วันศุกร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลำนำมหากาพย์ทัวร์ “ศูนย์” เหรียญ

ทุกครั้งที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในแวดวงท่องเที่ยวออกมาขับลำนำหน้าจอทีวีดิจิตอลว่าด้วยมหากาพย์ทัวร์ “ศูนย์” เหรียญ...ที่ร่ายยาวมาร่วม 40 ปี หลังคนจีนได้รับการปลดปล่อยจากรัฐบาลสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ให้เดินทางออกท่องเที่ยวต่างประเทศได้ ก็พอสรุปได้ว่า...

“ปัญหาทัวร์จีน รัฐได้เข้าไปแก้ไขอย่างจริงจังกับภาคธุรกิจเอกชนรายใหญ่ ที่ก่อปัญหาด้วยการทำธุรกิจแบบครบวงจร ภายใต้ขบวนการทัวร์ศูนย์เหรียญจนสำเร็จระดับหนึ่ง

ซึ่งผลกระทบอาจเกิดขึ้นบ้างกับผู้ประกอบการเครือข่าย ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีน ที่คาดว่าจะเฉียด 10 ล้านคนปี 2560 ต้องลดลงไปบ้างเล็กน้อย”

ลำนำบทนั้นยังบอกด้วยว่า “วิธีนี้ย่อมเป็นแนวทางที่ดีต่ออนาคตท่องเที่ยวจีนมาไทย และจะได้หมดปัญหาเรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญเพ่นพ่านเต็มตลาดไทยเสียที กับเชื่อว่าไม่นานตลาดจีนจะกลับมาสดใส กลายเป็นตลาดคุณภาพเนื้อๆ ไม่มีกากใยทัวร์ศูนย์เหรียญหลงเหลืออยู่”

ใครๆก็คิดเช่นนั้น แต่คนทำทัวร์ระดับกูรูที่อยู่คู่วงการมานานเผยว่า เมื่อได้ฟังลำนำมหากาพย์บทนี้จบแล้ว ต่างพาหัวเราะขำกลิ้งแทนกดไลค์ให้ เพราะตลกขบขันไม่ต่างจำอวดหน้าม่านยุคเฉลิมกรุง เฉลิมไทย สมัยพ่อล้อต๊อกกับแม่ชูศรี

ด้วยรู้ว่าทัวร์จีนนั้นเป็นกระบวนการเจ้าปัญหาที่เจริญพันธุ์มานาน เริ่มจาก บ.นำเที่ยวจีนขายทัวร์ราคาต่ำกว่าต้นทุน ก่อนส่งไม้ต่อให้ บ.นำเที่ยวไทยนำไปขายค่าหัวให้ไกด์ไทย

สมัยนั้นเหมาโหลหัวละ 300 บาท ปัจจุบัน 3,000 บาทเป็นอย่างน้อย แล้วเปิดโอกาสให้ไกด์จูงไป “ฟัน” ทุกอย่างเอาด่านหน้า เช่น ร้านจิวเวลรี่ ยินดีให้รถทัวร์พร้อมคนขับและน้ำมัน ภายใต้เงื่อนไขไกด์จะต้องหิ้วลูกทัวร์ทั้งหมดไปให้เจ้าของรถ “เตะแขก” คือยัดเยียดขายสินค้าราคาแพงหูฉี่เกินจริงกว่า 300 เปอร์เซ็นต์

ถึงจะเคยมีการร้องเรียน แต่กฎหมายไทยมีช่องโหว่ตรงที่สินค้าประเภทอัญมณีเครื่องประดับ มิได้มีการควบคุมราคามาตรฐาน การตกลงระหว่าง “ผู้ซื้อ” กับ “ผู้ขาย” ถือเป็นข้อยุติ จะมาฟ้องร้องกันทีหลังนั้นไม่ได้ ที่สำคัญร้านค้าประเภทนี้แทบทุกร้านล้วนเป็นอาณาจักรคุ้มครองของคนมีสีระดับสูงกว่ามงกุฎครอบด้านกันทั้งนั้น....นี่คือที่มาของ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ที่คนทำทัวร์ไทยขายจีน ต่างพากันตั้งคำนิยมเป็นนิยามให้ว่า “โปรไฟไหม้” คือเสนอโปรโมชั่นอะไร เป็นต้องนำไปเผาเพื่อผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า

ถึงวันนี้...เป็นที่รู้กันว่า ธุรกิจท่องเที่ยวสีเทาทัวร์จีนอายุร่วม 40 ปี ได้ถูกฝังรากลึกจนยากจะถอน แถมมีการขยายสาขาไปตามเมืองท่องเที่ยวลูกโซ่ จากกรุงเทพฯสู่พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต หัวหิน สมุย การสยบวงจรธุรกิจรายใหญ่ที่ผ่านมา จึงเป็นเพียงฉากมโนของการเชือดไก่ให้ลิงฝูงใหญ่ดูอย่างไม่ครั่นคร้าม มิต่างจากการเชือดยักษ์วัดโพธิ์ท่าเตียน ที่ไม่มีวันกระเทือนไปถึงยักษ์วัดแจ้ง หากการกวาดล้างเป็นเช่นไฟไหม้ฟางขาดความต่อเนื่องและเฉียบขาดในมาตรการล้างบาง...สายเลือดทัวร์ศูนย์เหรียญจึงยังคงยืนหยัดอยู่ยั้งยืนยง

ผู้ประกอบการนำเที่ยวไทยรายหนึ่งยอมรับว่า การล้มยักษ์ครานั้นสั่นสะเทือนไปพักหนึ่ง แต่กับกลุ่ม “ทัวร์ซีรีส์” ขายทัวร์แฟร์ไม่ต่ำกว่าทุน ซึ่งลูกทัวร์ส่วนใหญ่เป็นผู้มีกำลังซื้อสูงจากปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจวผ่าน บ.จีแซสแอลของรัฐบาลจีน กลับไร้ปัญหาเพราะไม่มีการนำลูกทัวร์ไปทำทัวร์นอกรายการหาประโยชน์แอบแฝงในรูป “ออฟชันนอล ทัวร์”...แต่ถ้าเป็นกลุ่มจีนชั้นกลางลงล่าง จากหนานหนิง ลิเจียง หางโจว พวกนี้ไม่พลาดที่จะถูกนำเข้าสู่โปรโมชั่นพิเศษ โปรไฟไหม้กลางกองเพลิง ซึ่งแม้จะมีราคาขายที่เป็นธรรมกำหนดหัวละ 20,000 บาทอยู่แล้ว

แต่โปรไฟไหม้จะขายแค่ 10,000-15,000 บาท ปล่อยให้ไกด์หนุนทุนซื้อทัวร์หัวละ 5,000-10,000 บาท นำไปทำออฟชันนอลซื้อเครื่องแต่งกายสารพัด กินน้ำมะพร้าวของโปรดทัวร์จีน ซื้อผลไม้ ดูโชว์ นวดแผนไทยสมุนไพร รวมถึงสำเริงสำราญตามอ่างโรงนวด

ลูกทัวร์รายใดปฏิเสธออฟชันนอลอย่างไม่ไยดี ผลตอบรับจะถูกไกด์ทิ้งระหว่างทำทัวร์ หรือถ้าเป็นหมดทั้งคณะ ไกด์จะตัดสินใจทิ้งชาวคณะก่อนเผ่นหนี ขืนทำต่อไปก็ยากจะถอนทุนคืน และหากถูกดำเนินคดีไกด์ก็มักเอาตัวรอดได้ แค่ยอมถูกจับจ่ายค่าปรับ...เป็นอันจบข่าว

อย่างไรก็ตาม แม้ทัวร์ศูนย์เหรียญจะยังเป็นของต้องห้าม แต่คนทำทัวร์ยังจำทนฝืนเป็น “หมูไม่กลัวน้ำร้อน” กับสู้คติ “ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันไป” เพื่อความอยู่รอด พวกเขาหันมาวางจุดขายใหม่ที่ไม่ต่างวังวนเก่า โดยปักธงลงตรงถึงรัฐบาลจีนจะเปิดประเทศเสรี ไม่มีระบบทุนนิยมชนชั้นเป็นแอกอยู่แล้วก็ตาม

ทว่าการปกครองผู้คน 1,400 ล้านคน ก็ยังจำเป็นต้องคงรูปแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์เอาไว้เพื่อป้องกันปัญหาพลังมวลชนที่อาจลุกฮือตามกันขึ้นมาได้...คอมมิวนิสต์จีนจึงยังยึดมั่นข้อที่ว่า ห้ามประชาชนรวมพลังทำกิจกรรมใดๆเป็นร้อยเป็นพันคน ยกเว้นจะได้รับอนุญาตโดยตรงจากรัฐบาลกลาง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับแผ่นดินจีน

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญทำให้องค์กรขนาดใหญ่ของจีน ซึ่งมีบุคลากรจำนวนมาก นิยมออกไปจัดประชุมสัมมนาต่างประเทศ หรือองค์กรเอกชนจะให้ทัวร์บำเหน็จรางวัล (Incentive tour) แก่ผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ ไปทำกิจกรรมและท่องเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งไม่พ้นประเทศไทยตรงค่าครองชีพต่ำ มีสิ่งอำนวยความสะดวก กับความหลากหลายเชิงบริการแบบลดงดทัวร์แฟร์

สิ่งนี้คือกระดูกชิ้นใหญ่ที่ธุรกิจนำเที่ยวไทยมองเห็นทางออกพร้อมขาย “ทัวร์ประชุมศูนย์เหรียญ” แทนขายทัวร์นำเที่ยวเหมาโหล เพราะกลุ่มใหม่นี้มากด้วยปริมาณ 1,000-5,000 คนต่อคณะ ซึ่งอาจซอยกระจาย 1,000 คนต่อทริป ที่ต่างก็มีกำลังจับจ่ายง่ายต่อการทำออฟชันนอล

“ทัวร์ประชุม” จะยื่นข้อเสนอห้องจัดประชุมสัมมนา พร้อมเลี้ยงอาหาร รวมห้องพัก และนำเที่ยว โดยปลอดค่าบริการ แต่จะทำออฟชันนอลทุกรูปแบบ เพื่อคืนทุนกับผลกำไรที่ตามมา และก้าวหน้ากว่านั้น เมื่อธุรกิจฝั่งจีนอ้างผลโหวตจากผู้ใช้บริการให้คะแนนยกย่องธุรกิจไทยถึงขั้นเชิญไปรับมอบรางวัลถึงเมืองจีน เพื่อใช้เป็นยันต์การันตีการขายครั้งต่อๆไปกับธุรกิจไทยรายนี้

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ...หวยงวดต่อๆมากำลังออกที่ตลาดเวียดนาม ซึ่งคนที่นั่นนิยมทัวร์พัทยาเป็นทุน แต่ตลาดนี้ยังสงวนทัวร์แฟร์ไว้แค่ 50 เปอร์เซ็นต์ ไม่ยอมให้ลดเหลือศูนย์เหรียญเช่นจีน

ปัจจุบันถึง “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” จะเป็นสนิมกินใจ “ทัวร์ซีรีส์พัทยา” ด้วยมองว่าเป็นการเกาไม่ถูกที่คันต่อการทำหมันทัวร์ดังกล่าว จึงจัดตั้งชมรม Online Tourism Club ขึ้นเมื่อกว่าปีที่ผ่านมา มีสมาชิกกลุ่มขายทัวร์ผ่านออนไลน์ขณะนี้ 30 ราย เชื่อมกับกลุ่ม On line Travel Agent-OTA ของจีน ซึ่งมีสมาชิกรายใหญ่คือ อาลีบาบา ของแจ๊ค หม่า ที่ใช้ฐานลูกค้าจากตลาดสินค้ามาขายทัวร์ต่างประเทศ กับมีสมาชิกกลุ่มประเทศอาเซียนร่วมขบวนการทัวร์สีขาว อนาคตสดใสถึงกับอินโดนีเซียจ้องจะก๊อบปี้ไปจัดตั้งองค์กรของตัวเองบ้าง

OTA มุ่งทำธุรกิจแบบ B to B…ธุรกิจกับธุรกิจ B to C…ธุรกิจกับผู้บริโภค โดยกำหนดราคาขายที่เป็นมาตรฐาน สมาชิกรายใดขายเกินหรือต่ำกว่านี้ OTA จะฟันธง Stop sale…ขับออกจากกลุ่มและหยุดการขายร่วมกันทันที...ทุกครั้งที่ OTA จีนจัดงานส่งเสริมการขายท่องเที่ยว จะเชิญเฉพาะสมาชิกจากทุกประเทศไปเป็น “ผู้ขาย (Sellers)” ธุรกิจท่องเที่ยว พร้อมเชิญ “ผู้ซื้อ (Buyers)” หรือ บ.นำเที่ยว OTA จีนมาร่วมงาน และหลังพัทยาเป็นภาคี OTA จีน มีสมาชิกผู้ไม่ขอแสดงตน แต่ยินดีแสดงผลประกอบการว่าเพิ่มขึ้น 200 เปอร์เซ็นต์ จากการช็อปของลูกทัวร์ที่ไม่ปล่อยให้กับไกด์มาขอส่วนแบ่งแชริ่ง

นับเป็นวิธีแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญที่ช่างละมุนละม่อมเกินกว่าที่รัฐจะคิดไกลไปถึง ระหว่างรอตัวเลขทัวร์จีนคุณภาพเกิน 10 ล้านคนปี 2561.