วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยันญาติหนุ่ม 'ขอชีวิตคืน' ไม่แย้ง ตร.แจงบัตรพนง.-ใบหน้าศพคล้ายกันเป๊ะ

ตำรวจนางเลิ้ง แจงกรณีหนุ่มศรีสะเกษโผล่กลับบ้านมาบอกยังไม่ตาย ขอชีวิตคืน ตอนรับแจ้งพบศพ ไม่มีญาติผู้เสียชีวิตมายืนยัน เลยเทียบใบหน้าศพกับภาพถ่ายจากบัตรพนักงานที่พบ ก่อนส่งไปนิติเวช ด้านแพทย์วชิรเผยเคสนี้พิสูจน์เอกลักษณ์ศพไม่ได้ ตอนเกิดเรื่องญาติไม่แย้งแบบเป็นลายลักษณ์...

จากกรณี นายสว่าง ไกรษี ครูชำนาญการพิเศษ ร.ร.บ้านเหล่าฝ้าย พร้อมด้วยนายเจริญ เหล็กดี อายุ 55 ปี นักการภารโรง โรงเรียนบ้านเหล่าฝ้าย นายนครชัย พิมพ์กลาง อายุ 33 ปี นายบุญหลาย พาชื่น อายุ 59 ปี และญาติพี่น้อง ได้นำตัวนายสาคร สาชีวะ อายุ 44 ปี เข้าร้องทุกข์ว่า นายสาคร ถูกทางราชการระบุว่าเสียชีวิตแล้ว ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ และได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ไปทำงานบนเรือประมงที่ จ.นครศรีธรรมราช นานกว่า 1 ปี และเมื่อกลับมาถึงบ้านปรากฏว่า ญาติพี่น้องได้มีการประกอบพิธีฌาปนกิจศพชายคนหนึ่งที่ทางราชการระบุว่าเป็นศพของนายสาคร และได้มีการทำบุญนำเอาอัฐิเข้าไว้ในเจดีย์เรียบร้อยแล้ว ตามที่มีการเสนอข่าวไปบ้างแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 19 ธ.ค.60 ที่ สน.นางเลิ้ง ร.ต.ท.วีระยุทธ ศรีสุพัฒน์ รองสารวัตร (สอบสวน) สน.นางเลิ้ง เจ้าของคดี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 14.00 น. ตนได้รับแจ้งเหตุพบศพผู้เสียชีวิต ภายในห้องเช่าเลขที่ 20 บ้านเลขที่ 236/3 ปรินายก 6 ถ.ราชดำเนิน แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กทม. เมื่อเดินทางตรวจสอบพบศพชาย สภาพขึ้นอืดใบหน้าบวม ตัวบวม ซึ่งไม่ถึอว่าผิดธรรมชาติ อีกทั้งไม่พบบาดแผลตามร่างกาย ซึ่งเมื่อตรวจสอบในห้องพบหลักฐานเป็นเอกสารสำเนาบัตรประชาชน (ไม่มีรูป) สำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรพนักงานบริษัท สยาม แอดมินนิสเทรทีฟ แมเนจเม้น จำกัด ซึ่งในเอกสารทุกอย่างระบุชื่อ นายสาคร สาชีวะ บ้านเลขที่ 44 ม.6 บ้านเหล่าฝ้าย ต.เหล่ากวาง อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ แต่ขณะนั้นไม่มีญาติของผู้เสียชีวิตมายืนยัน เมื่อเทียบเคียงใบหน้าศพกับภาพถ่ายจากบัตรพนักงานที่พบนั้นใกล้เคียงกันมาก หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำตามขั้นตอนโดยส่งศพไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุของการเสียชีวิตที่นิติเวช รพ.วชิรพยาบาล ซึ่งแพทย์ระบุว่า นายสาคร เสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อในทางเดินอาหาร จากนั้นได้ติดต่อทางญาติให้มารับศพกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งทางญาติก็ได้รับกลับไป ส่วนเอกสารที่พบในห้อง เจ้าหน้าที่ได้คืนให้กับญาติ แต่ทางญาติไม่ได้นำกลับไปแต่อย่างใด

ด้าน นพ.วรวิทย์ วานิชกุลบดี แพทย์นิติเวช รพ.วชิรพยาบาล กล่าวว่า ปกติขั้นตอนของการตรวจพิสูจน์บุคคลมีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นลายพิมพ์นิ้วมือ ยืนยันประวัติทำฟัน และตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งในเคสนี้ไม่สามารถทำการตรวจสอบทั้ง 3 วิธีนี้ได้ เนื่องจากการเก็บพิมพ์ลายนิ้วมือทั้ง 5 นิ้ว จะทำเฉพาะผู้ที่มีประวัติอาชญากรเท่านั้น การตรวจด้วยประวัติการทำฟัน ต้องมีประวัติก่อนที่จะทำฟัน หากไม่มีก็ไม่สามารถตรวจได้ ส่วนการตรวจดีเอ็นเอ ต้องมีผู้ที่จะนำมาเทียบ เช่น พ่อ แม่ แต่กรณีนี้ไม่มีบุคคลมาให้ตรวจเทียบเคียง ซึ่งวันที่มารับศพผู้ตายกลับไปนั้น ทางเราให้ญาติดูศพ ซึ่งทางญาติระบุว่าคงจะใช่ เนื่องจากศพเริ่มเน่าหน้าตาเริ่มผิดไปจากเดิม แต่ก็ไม่มีการแย้งที่เป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนรับศพกลับไป ซึ่งการยืนยันในขณะนั้นว่าผู้ตายเป็นใครคือเอกสารที่พบในจุดเกิดเหตุ และพยานบุคคลบ้านข้างเคียงและเพื่อนร่วมงานที่ยืนยันว่าผู้ตายคือนายสาครเท่านั้น

พ.ต.ท.ไพรัช ไสยเลิศ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.นางเลิ้ง กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า หากพบว่ามีการปลอมเอกสารหรือนำเอกสารไปใช้ ผู้เสียหายสามารถมาแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่นำบัตรไปใช้ ในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร แสดงตัวเป็นบุคคลอื่น แต่เมื่อผู้กระทำผิดเสียชีวิตไปแล้วก็ถือว่าคดีสิ้นสุดโดยทันที หลังจากนี้คงต้องให้ทางผู้เสียหายคือนายสาคร สาชีวะ อายุ 44 ปี ตัวจริงมายืนยันตัวตนกับพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อนำเอกสารไปดำเนินการคืนความเป็นตัวตนนายสาครต่อไป ส่วนการหาว่าผู้ตายเป็นใครนั้น ก็จะต้องประสานฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาข้อมูลเพื่อระบุตัวตนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป.

ตำรวจนางเลิ้ง แจงกรณีหนุ่มศรีสะเกษโผล่กลับบ้านมาบอกยังไม่ตาย ขอชีวิตคืน ตอนรับแจ้งพบศพ ไม่มีญาติผู้เสียชีวิตมายืนยัน เลยเทียบใบหน้าศพกับภาพถ่ายจากบัตรพนักงานที่พบ ด้านแพทย์วชิรเผยเคสนี้พิสูจน์เอกลักษณ์ศพไม่ได้ 19 ธ.ค. 2560 17:36 ไทยรัฐ