วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล้อมคอกเกาเหลา ตร.กับมท. สั่งห้ามดึงเชง-เรียกเงินขอใบซื้อปืนสวัสดิการ

อธิบดีกรมการปกครองสั่งกำชับอำนวยความสะดวก ห้ามใช้อำนาจเกินขอบเขตและเรียกรับเงินกรณีตำรวจขอใบอนุญาตไปซื้อปืนสวัสดิการ พร้อมมีคำสั่งเด้งนายอำเภอในพิจิตรเข้ากรมโดยไม่ระบุสาเหตุ...

เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งที่ 1170/2560 ลงวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยให้ นายกฤษณ์ เติมธนะศักดิ์ นายอำเภอวังทรายพูน จ.พิจิตร ไปช่วยราชการกรมการปกครอง มอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ที่วิทยาลัยการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.2560 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ขณะเดียวกัน ร.ต.ท.อาทิตย์ ยังมีหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท 0307.4/ว 24665 ลงวันที่ 18 ธค.2560 เรื่องปัญหาความเดือดร้อนของตำรวจ ในการขอใบอนุญาตให้ซื้อปืน (แบบป.3) ตามโครงการจัดหาอาวุธปืนพกสั้น เพื่อเป็นสวัสดิการถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในทุกจังหวัด ใจความสรุปได้ว่าตามกระทรวงมหาดไทยได้กำชับแจ้งให้จังหวัดแจ้งนายทะเบียนและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตำรวจผู้มีสิทธิซื้อปืนพกสั้น เพื่อเป็นสวัสดิการที่มายื่นคำร้อง ขอใบอนุญาตแบบ ป.3 แต่มีตำรวจได้ร้องเรียนว่า มีการประวิงเวลาดำเนินการล่าช้าเกินสมควร พิจารณาตรวจสอบคุณสมบัติเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนถึงเรียกรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพื่อแลกกับความรวดเร็วในการอนุญาต กรมการปกครองพิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติกรรมตามคำร้องเรียนเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อความเป็นข้าราชการและส่อไปในทางทุจริต จึงให้จังหวัดสั่งกำชับนายทะเบียนและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับการอนุญาติถือปฏิบัติ ดังนี้ 

1. การตรวจสอบคุณสมบัติห้ามพิจารณาเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด เช่น เรียกใบรับรองแพทย์และเรียกใบรับรองทดสอบสมรรถภาพการใช้ปืน เป็นต้น

2. ตำรวจมีสถานะความเป็นข้าราชการอันเป็นหลักประกันด้านคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้าม เมื่อผู้บังคับบัญชาของตำรวจรับรองความประพฤติแล้วอันเป็นการรับรองตามคุณสมบัติและยังมีการรับรองสถานภาพอันสมบูรณ์ ดังนั้น นายทะเบียนจึงไม่ต้องดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติด้วยวิธีการใดๆ เพิ่มเติมอีก 

3. หากเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียนรายใดทำเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือมีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต ให้จังหวัดตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฏทุกราย เพื่อจักได้ดำเนินการเอาผิดทางวินัยและอาญาตามกฎหมายต่อไป

4. เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดในการให้บริการของข้าราชการและบุคลากรกรมการปกครองทุกระดับและตำแหน่งให้ยึดถือปฏิบัติเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ซื่อสัตย์ มีคุณธรรม ปราศจากการทุจริต รวมทั้งให้ชี้แจงเรื่องนั้นๆ ให้ประชาชนผู้มาติดต่อเกิดความเข้าใจในการพิจารณาโดยกระจ่าง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เกี่ยวกับกรณีนี้ ก่อนหน้ามีนายตำรวจระดับรองสารวัตรในพื้นที่ จ.พิจิตร ทำเรื่องขอใบอนุญาตซื้อปืนพกสวัสดิการไปยังนายทะเบียนอำเภอหนึ่งใน จ.พิจิตร แต่ปรากฏมีการสั่งจากนายทะเบียนต่างๆ ระบุว่า ขั้นตอนการขออนุญาต 1. ให้ทำประชาคมในระดับตำบล หมู่บ้านและอำเภอ 2. สอบความรู้เรื่องอาวุธปืนกับนายอำเภอ 3. สถานที่เก็บ 4.มีอาวุธปืนเดิมอยู่แล้วกี่กระบอก และ 5. ทำพิธีรับมอบใบ ป.4 (สาบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์) จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากตำรวจและสังคมในเชิงลบ

นอกจากนั้น ยังมีกระแสว่า ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศยังมีข้อกังวลใจและความไม่สะดวกของตำรวจทุกระดับในการยื่นเรื่องขอใบอนุญาตซื้อปืนพกสวัสดิการจากนายทะเบียน จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา

ด้าน นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการ จ.พิจิตร กล่าวถึงกรณีคำสั่ง และหนังสือของอธิบดีกรมการปกครองว่า ได้รับหนังสือดังกล่าวแล้วและจะได้แจ้งให้เจ้าตัวดำเนินการตามหนังสือต่อไป ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการขอมี อนุญาตมีและใช้ปืนจากนายตำรวจหรือไม่นั้น ไม่มีการระบุในคำสั่ง แต่ก่อนมีคำสั่งดังกล่าว เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้เรียกประชุมนายอำเภอทุกอำเภอพร้อมกำชับมอบนโยบายให้ทุกอำเภอให้อนุเคราะห์และอำนวยความสะดวกในการขออนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (แบบ
ป.3) ตามโครงการจัดหาอาวุธพกสั้นเพื่อเป็นสวัสดิการแก่ตำรวจ ตามหนังสือสั่งการของ กระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 13 พ.ย.2560 และหนังสือสั่งการของกรมการปกครอง ลงวันที่ 18 ธ.ค.2560
เรื่องปัญหาความเดือดร้อนของข้าราชการตำรวจในการขออนุญาตในการขอใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนโดยกำชับว่าให้อำนวยความสะดวกตามหนังสือสั่งการและอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ตามกฎหมายแล้วไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป หรือ ข้าราชการทั้งหมดการจะซื้อปืนนั้น ต้องขออนุญาตนายทะเบียนและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวยังไปพยายามติดต่อไปยังนายอำเภอที่ถูกคำสั่งไปช่วยราชการเพื่อขอทราบข้อเท็จจริงด้วย แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้.