วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สศก.ปลื้มเกษตรกรอยู่ดีกินดีขึ้น!

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สศก.ได้วิเคราะห์ผลลัพธ์ของโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยพิจารณาจากค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อวัสดุ อุปกรณ์ วัตถุดิบ พันธุ์พืช สัตว์ และค่าจ้างแรงงานของโครงการ พบว่า โครงการมีการใช้จ่ายราว 19,365 ล้านบาท จากงบประมาณทั้งหมด 22,895 ล้านบาท ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจชุมชนคิดเป็นมูลค่าราว 54,040 ล้านบาท

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่าย 19,365 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1. วงเงิน 9,659 ล้านบาท การจัดซื้อวัสดุสำคัญสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในการทำการผลิต อาทิ มูลสัตว์ เศษพืช เศษผัก หญ้าแฝก ไม้ และผลไม้ โดยหาซื้อจากภายในชุมชน ทำให้เกิดรายได้ในท้องถิ่น ซึ่งถูกนำมาจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน อีกทั้งรายได้จากการซื้อขายแลกเปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตรภายในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้มีเงินหมุนเวียนในชุมชน 21,451 ล้านบาท และ 2. ค่าจ้างแรงงาน 9,706 ล้านบาท เมื่อคนในชุมชนมีรายได้ ก็สามารถนำรายได้มาใช้จ่าย ซื้อสินค้าในชุมชน อาทิ ข้าวสาร เนื้อสัตว์ เครื่องดื่ม ผลไม้ เป็นต้น ทำให้มีเงินหมุนเวียนในชุมชน 32,589 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการฟาร์มชุมชน ซึ่งจัดทำเป็นแปลงและโรงเรือนเพาะปลูกให้เกิดการผสมผสานกัน ทั้งปลูกผัก อาทิ ผักบุ้ง พริก มะเขือ กล้วย ส่วนการเลี้ยงสัตว์ อาทิ ปลาดุก ปลานิล ไก่ เป็ด เป็นต้น อีกทั้งยังมีการนำสินค้าเกษตรมาแปรรูปและจำหน่ายด้วย

“โครงการ 9101 เป็นกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มผลผลิตและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรตรงตามวัตถุประสงค์ อีกทั้ง ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจชุมชนสูงถึง 2.8 เท่าของงบประมาณโครงการ หากในอนาคตรัฐบาลจะมีนโยบายการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ควรเน้นให้ความช่วยเหลือในรูปแบบเศรษฐกิจพอเพียงที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรสามารถพัฒนาต่อยอดได้เอง ช่วยลดค่าครองชีพให้กับเกษตรกรและสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรอย่างเพียงพอจนสามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้”.