วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สมเด็จพระราชาธิบดีไมเคิลที่ 1

เสาร์ที่ผ่านมา ผู้อ่านหลายท่านได้ชมการไลฟ์สดเหตุการณ์ที่สมาชิกราชวงศ์ในทวีปยุโรปเสด็จไปรวมตัวกันที่กรุงบูคาเรสต์ โรมาเนีย ไม่ว่าจะเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน สมเด็จพระราชินีซิลเวีย สมเด็จพระราชาธิบดีฆวน คาร์ลอสที่ 1 สมเด็จพระราชินีโซเฟีย เจ้าหญิงมาร์กาเรตา แห่งโรมาเนีย เจ้าฟ้าชายชาลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ ฯลฯ

ไปร่วมพระราชพิธีฝังพระศพสมเด็จพระราชาธิบดีไมเคิลที่ 1

พอเสียงระฆังดังหง่างเหง่ง ผู้คนจำนวนหนึ่งก็ไม่อยู่ในอาการสงบ ต่างตะโกนว่า “พระเจ้าไมเคิลที่ 1” และ “พวกคอมมิวนิสต์จงล่มสลาย” เพื่อนไลน์แอทไอดี @ntp5 โพสต์ถามกันทันทีเลยว่า ทำไมคนที่ไปร่วมพระราชพิธีจึงตะโกนกันแบบนั้น

เรื่องโรมาเนียนี่ยาวครับ ผมขอตัดมาที่ราชอาณาจักรโรมาเนียระหว่าง ค.ศ.1918-1938 ซึ่งตอนนั้น โรมาเนียปกครองในระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญที่เป็นเสรีนิยม

ตอนนั้น สงครามโลกครั้งที่ 1 เพิ่งจบไปหมาดๆ และก่อนจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เศรษฐกิจแย่มาก เพราะเศรษฐกิจแย่นี่แหละครับ คนโรมาเนียจึงต่อต้านเสรีนิยมและหันไปนิยมลัทธิฟาสซิสต์

ที่โรมาเนียก็มีขบวนการ Iron Guard หรือกองกำลังเหล็กเกิดขึ้น พวกนี้มีความเป็นขบวนการฟาสซิสต์ชาตินิยมแบบคลั่งชาติ สมัยนั้นคนยิวอยู่กระจายไปทั่วยุโรป ที่โรมาเนียก็มียิวเยอะ ยิวส่วนใหญ่ทำธุรกิจ ขยันทำมาหากิน อดออมและประหยัด พวกนี้จึงมีฐานะดีและมีสถานะเป็นนายทุน พวกนี้ก็ต่อต้านยิวด้วย

สถานการณ์อย่างนี้เข้าทางพระเจ้าคารอลที่ 2 เพราะแต่เดิมตอนที่เป็นเสรีนิยม กษัตริย์ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ จะกระดิกพลิกตัวทำอะไรแต่ละครั้ง ก็ต้องคำนึงถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญ และต้องได้รับการยกมือยินยอมจากสมาชิกรัฐสภา

พระเจ้าคารอลที่ 2 หนุนองค์กรกองกำลังเหล็กปฏิบัติการจนสามารถล้มรัฐธรรมนูญ ล้มรัฐสภาและความเป็นเสรีนิยมได้ พระองค์ก็ให้ทหารที่ทรงเตรียมไว้เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบเสรีนิยมไปเป็นเผด็จการ หลังจากนั้น การบริหารราชการแผ่นดินทุกอย่างถูกสั่งตรงมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้าคารอลที่ 2 เพียงพระองค์เดียว

พระเจ้าคารอลที่ 2 ครองอำนาจอยู่ 10 ปี พวกทหารอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งมองเห็นหายนะของบ้านเมือง จึงเข้ายึดกองกำลังของพระเจ้าคารอลที่ 2 และบังคับให้สละราชอำนาจ

ที่ต้องบังคับให้สละราชอำนาจ เพราะตอนนั้น พระเจ้าคารอลที่ 2 สนใจแต่เรื่องการรักษาอำนาจของพระองค์ ไม่สนใจปากท้องของประชาชน บ้านเมืองก็แตกแยกระส่ำระสาย แคว้นเบสซาราเบียแตกไปรวมกับดินแดนอื่น ตั้งเป็นประเทศใหม่ชื่อมอลเดเวีย (ปัจจุบันคือสาธารณรัฐมอลโดวา) พระองค์ยังเปิดโอกาสให้เยอรมนีและอิตาลีร่วมกันยกทรานซิลเวเนียตอนเหนือคืนให้ฮังการี และต้องเสียโดบรูจาตอนใต้คืนให้กับบัลแกเรีย

ด้วยความที่ประชาชนโรมาเนียยังผูกพันกับสถาบันกษัตริย์ ทหารจึงไปทูลเชิญเจ้าชายไมเคิล โอรสของพระเจ้าคารอลที่ 2 ให้ขึ้นครองราชย์ เป็นกษัตริย์ได้พักเดียวก็ถูกนายพลยอน อันตอเนสกู แย่งอำนาจ

นายพลอันตอเนสกูแกต้องการดินแดนของโรมาเนียที่เสียไปคืน ก็ไปร่วมมือกับฝ่ายอักษะที่มีเยอรมนี ออสเตรีย-ฮังการี และอิตาลี โดยคิดว่าถ้าฝ่ายนี้ชนะ โรมาเนียก็จะได้ดินแดนที่เสียไปในสมัยพระเจ้าคารอลที่ 2 กลับคืนมา

สงครามโลกครั้งที่ 2 โซเวียตอยู่ฝ่ายสัมพันธมิตรร่วมรบกับอังกฤษและฝรั่งเศส เยอรมนีส่งทหาร 5 แสนไปสมทบกับกำลังของนายพลอันตอเนสกูเพื่อบุกโซเวียต แต่กองทัพแดงโซเวียตบุกเข้ามาตีจนทั้งทหารเยอรมันและทหารโรมาเนียของนายพลอันตอเนสกูแพ้

ได้ครองโรมาเนียทั้งประเทศแล้ว โซเวียตจึงทูลเชิญสมเด็จพระราชาธิบดีไมเคิลที่ 1 กลับมาเป็นกษัตริย์เพื่อนำรัฐบาลหุ่นของโซเวียต จนถึงปลาย ค.ศ.1947 สมเด็จพระราชาธิบดีไมเคิลที่ 1 ก็ถูกพวกคอมมิวนิสต์บังคับให้สละราชสมบัติ และนั่นคือการสิ้นสุดระบอบกษัตริย์ของโรมาเนียอย่างถาวร

มีนาคม ค.ศ.1948 พรรคคอมมิวนิสต์ตั้งประเทศใหม่ชื่อ “สาธารณรัฐประชาชนโรมาเนีย” ต่อมา สมเด็จพระราชาธิบดีไมเคิลที่ 1 เสด็จไปประทับในพระราชฐานส่วนพระองค์อยู่ใกล้ทะเลสาบเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ และเสด็จสวรรคตเมื่อ 5 ธันวาคม 2017 ด้วยพระชนม์ 96 พรรษา และมีพระราชพิธีฝังพระศพเมื่อวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2017.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

เสาร์ที่ผ่านมา ผู้อ่านหลายท่านได้ชมการไลฟ์สดเหตุการณ์ที่สมาชิกราชวงศ์ในทวีปยุโรปเสด็จไปรวมตัวกันที่กรุงบูคาเรสต์ โรมาเนีย ไม่ว่าจะเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน... 19 ธ.ค. 2560 08:57 19 ธ.ค. 2560 11:50 ไทยรัฐ