อมกันนี้ นายกฯยังอวยพรขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง สิ่งต่างๆที่ ครม.ทำมาทั้งหมด คิดว่าจะเห็นผลในปี 61 ขอให้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาความยากจนให้พี่น้องประชาชนต่อไป เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ทั้งนี้วันที่ 25-26 ธ.ค.นายกฯและ ครม.จะลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.พิษณุโลก สักการะพระพุทธชินราช วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร ชมการบริหารจัดการน้ำบางระกำโมเดล และประชุม ครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) จ.สุโขทัย

จัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี

พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลการประชุม ครม. ว่า ครม.เห็นชอบกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เสริมสิริมงคลทั่วไทยส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีธรรม 2561 ให้ทุกวัดในราชอาณาจักรและวัดไทยในต่างประเทศ จัดให้มีการสมาทานศีล ฟังพระธรรมเทศนาสวดมนต์ และเจริญจิตภาวนาข้ามปีในวันที่ 31 ธ.ค.60 รวมถึงให้จัดพิธีทำบุญ ตักบาตร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ และสวดมนต์เพื่อประเทศไทยในวันที่ 1 ม.ค.61 ให้บูรณาการสวดมนต์ข้ามปีกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้นำมิติทางศาสนามาจูงใจให้ประชาชนลด ละ เลิกอบายมุข เช่น กิจกรรมไหว้พระ 10 วัน สวดมนต์ข้ามปีอาเซียน 16 จังหวัด และสวดมนต์ข้ามปีในต่างประเทศ

มท.จัด 14 กิจกรรมส่งต่อความสุข

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า หน่วยงานและรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทยได้จัดเตรียมของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ใช้แคมเปญว่า “ของขวัญมหาดไทยส่งต่อความสุข รับปีใหม่ 2561” มี 14 กิจกรรม เช่น การจัดการขยะมูลฝอยทุกพื้นที่อยู่ในความเรียบร้อย มาตรการลดดอกเบี้ยโรงรับจำนำของรัฐ การจัดศูนย์ดำรงธรรม เคลื่อนที่ ลดการใช้สำเนาเอกสารใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียว ขอรับบริการของ มท.

ปอท.ส่งหมายเรียก “หมวดเจี๊ยบ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน พนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี (ปอท.) ได้ออกหมายเรียกให้ ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษก พรรคเพื่อไทย หลังที่ฝ่ายกฎหมาย คสช.เรียกมาทราบข้อกล่าวหา เพื่อดำเนินคดีกับ ร.ท.หญิง สุณิสา เป็นคดีที่ 2 ฐานกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (2) เท่ากับเป็นการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 3 กระทง จากเดิมที่แจ้งไว้ 6 กระทง ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และมาตรา 116 จากกรณีโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ข้อความอันเป็นความเท็จและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก โดยพนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือเรียกให้ ร.ท.หญิง สุณิสา มารับทราบข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวน ปอท. ในวันที่ 20 ธ.ค.60 ในเวลา 09.00 น.

ศาลยกคำร้อง “วัฒนา” ค้านฝากขัง

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณา 703 ศาลอาญา ศาลนัดอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ และแกนนำ พรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ฐานกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ กรณีเมื่อวันที่ 28 ส.ค.60 ได้โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องหมุดคณะราษฎรสมบัติของชาติ อันเป็นเท็จ ก่อนนายวัฒนาจะยื่นคำร้องอุทธรณ์คัดค้านการฝากขังผัดแรกของ พงส.บก.ปอท. ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์คำร้องคัดค้านแล้วเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นพิจารณาอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาเป็นเรื่องระหว่างศาลกับ พงส.ปอท. จึงให้ยกอุทธรณ์ นายวัฒนาเปิดเผยว่า จะยื่นฎีกาต่อไป

ร้องคำสั่ง คสช.ขัดรัฐธรรมนูญ

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ตัวแทนภาคประชาชน 7 กลุ่ม นำโดยนายรังสิมันต์ โรม กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย เข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้วินิจฉัยคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ข้อ 6 และ 12 ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 44 หรือไม่ โดยนายรังสิมันต์กล่าวว่า คำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ข้อ 6 ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวบุคคลได้เกิน 7 วันโดยไม่มีหมายศาล และข้อ 12 ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยเสรีภาพการชุมนุมมีการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 44 หรือแม้แต่รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 รับรองไว้ในมาตรา 4 แต่ตลอดเวลาที่ คสช.ครองอำนาจกลับใช้คำสั่ง คสช.ดังกล่าวเป็นเครื่องมือปราบปรามประชาชนที่เห็นต่าง ต้องการจะพิสูจน์ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้จริงตามที่ กรธ.ได้โฆษณาไว้ และต้องการพิสูจน์ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยยืนยันถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการชุมนุมได้หรือไม่

“มีชัย” กลุ้มใจ สนช.ต่ออายุ ป.ป.ช.

ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงมติ กมธ.เสียงข้างมากของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)เพิ่มบทบัญญัติให้อำนาจคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สามารถสืบค้นข้อมูลของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ และประชาชน ผ่านโทรศัพท์โทรสาร โทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์สื่อสารทั้งหมด กลุ้มใจ เข้าใจคนทำงานก็อยากมีอำนาจ แต่อำนาจพอมีนานๆมันเป็นดาบสองคม อันตรายอย่ามีมากนักเลย กมธ.ที่โหวตบางทีคงไม่เข้าใจ คิดว่าสนุกดีมีอำนาจ คิดอยู่กันชั่วฟ้าดินสลาย แต่สุดท้ายผลร้ายจะเกิดกับ สนช.เอง ส่วน กรธ.พยายามค้านกันอยู่ บางทีการเขียนแบบนั้นอาจเป็นผลร้ายที่จะกระทบกับคนใน สนช.

“พรเพชร” แจงเพิ่มดาบปราบโกง

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ว่าวิป สนช.รับทราบเรื่องร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) จะเข้าที่ประชุม สนช.ในวันที่ 21 ธ.ค. ส่วนการเพิ่มอำนาจให้ ป.ป.ช.ยังไม่ทราบ ทราบจากข่าวเพียงแค่การเพิ่มอำนาจ ป.ป.ช.ในการดักฟังข้อมูลได้ และการรีเซ็ตเพียงเท่านั้น อย่าเรียกว่าต่ออายุให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดเดิม เรียกว่าให้ดำรงตำแหน่งต่อ แม้กรรมการ ป.ป.ช.บางคนขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญกำหนด แต่เป็นความเห็นคนละด้านของแต่ละฝ่าย กรธ.เห็นว่าคุณสมบัติต้องยึดตามกฎหมายปัจจุบัน ส่วนกรรมการ ป.ป.ช.ที่ถูกสรรหามามองว่าเขาถูกสรรหามาโดยชอบธรรมจึงมีสิทธิจะอยู่ต่อ เมื่อถามว่า อาจถูกมองว่าไม่เป็นธรรมเมื่อเทียบกับองค์กรอิสระอื่นๆ ที่ถูกรีเซ็ตหรือไม่ นายพรเพชรตอบว่า ต้องดูว่าองค์กรที่ถูกรีเซ็ตด้วยเหตุผลอะไร จะเอาทุกองค์กรมานั่งเปรียบเทียบกันคงไม่ได้

นายพรเพชรกล่าวต่อว่า ส่วนกระบวนการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 2 คนได้รับหนังสือตอบกลับจากศาลฎีกาแล้ว โดยยืนยันว่ากระบวนการสรรหา กกต.2 คนได้ทำอย่างถูกต้องตามขั้นตอน ขึ้นอยู่กับที่ประชุมวิป สนช.ว่าจะพิจารณาอย่างไร และจะนำรายชื่อ กกต.เข้าสู่การพิจารณาคุณสมบัติของ สนช.เมื่อไหร่

เผยขอมาทั้งดักฟัง สะกดรอย

เมื่อเวลา 14.45 น. ที่รัฐสภา นายวิชา มหาคุณ ที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. กล่าวว่า ป.ป.ช. เป็นผู้เสนอขออนุญาตให้เข้าถึงข้อมูล 3 ประการ ได้แก่ 1.ดักฟังข้อมูล 2.สะกดรอย และ 3.อำพรางตัว เรื่องสะกดรอยและอำพรางตัว กมธ.ตัดทิ้ง ให้เฉพาะดักฟังข้อมูลในสื่อทุกประเภท กำหนดให้ดักฟังได้เฉพาะคดีร่ำรวยผิดปกติ คดีทุจริตหรือกระทำผิดต่อหน้าที่ และต้องเป็นคดีที่มีความร้ายแรงต่อสาธารณชน โดยให้อธิบดีศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเป็นผู้ให้อนุญาตพิจารณาตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้อย่างระมัดระวัง ทั้งนี้ ป.ป.ช.จะมีอำนาจดักฟังได้ในชั้นไต่สวนคดี ภายใน 90 วัน ส่วนจะเป็นละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ ต้องกระทำด้วยความระมัดระวังในยุคไซเบอร์ถือเป็นอันตรายมาก คิดดูว่าไปทำอะไรกันสองคนแล้วออกสื่อได้อย่างไร ไปจ้ำจี้กันลบแล้ว แต่ยังอยู่ในฐานข้อมูลอยู่ตลอดชีวิต สามารถกู้คืนได้ตลอด

“เมียนอกสมรส” หวิว “กิ๊ก” รอด

เมื่อถามถึงกรณีคู่สมรสที่ไม่ได้จดทะเบียนต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินด้วยหรือไม่ นายวิชาตอบว่า โอนให้เป็นเรื่องของคณะกรรมการ ป.ป.ช.กำหนดหลักเกณฑ์ว่าแค่ไหน เพียงใดถึงจะถือว่าเป็นคู่สมรสฉันสามี ต้องอยู่กินกันพอสมควร ส่วนคนที่เป็นกิ๊กอาจจะรอดไม่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน แต่ถ้ากิ๊กถือครองทรัพย์สินแทนไม่รอดแน่นอน เพราะโดยปกติ ป.ป.ช.ใช้เกณฑ์ถือครองเป็นพื้นฐานในการตรวจสอบอยู่แล้ว แม้จะเป็นกิ๊กก็จัดการมาหลายราย งานนี้ ป.ป.ช.ปวดหัว สำหรับบทเฉพาะกาล เรื่องการดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน เสียงส่วนใหญ่ใน กมธ.ให้อยู่จนครบวาระ 9 ปี แต่อาจต้องตั้ง กมธ.ร่วม 3 ฝ่าย

ป.ป.ช.ฟันขบวนการงาบเงินทอนวัด

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงถึงการตั้งคณะกรรมการไต่สวนนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) นายพนม ศรศิลป์ อดีตรองผอ.พศ. น.ส.ประนอม คงพิกุล อดีต ผอ.กองพุทธศาสนสถาน และนางชมพูนุท จันฤาไชย บุคคลที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ กรณีร่วมกันทุจริตเงินงบประมาณโครงการเงินอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์วัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.อยุธยา ปี 57-58 ว่า จากการไต่สวนพบพฤติการณ์ขบวนการทุจริตเงินทอนวัด ที่ประชุม ป.ป.ช.จึงมีมติชี้มูลความผิดนายนพรัตน์และพวก โดยนายนพรัตน์ นายพนม และ น.ส.ประนอมมีความผิดฐานเป็นตัวการร่วมในความผิด ตามกฎหมายอาญามาตรา 147 มาตรา 151 และมาตรา 157 และมีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน ขณะที่นางชมพูนุทไม่มีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดแก่เจ้าหน้าที่รัฐ จึงให้ส่งรายงานและความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัย และส่งรายงานและความเห็นไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีต่อศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป