วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นายกฯ อารมณ์ดีอวยพรปีใหม่ ขอคนไทยมีความสุข ลดความขัดแย้ง

นายกฯ อารมณ์ดีอวยพรปีใหม่ ขอคนไทยมีความสุข ลดความขัดแย้ง

  • Share:

นายกฯ อารมณ์ดีหยอกสื่อ บอกสบายใจ แม้ยังเป็นไข้อยู่ เพราะไม่ได้ทะเลาะกับใคร พร้อมอวยพรปีใหม่ขอคนไทยมีความสุขแบบยั่งยืน ลดความขัดแย้ง ยันไม่ได้รังเกียจใคร

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ยุติธรรม และ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาช่วยดูงานด้านการประชาสัมพันธ์งานรัฐบาล ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าจะดีหรือไม่ดี และยังไม่รู้ว่าจะทำให้ดีขึ้นหรือเปล่า เพียงแต่ว่าวิธีการนำเสนอจะต้องมีการปรับปรุง และปรับแก้ใหม่ทั้งหมดว่า ทำอย่างไรจึงจะสามารถอธิบายได้ว่า นโยบายต่างๆ ที่ระบุว่าดีขึ้นนั้นมีผลกระทบอะไร หรือสร้างอะไรให้กับประเทศ เช่น เรื่อง พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ คำอธิบายจำเป็นต้องมากขึ้นกว่าเดิม ไม่เช่นนั้นบางครั้งอาจถูกคนนำไปพาดพิงบิดเบือน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า การแถลงข่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่เคร่งเครียด หรือดุดัน เหมือนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา โดยช่วงหนึ่งมีกระเซ้าผู้สื่อข่าวชายที่ตัดผมสั้นเกรียนว่า "ทำไมถึงตัดผมสั้น ชอบหรือเพิ่งมาชอบตอนนี้ หรืออย่างไร แสดงว่าชอบทหารใช่หรือไม่ เพื่อนกันพวกกัน" แต่อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงมีอาการไข้หวัด และไอในบางช่วงของการแถลงข่าว โดยนายกฯ ยังได้เล่าอาการว่า "ยังเจ็บคอ และไออยู่ แต่ก็เป็น "ไอ เลิฟ ยู" นะ ยังเป็นหวัดเป็นมา 3 สัปดาห์แล้ว แต่วันนี้ไม่หนาว อุ่นใจเพราะอยู่ใกล้ๆ สื่อ ใกล้พวกเราไม่มีหนาว ร้อนตลอด เพียงแต่วันนี้เครื่องเย็น 2-3 สัปดาห์แล้ว สบายใจมีความสุข เพราะได้ทำในสิ่งที่ไม่ต้องไปทะเลาะกับใคร ถ้าผมยังต้องทะเลาะกับคน สติปัญญาของผมก็แย่ลง" 

"วันนี้ผมก็ใช้เวลาอ่านหนังสืออ่านตำรา อ่านหลักการนำไปสู่การแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้าง แก้ปัญหาทั้งระบบได้ เพราะการแก้ปัญหาของบ้านเราในวันนี้ ที่เรียกว่าการปฏิรูปประเทศ จำเป็นต้องแก้ในหลายมิติด้วยกัน ไม่ใช่จะแก้เฉพาะคนยากจนอย่างเดียว ต้องแก้ทั้งสองทาง รวมเศรษฐกิจมหภาคด้วย เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระดับพื้นที่ ระดับท้องถิ่น จึงต้องมีคณะกรรมการตรวจสอบทั้งระดับภาค จังหวัด และกลุ่มจังหวัด" นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เตรียมการเดินทางไปประชุม ครม.อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จ.พิษณุโลก และ จ.สุโขทัย ถือโอกาสลงไปพบปะพี่น้องประชาชน แต่ก็มีบางท่านออกมากล่าวหา และบิดเบือนคำพูดของตน ในการลงพื้นที่ครั้งที่ผ่านมา ที่ตนได้ถามประชาชนว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นอย่างไร และควรต้องเป็นแบบตนหรือไม่ "คำที่พูดว่า ต้องเป็นแบบผมหรือไม่นั้น ผมไม่ได้หมายความว่าผมเก่ง แต่เป็นเรื่องของการพูดด้วยความจริงใจ มีข้อเท็จจริงไม่ใช่ยกตัวเอง ผมไม่ใช่คนแบบนั้น กรุณาเอาไปพูดแบบที่ผมพูดทุกคำพูด ไม่ใช่ผมพูด 3 บรรทัดแล้วเอาไปพูดบรรทัดเดียว แล้วเอามาวิจารณ์ ไม่สมควร ถือเป็นการวิจารณ์เพื่อการเมืองอย่างเดียว ไม่ใช่เรื่องประชาชนอย่างเดียวไปถามประชาชนได้ และผมพูดจากสมอง ความคิด และใจ โดยไม่ได้มีโพย อยู่ที่ว่าผมมองประชาชนอย่างไร ผมไม่ได้แค่มองหน้า แต่มองไปในแววตาประชาชนทุกคน มีความซื่อสัตย์ เราเองก็ต้องซื่อสัตย์กับเขาด้วย มีความจริงใจเอาปัญหาไปพูดให้เขาฟัง หลายคนไม่ชอบเอาปัญญาไปพูดแก้ตัว"

ในช่วงท้าย นายกฯ กล่าวอวยพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่ ว่า "สวัสดีปีใหม่ ปีใหม่นี้ ขอให้คนไทยทุกคนมีความหวัง มีส่วนร่วมในอนาคตซึ่งกันและกัน ถือเป็นความหนึ่งเดียวของคนไทยของประเทศ ถือเป็นเป้าหมายหลักของคนไทยทุกคน เพื่อความสุขที่ยั่งยืน ขอให้ทุกคนมีอาชีพ มีรายได้ มีเงินทองที่พอเหมาะพอควร มีความเหมาะสมในการดำรงชีวิต เป็นสิ่งที่รัฐบาลคาดหวัง และเชื่อว่าเป็นความคาดหวังของประชาชนทั้งประเทศเช่นกัน ในส่วนของคนรวยก็ต้องทำดีเพื่อสังคมให้มากขึ้น เสียสละให้มากขึ้น การประกอบการธุรกิจก็ขอให้คำนึงผู้มีรายได้น้อยด้วยว่าควรจะมีส่วนแบ่งในรายได้จำนวนเท่าไร เนื่องจากเป็นการลงทุนโดยเสรีจะไปบังคับกันไม่ได้ สิ่งที่ตนอยากฝากในวันนี้คือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ที่ทรงรับสั่งว่า ให้ทำแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาดำรงชีวิตในเรื่องของความพอเพียง ซึ่งความพอเพียงแต่ละคนไม่เท่ากัน เพราะภาระ อาชีพ ไม่เท่ากัน เราจึงต้องทำให้ทุกอาชีพมีรายได้ที่เพียงพอ และทุกคนควรทำความดีให้มากยิ่งขึ้น สร้างความสงบให้มากยิ่งขึ้น เวทีก็จะเปิดกว้าง ถ้ายังขัดแย้งกันมากๆ อะไรก็เข้ามาไม่ได้ ทุกคนจึงต้องมีส่วนทำความดีไม่เฉพาะแค่ปีใหม่เท่านั้น ต้องทำดีทุกวัน แค่นึกถึงคนอื่นก็เป็นความดี เป็นกุศลแล้ว

"การทำความดีทำได้ทุกโอกาสตลอดเวลา แม้แต่ตอนนอน สวดมนต์อุทิศส่วนกุศลขอพรพระก็เป็นความดีแล้ว ทำอย่างไรจะลดความขัดแย้งของเราให้ได้ การเมืองก็คือการเมือง หลายประเทศเขาแยกออกว่าอะไรคือการเมือง อะไรคือเศรษฐกิจ หรือเรื่องความมั่นคง ต้องแยกให้ได้ เราจึงต้องสร้างสังคมคนรุ่นใหม่ที่ต้องไปด้วยกันทั้งหมด ตนไม่ได้รังเกียจใครสักคน อยากจะบอกว่าขอบคุณทุกคนที่เข้าใจเรา สำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจเราก็จะพยายามทำให้มากยิ่งขึ้น ปัญหาหลายอย่างเกิดขึ้นมายาวนานมาก การแก้ปัญหาบางครั้งมันมีการทับซ้อน เช่น การค้าขายในบางพื้นที่ อย่างกรณีที่ย่านประตูน้ำก็ต้องไปดูที่กฎหมาย และสุดท้ายรัฐบาลก็จะเข้าไปแก้ไขให้ ต้องทำทุกอย่างให้เกิดความเท่าเทียม และเป็นธรรม" นายกฯ กล่าว

นอกจากนี้ นายกฯ ยังอวยพรว่า ขอให้ทุกคนช่วยกันดูรายการของสถานีโทรทัศน์ และช่วยซื้อหนังสือพิมพ์ รวมทั้งข่าวในโซเชียลมีเดียด้วย เพราะไม่เช่นนั้นสื่อก็ไม่รู้จะไปขายของให้ใคร วันนี้หนังสือก็ขาดทุนไปหลายฉบับแล้ว ซึ่งไม่ใช่เพราะฝีมือรัฐบาลนี้ทำ แต่เป็นเพราะโลกมันเปลี่ยนแปลง เราจึงจำเป็นต้องเพิ่มเนื้อหาสาระ มีทั้งความรู้ความบันเทิง การเรียนรู้ ถ้าสามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้ คนก็จะอ่านหนังสือมากขึ้น ทุกอย่างก็จะดีขึ้น ไม่ใช่ว่าหนังสือก็ไม่ค่อยอ่าน แต่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่เกิดประโยชน์ วิพากษ์วิจารณ์อย่างเดียวก็ไม่มีสาระ รังแต่จะเกิดความขัดแย้ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้