วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต๊ะ พิภู เปิดใจครั้งแรก! เพราะอะไรถูกเด้งจากเรื่องเล่าเช้านี้ (คลิป)

กลายเป็นเรื่องฮือฮาในวงการข่าวไม่น้อย เมื่อผู้ประกาศข่าวหนุ่มจากวิก 3 ต๊ะ พิภู พุ่มแก้ว ตัดสินใจออกจากการเป็นผู้ประกาศข่าวรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" ทางช่อง 3 และมาทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าวในรายการ "เช้าวันนี้" GMM News เวลา 6.00-8.00 น. ทางช่อง GMM25 ตามคำชักชวนของดีเจ-พิธีกรหนุ่ม อั๋น ภูวนาท คุนผลิน ที่ทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าวเช้าของที่นี่

และเมื่อช่วงสายของวันที่ 19 ธ.ค. 2560 ที่ผ่านมา ต๊ะ ได้เปิดใจถึงการมาร่วมงานกับช่อง GMM25 เป็นครั้งแรก โดยมี อั๋น มาร่วมให้ข้อมูลด้วย

พูดถึงการมาร่วมงานของต๊ะในช่อง GMM25?
อั๋น : ก็ถือว่าใหม่แกะกล่องสำหรับเราแต่ไม่ใช่สำหรับคนไทยและวงการข่าวเพราะเขาเป็นคนข่าวอยู่แล้ว แต่เป็นครั้งแรกที่เราได้ร่วมงานกันในปี 2018 ที่จะถึงนี้ คุณต๊ะก็จะมาอยู่ข่าวเช้าด้วยกันครับ ดีใจและตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับต๊ะครับ แต่ก็รู้จักกันมาอยู่แล้วแต่ยังไม่เคยร่วมงานจริงจัง ส่วนเรื่องฝีมือหรือผลงานต่างๆ มันก็เห็นกันอยู่แล้ว เกือบจะไม่มีคำถามตรงนั้น มันอยู่ที่ว่าเราคุยกันแล้วมีความลงตัวในแนวทางของทั้งข่าวและของส่วนตัวด้วย ของนโยบายช่อง ทิศทางช่องด้วย คุยกันตรงๆ เปิดใจทุกอย่าง

ตอนที่ผมคุยกับต๊ะตอนนั้น ผมบอกจุดอ่อนจุดด้อยก่อนจุดดีด้วยซ้ำ ให้เขารู้ก่อนเพื่ออยากให้เขาสบายใจก่อนว่าทุกที่มีจุดแข็งจุดอ่อนของเรา เราคิดว่าต๊ะจะเข้ามาช่วยเราตรงจุดไหนได้บ้าง เรายังอ่อนตรงนี้ ภายในหน้าหลังเราอะไรยังไงบ้าง

คิดว่าต๊ะจะมาเติมเต็มยังไงบ้าง?
อั๋น : หลักๆ แล้วข่าวเช้าที่ผ่านมาผู้ประกาศหลักมีแค่ 2 คน แต่ปีหน้าจะเป็น 3 คนเลย เขาจะมาเป็นผู้ประกาศข่าวหลักที่เข้มแข็งในทีมหลักในช่วงเช้า ปีหน้าเราจะเพิ่มเวลาเป็น 2 ชม.เต็ม ชัดขึ้น ลึกขึ้น เต็มขึ้น แข็งแรงขึ้น รอบด้านขึ้น ซึ่งผมว่าสำคัญเลยก็คือไม่ใช่แค่คนที่อ่านได้ อ่านชัด แต่สิ่งที่ผมว่าน่าสนใจคือเรื่องของมุมมอง ทัศนคติ ความรู้รอบตัว ผมว่าในยุคปัจจุบันมันเป็นหน้าที่ของสื่อแล้ว

เมื่อก่อนคนจะบอกว่าไม่ใช่หน้าที่ของผู้ประกาศข่าวที่จะแสดงความคิดเห็น แต่ในยุคปัจจุบันนี้มันเป็นยุคที่ผมมองว่าทุกคนพร้อมจะคลิกคอมเมนต์และตอบ อาจจะดูทีวีแต่ไปคอมเมนต์ที่อื่น เราไม่ได้จะบอกว่าเราเป็นผู้ชี้นำสังคมนะ แต่ผมว่าในมุมนึงเราก็ต้องช่วยขยาย หรือต้องชี้ให้เห็นว่ามันมีข้อมูลอื่นอีกนะที่อาจจะยังไม่ถูกนำเสนอ ใจเย็นๆ นะ เดี๋ยวเราเอาตรงนี้มาเติมให้นะ

ตอนชวนต๊ะมานี่ยากไหม?
อั๋น : ถามต๊ะดีกว่าครับ (หัวเราะ)

ทำไมตัดสินใจมาร่วมงานกับ GMM25?
ต๊ะ : ผมใช้หลายๆ เหตุผล ถ้าจะไล่เรียงก็จะยาว ผมไล่มาตั้งแต่เรื่องคุณธรรม ความจริงใจ ความเหมาะสม เวลา รวมถึงเรื่องเงินด้วย เพราะชีวิตในวงการข่าวของผมปีหน้าเดินทางมาปีที่ 10 ก็ผ่านอะไรมาพอสมควร หลังจากทบทวนตัวเองดูแล้วก็ถามตัวเองว่าต้องการอะไร

เหมือนที่พี่อั๋นพูดว่าโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว มันอยู่ในยุคดิจิตอล ทุกคนเป็นผู้สื่อข่าวได้หมดครับ แต่คนที่จะเป็นผู้ประกาศข่าวให้คนสนใจหรืออยากอยู่กับเรา อยากดูเราทุกวัน ผมว่าเป็นความแตกต่างที่เราต้องสร้างขึ้นครับ

ทุกคนเป็นผู้สื่อข่าวได้ อยากเสนออะไรก็เสนอ มีสื่ออยู่ในมือ แต่คนที่สามารถคิดวิเคราะห์ อาศัยประสบการณ์ชีวิต หรือมีจรรยาบรรณการข่าวที่จะนำสิ่งนั้นมากลั่นกรองนำเสนอออกมาและทำให้ผู้คนเชื่อหรือสนใจ อันนี้มันก็แคบลงมาแล้ว จะต้องเป็นบุคคลที่ทำงานในศาสตร์นี้จริงๆ ครับ หลังจากคิดทบทวนตัวเองสักพักนึง จริงๆ มีข้อเสนอหลายที่ แต่ด้วยเหตุผลหลายๆ ข้อ

อั๋น : เท่าที่ผมทราบเกือบทุกช่องครับ

ต๊ะ : ไม่ถึงขนาดนั้น เราไม่คิดว่าจะมีคนสนใจขนาดนั้น ก็มีพอสมควรครับ แล้วพี่อั๋นเป็นคนแรก อาจจะเพราะเขารู้ก่อนด้วย คือผมจะต่างจากคนอื่น ผมอาจจะซื่อไปหน่อย ปกติก่อนจะเปลี่ยนงานจะหาทางหนีทีไล่ก่อน เราจะออกจากที่เก่าเพราะเราได้ที่ใหม่แล้ว

แต่ผมอยากพักผ่อน อยากมีเวลาหยุดชีวิตที่เดินเร็วๆ อยากทบทวนตัวเองหลายอย่าง เพราะฉะนั้นผมก็หยุดก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ ผมเพิ่งตัดสินใจมาที่นี่ไม่ถึง 10 วันมั้ง

อย่างที่บอกไปผมใช้คำว่าความจริงใจ ผมรู้สึกว่าเออ พี่อั๋นเปิดอกกับผมตั้งแต่แรก และคุณธรรมคือการเดินทางในงานสายของผมที่ไปมาหลายที่ ทุกครั้งที่ผมไปลงที่ไหนก็ตามแต่จะต้องมีคนได้รับผลกระทบ คือมันไม่ได้ผิดที่ผม แต่ทำให้เขากระเด็นไปจุดอื่น ซึ่งผมไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเพราะผมรู้ว่าวงการนี้อยู่ยากพอสมควร ไม่อยากให้กระทบกับใครครับ

และความเหมาะสมคือเรื่องของเวลา การแบ่งพาร์ตในชีวิตของผม มันมีข้อเสนอที่อื่นจริง แต่ว่าบางที่ช่วงเวลาผมไม่อยากอยู่ตรงนั้นในเวลานั้น ผมอยากอยู่เช้าเพราะผมตื่นเช้าและผมได้อยู่กับพี่อั๋นด้วย พี่อั๋นเป็นเหมือนอาจารย์ของผมไปในตัวเพราะว่าย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ตอนผมสอบผู้ประกาศ พี่อั๋นก็เป็นกรรมการอยู่ในนั้น วันนึงได้นั่งกับอาจารย์อีกครั้งก็เป็นอะไรที่ดีครับ

อั๋น : แต่จะพูดเรื่องเงินนิดนึงแล้วกัน เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าไปซื้อมา ยืนยันว่าเขาไม่ได้มาเพราะเราให้เงินเยอะกว่าที่อื่น

ต๊ะ : เกือบจะน้อยที่สุดแล้วด้วยครับ

อั๋น : คือน้อยที่สุดรึเปล่าผมไม่ได้ถามนะว่าที่อื่นให้ยังไงเท่าไร แต่ที่แน่ๆ เราไม่ใช่คนที่มากที่สุดครับ

ต๊ะ : ไม่ใช่เรื่องเงินครับ แต่ว่ามันเป็นเรื่องเหตุผลหลายอย่าง เงินเนี่ยมาท้ายๆ เลย เอาพออยู่ได้ครับ

ขอถามถึงกระแสที่มองว่าที่ต๊ะออกมาเป็นเพราะรายการเรื่องเล่าเช้านี้เรตติ้งไม่ดีเท่าไร?
ต๊ะ : ผมก็ยอมรับนะครับ มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมไม่ได้โทษตัวเองทั้งหมด แต่ผมมองว่าผมก็มีส่วนที่ผมต้องรับผิดชอบอยู่ด้วย การทำงานทุกอย่างมันเป็นทีม ไม่ขึ้นอยู่กับใครคนใดคนหนึ่งครับ แต่ถ้าผู้ใหญ่หรือว่าคนที่วางแผนทั้งหมดมองว่ามันจะต้องมีคนรับผิดชอบ ผมพร้อมจะเป็นคนรับผิดชอบในจุดนั้น

แต่ผมแค่บอกว่าในที่เก่าก่อนจะก้าวเข้ามา สถานการณ์ก็ไม่ดีครับ และผมไม่มีความสามารถมากพอที่จะฉุดหรือดึงขึ้นมาให้ดีกว่าเดิมได้ ผมก็ยอมรับตรงนี้อย่างลูกผู้ชาย ซึ่งทุกอย่างมันอยู่ในการเจรจาการคุยตั้งแต่ต้นแล้วว่าถ้าผมทำไม่ได้ ผมพร้อมจะเดินออกมาเอง

เสียใจไหมที่คนมองในแง่นั้น?
ต๊ะ : แล้วแต่เลยครับ ผมไม่เสียใจ เพราะผมรู้ว่าอะไรมันเกิดขึ้น ผมรู้ว่าผมทำได้แค่ไหน ผมรู้ว่าหน้าที่หรือกรอบที่ถูกวางไว้มันแค่ไหน เพราะผมทำเต็มที่ ผมไม่มีอะไรเสียใจ ผมห้ามความคิดคนไม่ได้ ผมห้ามคนอื่นวิเคราะห์ไม่ได้ แต่คนที่รู้ความจริงมันอาจจะมีอยู่ไม่กี่คน แล้วเดี๋ยวเวลามันพิสูจน์เองว่าสุดท้ายเป็นเพราะผมรึเปล่า มันเป็นเพราะอะไรกันแน่ แต่อย่างที่บอกว่าถ้าต้องรับผิดชอบ ผมเป็นลูกผู้ชายพอ ผมพร้อมรับผิดชอบเสมอ

พอออกมาแล้วสบายใจกว่าเดิมไหม?
ต๊ะ : พูดกันตรงๆ ตอนออกมาสบายใจกว่าตอนอยู่ครับ ตอนอยู่กดดันกว่า แต่มาที่นี่ก็พร้อมจะแบกรับความกดดันเหมือนกัน (ยิ้ม) ซึ่งผมก็บอกกับพี่อั๋นว่าดูกันปีต่อปีว่าถ้ามาแล้วมันไม่เวิร์ก ผมพร้อมจะไปเองเหมือนกันครับ

ต๊ะตั้งเป้ากับที่นี่ยังไงบ้าง?
ต๊ะ : ผมจะค่อยๆ พยายาม คือตอนนี้ผมจะไม่ก้าวก่ายอะไรครับ ผมทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายก่อน แต่เมื่อเป็นส่วนผสมนึงที่เริ่มอยู่ไปเรื่อยๆ จะค่อยๆ อยากช่วยเพิ่มบทบาท ช่วยคิดวิเคราะห์ ช่วยสร้างทีมแต่ละอย่าง

ผมมาจุดนี้เพราะผมอยากทำหลายๆ อย่าง อยากเริ่มเติบโตและสร้างไปด้วยกัน จีเอ็มเอ็มมีจุดแข็งเยอะนะครับ แต่ผมคิดว่ายังไม่ใช่ข่าว แต่ถ้าผมช่วยสร้างตรงนี้ได้ผมก็ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับนึงครับ

ผมก็ทำการบ้านมาพอสมควร ผมถึงขั้นค้นหาตัวเลขเก่าๆ ว่าทุกเช้าที่ผมจะมาอยู่ มีคนดูประมาณกี่คน ตั้งเป้า 3 เดือนแรกอยากเพิ่มเท่าไร ผมก็มีการทำการบ้านของผมเอง แต่คงไม่ชี้แจงตรงนี้ว่าตัวเลขอะไรยังไงนะครับ

เตรียมอะไรมาบ้างกับการมาอยู่ที่นี่?
ต๊ะ : เอาตรงๆ ผมเตรียมแค่ตัวกับหัวใจ ที่เหลือเดี๋ยวก็มาลุยกันหน้างานตรงนี้ครับ เพราะงานข่าวเป็นงานที่ปัจจุบันอยู่แล้ว มันเป็นวันต่อวัน ส่วนใหญ่อยู่ที่ประสบการณ์ที่เราเตรียมมากับความตั้งใจ แค่นั้นผมก็ว่ามากเกินพอแล้วครับ

รายการข่าวเช้ามีคู่แข่งค่อนข้างเยอะ เตรียมรับกับตรงนี้ยังไงบ้าง?
ต๊ะ : ต้องยอมรับว่าเราต้องทำให้ทุกคนเปิดโอกาสให้เราก่อนครับ มันก็มีเจ้าใหญ่ๆ อยู่ในตลาดตอนข่าวเช้าอยู่แล้ว เพราะเป็นสนามแข่งที่โหดที่สุดตอนนี้ อย่างที่เราทราบกันดีว่าเจ้าพ่อวงการสื่อท่านนึงเกิดอุบัติเหตุบางอย่าง ทำให้ไม่สามารถอยู่ตรงนี้ได้ เพราะฉะนั้นเรตติ้งก็กระจายออกไป มันเลยกลายเป็นสงครามที่ทุกคนทุ่มกำลังเพื่อแข่งขันดึงเรตติ้งตอนเช้า

ถ้าใครที่ทำการบ้านแล้วเช็กมาบ้าง ตอนนี้จะมีอยู่ 3 ที่ที่ครองส่วนแบ่งเรตติ้งเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งผมตั้งเป้าหมายไว้ในใจเองและมีโอกาสคุยกับพี่อั๋นตรงๆ ว่าถ้าเราสามารถดึงและแบ่งเข้ามาได้ทีละนิดหน่อย ด้วยความเป็นเราที่ไม่ใช่แค่ผม เราก็ประสบความสำเร็จในระดับนึงแล้วครับ

แสดงว่าอั๋นค่อนข้างเปิดโอกาสให้ต๊ะมีส่วนร่วมในการทำรายการข่าวเช้า?
อั๋น : นั่นคือความตั้งใจ แต่ว่ามันยังไม่ถึงขนาดว่าเปิดมาแล้ว ตอนนี้ยังครับ ตอนนี้เราก็อยู่ในระหว่างปรับกัน เราต้องเข้ากันให้ได้ก่อน ตอนแรกก็กำลังคิดว่าเราจะเข้ากันยังไงดี เพราะแน่นอนว่าผมก็เป็นผม เขาก็เป็นเขา หมอเอิงก็เป็นหมอเอิง เราจะหาส่วนผสมใหม่ยังไงให้เป็นส่วนผสมที่ลงตัว ทุกคนต้องปรับหมดเลย มันเป็นธรรมชาตินะ

วันนี้เป็นวันแรกที่เมื่อสักครู่ตอนเช้าพอจบปุ๊บ เราลองเอาข่าวมาแล้วลองเล่าในแบบของเรา แล้วลองดูซิว่าหน้าจอเป็นยังไง ก็หารือกันว่าเราจะแบ่งกันยังไง ถนัดแบบไหน แต่ผมลองเสร็จปุ๊บ เขาลงไปทานข้าว หมอเอิงยังพูดเลยว่าพี่อั๋น เอิงว่ามันจะต้องดีมากเลย แล้วเราก็บอกว่าใช่ พี่รู้สึกว่ามันจะต้องดีมาก

ตอนแรกผมแอบกังวลนิดหน่อยว่าคุณต๊ะจะมาแบบแนวรายงานอย่างจริงจังขนาดไหนนะ เราจะปรับมายังไงกัน เกือบจะไม่ได้บรีฟด้วยนะว่าพี่ไม่อยากได้ยังงั้นยังงี้ เพราะผมอยากให้เขาเป็นเขา แต่ว่าเป็นเขาในเวอร์ชั่นที่มีการปรับเปลี่ยน แต่พอมานั่งปุ๊บ ลองปุ๊บ พี่แทบไม่ได้บอกอะไรเลย ผมก็สบายละ ผมคิดว่าวันที่ 1 ก็เริ่มได้เลย

เรียกว่าราบรื่นเลยไหม?
อั๋น : เรียกว่าการซ้อมดีกว่า

ต๊ะ : มันเร็วเกินไปที่จะสรุปแบบนั้นครับ บางสิ่งบางอย่างต้องให้เวลา เคมีต้องค่อยๆ ใช้เวลาในการปรับ แต่เท่าที่ลองดูวันนี้ผมรู้สึกว่าผมโอเค คือดูแล้วมันน่าสนุกและมีความสุขที่ได้ทำงานร่วมกัน มันไม่ได้คนนี้นำ คนนี้ตาม ทุกอย่างมันไปด้วยกัน เราก็สลับๆ กันไปครับ

อั๋น : ผมว่ามันอยู่ในระหว่างการที่เราต้องแบ่งกันเท่านั้นเอง ผมว่าเขายังเกร็งนิดนึงด้วยซ้ำ ผมว่าเขายังนำได้อีกเยอะมาก วันนี้เขายังไม่ได้ปล่อยของเลย ผมคิดว่าเขาปล่อยให้ผมกับคุณเอิงก่อนเป็นเรื่องปกติ วันนี้เป็นวันแรก ซึ่งผมไม่ได้บอกว่ายังใส่เข้ามาได้อีก แต่ผมคิดว่าถึงเวลาปุ๊บเขาก็จะได้เอง ผมว่าเขามีศักยภาพอยู่แล้ว ไม่มีอะไรห่วงเลย

ตั้งเป้าไว้กับทีมงานคนใหม่คนนี้ยังไงบ้าง?
อั๋น : คือจริงๆ ผมว่าก็ไม่เชิงแบกความกดดันอะไร ถ้าจะมองว่ากดดัน ผมว่ามันกดดันทั้งอุตสาหกรรมในเรื่องของสื่อ ผมว่าไม่ใช่แค่สื่อดิจิตอลด้วย ผมว่าทุกสื่อแม้แต่สื่อออนไลน์ที่กำลังมา แล้วมาที่ใครล่ะ (ยิ้ม) วันนี้อยู่กับฉัน พรุ่งนี้อยู่กับเธอ วันนี้ล้านวิว อีกวันอยู่หลักพัน มันไม่มีอะไรมั่นคงเลย มันเป็นการคาดเดาไม่ได้ครับ ฉะนั้นมันอยู่ในระหว่างการจับกัน

ในโลกการไขว่คว้าตรงนี้ ทุกคนพยายามที่จะหาหลักเกาะให้ได้ไง ผมว่ายังไงซะทีวียังคงเป็นสื่อหลัก บางคนบอกว่าเดี๋ยวนี้รับสื่อผ่านสารพัดช่องทาง นั่งอยู่เฉยๆ ยังมีข่าวมาบอกเลย แต่สิ่งที่แตกต่างคือสื่อที่มาจากทีวีคือข่าวที่กรองแล้ว อาจจะช้ากว่าโซเชียล แต่เราน่าจะมีประสบการณ์กันเยอะแล้วว่าข่าวนั้นมันผิดมันพลาด มันไม่ครบ ไม่ได้มาพร้อมการกลั่นกรองหรือสติ

ไม่ใช่ทั้งหมด ในนั้นก็มีจริงอยู่ ผมว่ามีจริงซะส่วนใหญ่ แต่ผิดก็ไม่ใช่น้อย ฉะนั้นอย่างน้อยสิ่งที่ชัดเจนคือกลับมาที่สื่อหลัก ผมมั่นใจว่าสื่อทีวีมีการตรวจสอบเยอะมาก นี่คือหัวใจที่ทีวีทุกช่องพยายามทำ รวมถึงเราด้วยครับ

ซึ่งตรงกับจุดประสงค์ที่ต๊ะตัดสินใจมาร่วมงานครั้งนี้ใช่ไหม?
ต๊ะ : ครับ ผมว่าหัวใจของข่าวและความน่าเชื่อถือของสื่อทีวีที่ทำให้อยู่ได้ ความถูกต้องในการกลั่นกรอง ความเหมาะสม มันจะไม่มีอะไรหลุดไปแบบลวกๆ มันจะเป็นงานที่ผ่านการกรองแล้วเพราะมีระบบเซ็นเซอร์ ทีมงานที่ทำส่วนใหญ่เป็นมืออาชีพ มีจรรยาบรรณ เรียนรู้เรื่องสื่อพอสมควร

ไม่เหมือนสื่อโซเชียลที่ทุกคนเป็นสื่อได้หมด เพราะฉะนั้นอยู่ที่วิจารณญาณแต่ละคน ดังนั้นผมเชื่อว่าทีวียังเป็นสื่อหลักที่อยู่คู่กับคนไทยไปนานพอสมควรเลยทีเดียว ดังนั้นวิธีการคือต้องทำให้ดีขึ้นทุกวัน เพราะตอนนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ และอาจเกิดขึ้นเร็วจนปรับตัวไม่ทันครับ

ต้องยอมรับว่าการมีตัวเลือกมากก็ทำให้คนหลายใจได้ง่ายขึ้น ดังนั้นตอนนี้ทุกคนมีสิทธิ์จะเลือก วันนึงเขาเบื่อเขาก็เปลี่ยนแล้ว ถ้าเขาเปลี่ยนมาดูแล้วชอบเรา เขาอาจจะอยากดูเราไปนานๆ ก็ได้ครับ นั่นคือสิ่งที่เราพยายามจะทำครับ

แฟนคลับที่ติดตามต๊ะจากรายการเก่า เขาเซอร์ไพรส์ไหมที่เรามาที่นี่?
ต๊ะ : เดี๋ยวคงจะต้องเซอร์ไพรส์แน่เพราะผมยังไม่ได้บอกใครเลยครับ และผมคงจะอธิบายสั้นๆ เหมือนที่อธิบายพี่ๆ ว่าผมตัดสินใจเลือกที่นี่เพราะที่นี่เลือกผมก่อน และผมเลือกเพราะอะไร เพราะทุกอย่างมีเหตุและมีผลซ่อนอยู่

อั๋น : นี่เป็นการบอกอย่างเป็นทางการครั้งแรกครับ

ต๊ะ : บางคนยังคิดว่าผมไปที่อื่นอยู่เลยครับ

จุดแข็งที่เรานำมาเสริมกับทีมข่าวจีเอ็มเอ็มมีอะไรบ้าง?
ต๊ะ : ผมไม่กล้าพูดอะไรที่เป็นการอวยตัวเองมากนักนะครับ แต่สำหรับผมจะมีภาพลักษณ์ของความขึงขัง จริงจัง ด้วยความที่ผมไม่เคยเล่นละคร ไม่เคยอยู่ช่องทางบันเทิงอื่นๆ มากนัก ยกเว้นการเป็นพิธีกร ประสบการณ์ที่สั่งสมมาตรงนี้ 9 ปีเต็มๆ น่าจะเป็นจุดนึงที่ทำให้คนรู้สึกว่าดูแล้วเชื่อมากขึ้น

คนไทยจะมี preception บางอย่าง บางคนจะดูที่ตัวคนก่อน คนบางคนลุคดูดีแต่จริงๆ แล้วพูดมั่วไปหมด แต่คนดันเชื่อ ในขณะที่คนบางคนอาจจะดูทะเล้น ไม่น่าเชื่อถือ แต่สิ่งที่เขาพูดเชื่อได้ทุกคำ แต่ปัญหาคือคนอาจไม่เชื่อเขาเพราะไม่เชื่อที่ตัวตนเขา ผมโชคดีที่จุดแข็งของผมมีตัวตนที่คนน่าจะเชื่อถือพอสมควรครับ

พอมาร่วมงานกับอั๋น ต้องปรับตัวเองเยอะไหม?
ต๊ะ : ผมคิดว่าไม่ต้องปรับมากครับ ผมคิดว่าพี่อั๋นเป็นคนเปิดใจและเปิดโอกาสให้ทุกคนเป็นตัวของตัวเอง อย่างที่ผมบอกว่าตอนทดสอบก็รู้ว่าหมอเอิงมีเสน่ห์ของหมอเอิง พี่อั๋นก็เป็นพี่อั๋น ผมก็มีความเป็นผม

ถ้าเราทำให้มันลงตัวกันได้ เราก็จะไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีคาแรกเตอร์ของแต่ละคนช่วยพยุงกันไป ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่ต้องปรับอะไรมากครับ

ผมทำมาหลายที่มากๆ แล้ว ปรับตัวเองมาเยอะหลายรูปแบบแล้ว มาอยู่รายการนี้ผมคิดว่าจะเอาสิ่งที่เคยทำมาในอดีตมาดูว่าตรงไหนต้องใช้ยังไงเลยดีกว่า ผมคิดว่ายุคนี้ทุกคนมีความสามารถหมดครับ มันอยู่ที่ว่าใครจะดึงจุดไหนออกมา ถ้าเราไปด้วยกันผมว่าจะน่ารักกว่า

บรรยากาศบ้านหลังนี้เป็นยังไงบ้าง?
ต๊ะ : เอาแค่เบื้องต้นแล้วกันนะครับ เพราะผมยังไม่ได้สัมผัสแบบจริงจัง ก็แค่มาถ่ายภาพโปรโมต มาลองซ้อมครั้งนึง เข้ามา 2-3 ครั้งเองครับ ผมรู้สึกว่าที่นี่ก็เป็นที่ที่ผู้คนเข้ามาอยู่กันเยอะอยู่แล้ว ผมมองว่าหลายคนเติบโตจากที่นี่ ถ้าที่นี่ไม่ดีคงไม่สามารถปั้นคนมากมายให้กับวงการบันเทิงในบ้านเรา ผมเชื่อว่าเต็มไปด้วยคนเก่งๆ อยู่แล้ว

ที่นี่ก็ต้อนรับผมอย่างอบอุ่นมากๆ ครับ ผมอาจจะยังจำชื่อทีมงานได้ไม่หมด แต่ทุกคนน่ารักกับผมมากครับ แต่จริงๆ ผมโชคดีอย่างนึงผมทำงานที่ไหนก็เจอคนน่ารักๆ ครับ ไม่ว่าที่ที่ผมจากมาที่ไหนก็ตามแต่ ผมก็ไม่ค่อยเจอคนที่ไม่ดีหรือใจร้ายกับผม ผมก็คาดหวังจากที่นี่แบบนั้นเหมือนกันครับ

สุดท้ายฝากถึงแฟนๆ ของต๊ะ?
ต๊ะ : ผมอยู่ที่รายการ "เช้าวันนี้" GMM News 6-8 โมงเช้านะครับ ผมชอบมากเลยครับ ตอนแรกคุยกับพี่อั๋นว่าข่าวเช้าเรามีแค่ ชม.เดียวเอง พอผมตอบเซย์เยสปุ๊บ อีกวันเพิ่มเป็น 2 ชม.เลย ผมชอบมาก (ยิ้ม) เพราะฉะนั้นเราจะอยู่ด้วยกันทุกวันจันทร์-ศุกร์ 2 ชม. เต็มๆ ช่วงเช้า ให้โอกาสกับ GMM25 ดูบ้าง คุณอาจจะมีความคิดเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก็ฝากด้วยนะครับ

ต๊ะ พิภู ยอมรับเรตติ้งรายการเรื่องเล่าฯ ไม่ดี เลยขอเป็นคนรับผิดชอบออกมาเอง บอกก่อนจะก้าวเข้ามาที่นั่นสถานการณ์ไม่ดีอยู่แล้ว และตนไม่มีความสามารถพอที่จะดึงให้เรตติ้งดีขึ้น 19 ธ.ค. 2560 17:04 19 ธ.ค. 2560 18:04 ไทยรัฐ