วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิษณุแย้ม ใช้ม.44 แก้พรบ.พรรคการเมือง

พรเพชร-สะกิดไม่จำเป็น ไพบูลย์จี้งดไพรมารีโหวต ‘มาร์ค’ข้องใจจุดยืนเทือก ปอมเปรยกับสื่อ ‘เหนื่อย’

“บิ๊กป้อม” ปัดตั้งพรรคทหาร ดัน “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯหลังเลือกตั้ง เปรยเหนื่อยตกเป็นเป้าเจอกระแสกระหน่ำรอบทิศ “สมคิด” ย้ำข้อมูลผิด มีชื่อถูกวางตัวนั่งหัวหน้าพรรคท็อปบูต “วิษณุ” แย้มแนวโน้มสูงใช้มาตรา 44 แก้กฎหมายลูก เปิดช่องขยายเวลาพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรม “พรเพชร” ปฏิเสธ สนช.ร่วมสมคบรับลูกแก้ไข พ.ร.บ.พรรคการเมือง ยื้อโรดแม็ปเลือกตั้ง “มาร์ค” ข้องใจจุดยืน “สุเทพ” พลิกท่าทีขอล้างไพ่สมาชิกพรรคใหม่ “ไพบูลย์” เสนอแก้กฎหมายอีกรอบ ให้งดใช้ไพรมารีโหวตเลือกตั้งสมัยหน้า กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.ขายไอเดีย คาดโทษพวกนอนหลับทับสิทธิ์ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ถูกตัดสิทธิห้ามเข้ารับราชการ โหร คสช.มั่นใจปีหน้าได้เลือกตั้งแน่

หลังจากที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุมีการจัดตั้งพรรคทหาร โดยมีการวางตัวนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าพรรค เพื่อปูทางไปให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้งในการเลือกตั้งสมัยหน้า ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ออกมาปฏิเสธยังไม่มีการจัดตั้งพรรคทหาร พร้อมเปรยว่า เหนื่อย หลังถูกกระแสกระหน่ำโจมตีหลายเรื่อง

“บิ๊กป้อม” ปฏิเสธตั้งพรรคทหาร

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุมีการเตรียมตั้งพรรคการเมืองทหาร โดยวางตัวนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าพรรค เพื่อผลักดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯหลังการเลือกตั้งว่า ไม่มี ยังไม่มี ยังไม่เห็นเลย เมื่อถามว่า มีข่าวว่าพรรคทหารจะมีนายสมคิดเป็นหัวหน้าพรรค พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้ๆ เมื่อถามว่า มองอย่างไรการที่ทหารจะตั้งพรรคการเมือง พล.อ.ประวิตรปฏิเสธตอบคำถาม กล่าวเพียงว่า ไม่มีๆ ไม่รู้ๆ

เปรยเหนื่อยเจอกระแสกระหน่ำ

ต่อมาเวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ อีกครั้ง ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ถึงกรณีการตกเป็นเป้าถูกกระแสต่างๆโจมตีอย่างหนักในช่วงนี้ ยังคงทำงานไหวและไม่คิดจะไขก๊อกลาออกใช่หรือไม่ ซึ่ง พล.อ.ประวิตรยิ้มก่อนตอบคำถามเพียงสั้นๆว่า “เหนื่อย”

“สมคิด” ย้ำข้อมูลผิดนั่งเก้าอี้หัวหน้า

ขณะที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กรณีจะไปนั่งเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองทหาร โดยส่ายหน้าๆและยิ้มให้ผู้สื่อข่าว ผู้สื่อข่าวถามว่า มองเรื่องนี้อย่างไร นายสมคิดตอบว่า “ผมไม่มองอะไร” เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามซักถึงความเป็นไปได้ที่จะมานั่งเป็นหัวหน้าพรรคทหาร นายสมคิดตอบว่า “ข้อมูลผิดแล้วมั้ง ไม่มีอะไรหรอก อายุ 60 กว่าแล้ว” เมื่อถามว่า กรณีการเสนอให้แก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ให้ ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง นายสมคิดตอบว่า ไม่ทราบ ให้ไปถามฝ่ายการเมือง

เตือนอย่ากลัวท็อปบูตตั้งพรรค

พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก รองประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง กล่าวถึงกระแส ข่าวการเตรียมจัดตั้งพรรคทหารว่า ไม่ค่อยเห็นด้วยให้ใช้คำว่าพรรคทหาร แต่จะมีใครริเริ่มตั้งพรรคขึ้นมาถือเป็นเรื่องดี อย่างน้อยเป็นการคืนอำนาจให้ประชาชน ถ้าพรรคเก่าในพื้นที่ดูแลประชาชนดีมาตลอด ไม่เห็นต้องตกใจ ถ้าเทียบกับพรรคใหม่ที่มีความพร้อมไม่เท่าพรรคเก่าขาประจำ การที่ทหารมาลงเล่นการเมืองเป็นเรื่องดี ส่วนนักการเมืองถ้าเลวทั้งหมด ประเทศคงไม่พัฒนามาถึงวันนี้ ล่าสุดคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมืองเชิญนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา มาให้ความคิดเห็น โดยนายสุวัจน์ยกคำพูด พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรีว่า การเมืองยุคก่อน ถ้าเกิดความขัดแย้งระหว่างนักการเมืองจะพูดจาประนีประนอมกันได้ และก่อนเลือกตั้งเป็นเรื่องการแข่งขันกันเพื่อเป็นผู้แทนในสภา แต่หลังเลือกตั้งต้องเป็นเรื่องของบ้านเมือง ไม่อยากให้คิดว่า ที่ผ่านมาล้มเหลว ยิ่งล้มเหลวยิ่งดี ถ้าความล้มเหลวคือโรคชนิดหนึ่ง จะได้รู้ว่าป่วยเป็นอะไร จะได้รักษาถูกต้อง

ท้า “บิ๊กตู่” เดินลงสนามเลือกตั้ง

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอให้ออกมาประกาศให้ชัดแบบสุภาพบุรุษ หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยการสังกัดพรรคทหาร ต้องลงต่อสู้ในระบอบประชาธิปไตย รวมถึงคนในรัฐบาลหรือแม่น้ำห้าสายควรลงสนามกันอย่างแฟร์ๆ ไม่เอาเปรียบกัน วันนี้รัฐบาลออกนโยบายอาทิ ช็อปช่วยชาติ การตรึงราคาน้ำมันล้วนเป็นการใช้เงินภาษีที่ประชาชนเสียมาทั้งสิ้น ถือเป็นการใช้ประชานิยมเต็มรูปแบบ ยิ่งการที่ พล.อ.ประยุทธ์ไปประกาศที่ภาคอีสานว่าจะเป็นนายกฯต่อไปอีก 10 ปี ยิ่งต้องทำให้เกิดความสง่างาม

แย้มใช้ ม.44 แก้ ก.ม.พรรคการเมือง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอการแก้ไข พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองว่า การแก้ไขกรอบเวลาให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมต่างๆได้ทันตามกำหนดนั้น ทราบว่า คสช.กำลังพูดคุยกันอยู่ ยังไม่ถึงขั้นที่รัฐบาลต้องพิจารณา ยืนยันการแก้ปัญหาเรื่องนี้มี 2 ทาง คือ 1.ปลดล็อกพรรคการเมือง แต่เหลือเวลาไม่กี่วัน อาจไม่เกิดประโยชน์ 2.แก้ไขกฎหมายเพื่อขยายเวลาทำได้ 2 วิธี คือแก้ไขตามปกติและแก้ไขด้วยคำสั่งมาตรา 44 แต่ไม่ทราบว่า คสช.จะตัดสินใจอย่างไร แต่เชื่อว่าการแก้ไขโดยใช้ขั้นตอนทางกฎหมายไม่น่าจะมีผลต่อโรดแม็ป เพราะไม่รู้ว่าจะขยายเวลาให้กี่วัน อย่างไรก็ตามหากแก้ไขด้วยวิธีปกติต้องรับฟังความคิดเห็นพร้อมกับถามความเห็น กกต. ต้องใช้เวลาพอสมควร คงใช้วิธีนี้ยาก และไม่ทราบว่าในชั้น สนช.จะใช้เวลาพิจารณานานเท่าใด จึงมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะใช้มาตรา 44 แก้ไข เพราะถึงอย่างไรก็ต้องแก้ไขกฎหมายเพื่อขยายเวลาให้พรรคการเมือง แม้การขยายเวลาจะมีอยู่ในอำนาจของ กกต. แต่อาจเกิดปัญหาความได้เปรียบเสียเปรียบของพรรคการเมือง เพื่อความเป็นธรรมคงต้องใช้มาตรา 44 แก้ไข ส่วนที่พรรคการเมืองดูเหมือนจะไม่เข้าใจนั้น พรรคการเมืองไม่เคยเข้าใจอะไร บางทีเข้าใจก็ทำเป็นไม่เข้าใจ

“พรเพชร” ปัดรับลูกร่วมยื้อโรดแม็ป

ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงข้อเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เพื่อขยายเวลาให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมได้ทันตามกรอบเวลาว่า ไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมาย สามารถให้พรรคการเมืองไปขออนุญาต กกต.ขยายเวลาได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเสนอขอแก้ไขมาจะส่งให้คณะกรรมการศึกษากฎหมายรัฐธรรมนูญนำไปพิจารณาว่า สมควรทำหรือไม่ และจะใช้เวลาเท่าใด ทั้งนี้ ไม่ว่าใครร้องมา สนช.ก็รับไว้ทั้งหมด ไม่ใช่รับแต่ลูก ครั้งนี้บังเอิญเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจ เมื่อถามว่า การแก้ไขกฎหมายลูกจะกระทบโรดแม็ปเลือกตั้งเดือน พ.ย.2561 หรือไม่ นายพรเพชรตอบว่า ถ้าแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจะกระทบเวลาที่กฎหมายลูก 4 ฉบับเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เมื่อถามว่า สนช.เกรงหรือไม่ว่าจะถูกสังคมกล่าวหาว่ามีส่วนในเกมยื้อเวลาเลือกตั้ง นายพรเพชรตอบว่า สนช.ต้องระวัง แต่เราทำโดยโปร่งใส ไปรับหนังสือก็เปิดเผยให้ทุกคนรู้ ไม่ได้แอบทำมุบมิบ ส่วนความคืบหน้าการตั้ง กมธ.ตรวจสอบประวัติผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็น กกต.นั้น ได้ทำหนังสือสอบถามการสรรหา กกต. 2 คน ของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาไปยังศาลฎีกาแล้ว อยู่ระหว่างรอการตอบกลับจากศาล หากได้ กกต.ใหม่ล่าช้า ก็ไม่มีผลกระทบอะไร เพราะ กกต.ชุดเก่าต้องทำหน้าที่ไปจนกว่าจะมีชุดใหม่มาทำหน้าที่แทน

สนช.ค้านใช้ ก.ม.เลือกตั้งปลดล็อก

นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงข้อเสนอของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมาที่ให้ ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมืองในการเลือกตั้งสมัยหน้าว่า เรื่องนี้จบไปตั้งแต่ก่อนร่างรัฐธรรมนูญแล้ว หากเสนอไปช่วงนี้เหมือนเสนอนอกกติกา เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดว่าผู้สมัคร ส.ส.ต้องสังกัดพรรคอยู่ๆจะมาเสนอให้ลงสมัครแบบอิสระได้อย่างไร เพราะต้องแก้รัฐธรรมนูญ หากทำเช่นนั้นจะลึกลับซับซ้อน อาจถูกหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกต เป็นเรื่องไม่ดี ส่วนข้อเสนอให้แก้ไขบทเฉพาะกาลของร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.เพื่อให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมทันตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดนั้น คิดว่าไม่สามารถนำมาเชื่อมโยงแก้ไขกับร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.ได้ เพราะบทเฉพาะกาลของกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.กำหนดว่า เมื่อกฎหมายเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ภายใน 90 วัน ต้องตราพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเลือกตั้ง เพื่อให้มีการเลือกภายใน 150 วัน แต่เงื่อนไขเวลาที่กำหนดให้พรรคการเมืองจะต้องดำเนินการอะไรบ้าง ขึ้นอยู่กับกฎหมายพรรคการเมือง

ตัดสิทธิไม่ไปเลือกตั้งห้ามรับราชการ

นายทวีศักดิ์กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.นั้น กมธ.พิจารณา ไปแล้ว 50 กว่ามาตรา มีหลายประเด็นได้คุยกันเบื้องต้นอาทิ การตัดสิทธิผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่ กรธ.ระบุว่า หากไม่ไปใช้สิทธิจะถูกตัดสิทธิ 3 ข้อ ได้แก่ 1.การยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง 2.การลงสมัคร ส.ส.และ ส.ว. 3.สิทธิลงสมัครกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่ง กมธ.เห็นด้วยทุกข้อ รวมถึงมีข้อเสนอเพิ่มเติมอาจตัดสิทธิไม่ให้ไปรับราชการด้วย ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเพียงแค่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งเดียวจะถูกตัดสิทธิการเข้าสู่อาชีพบางอาชีพ จึงต้องคุยให้รอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาใหม่ขึ้นมา ขณะที่วิธีการนับอายุการถูกตัดสิทธิ 2 ปีจะเป็นอย่างไรนั้น กมธ.มีความเห็นหลากหลาย ทั้งให้นับต่อเนื่อง เช่น เมื่อไม่มาใช้สิทธิ เลือกตั้งถูกตัดสิทธิ 2 ปี หากยังไม่มาใช้สิทธิในการเลือกตั้งครั้งที่สองจะบวกเพิ่มอีก 2 ปี รวมเป็น 4 ปี แต่มี กมธ.บางส่วนเห็นว่าไม่ควรนำคิดรวมกับการตัดสิทธิสองปีแรก อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงการหารือเบื้องต้นและยังไม่มีข้อยุติใดๆ โดย กมธ.มีกรอบเวลาพิจารณาถึงวันที่ 26 ม.ค.61

“มาร์ค” ข้องใจ “เทือก” พลิ้วขอแก้ ก.ม.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานเครือข่ายกลุ่มประชาชนปฏิรูป เสนอแก้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองว่า ช่วงที่กำลังร่างกฎหมายฉบับนี้ นายสุเทพเป็นผู้เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ รวมทั้งสนับสนุน สนช.และผู้มีอำนาจมาโดยตลอด ต้องตั้งคำถามว่า การเสนอแก้ไขกฎหมายฉบับนี้มีเหตุผลที่เปลี่ยนไปคืออะไร ที่แปลกใจคือ การเสนอแก้ไขกฎหมายนี้ไม่ได้มุ่งที่ประเด็นอุปสรรคสำหรับพรรคใหม่ แต่พยายามบอกว่าจะทำอย่างไรกับพรรคเดิม ส่วนตัวคิดว่าติดปัญหาเดียวคือ กังวลว่าหาสมาชิกได้ไม่ทันที่จะทำไพรมารีโหวต แต่กลับไม่เสนอกลับอ้างความไม่เสมอภาค จึงไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ส่วนข้อเสนอให้ ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรคนั้น ประโยชน์ของการมีพรรคการเมืองคือ บอกว่าแต่ละพรรคมีจุดยืนทางการเมืองอย่างไร แต่หากเลือกตั้งโดยมอบอำนาจประชาชนให้คน 400 หรือ 500 คนไปทำอะไรได้ตามใจชอบ มีโอกาสเกิดความขัดแย้งตามมามากมาย ถ้าวันนี้สถานการณ์ประเทศยังเลือกตั้งไม่ได้ คสช.และรัฐบาลต้องกล้าพูดว่า เหตุใดจึงเลือกตั้งไม่ได้ตามโรดแม็ป หากปล่อยให้เกิดความคลุมเครือ จะถูกวิจารณ์ไปต่างๆนานา ที่เป็นปัญหามากที่สุดคือ ขณะนี้การสร้างขั้วการเมืองขึ้นมาใหม่ นำเรื่องอนาคตบ้านเมืองมารองรับวาระทางการเมืองของตัวเอง

“ไพบูลย์” ชงอีกงดใช้ไพรมารีโหวต

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานเครือข่ายประชาชนปฏิรูป กล่าวถึงการยื่นเสนอให้แก้ไขร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมืองว่า เรื่องที่ตนยื่นไปถูกกล่าวหาว่า เป็นการเสนอให้เลื่อนการเลือกตั้ง โดยยังยืนยันมีความจำเป็นต้องรีเซ็ตสมาชิกพรรคการเมือง อย่างไร ก็ตาม เพื่อให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นทันในเดือน พ.ย.2561 ขอเพิ่มเติมให้แก้ไขว่า ในการเลือกตั้งครั้งแรกของการใช้ พ.ร.บ.พรรคการเมืองนี้ ให้ยกเว้นการบังคับใช้ระบบไพรมารีโหวตไว้ก่อน โดยให้กรรมการบริหารพรรคที่เลือกจากที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกพรรคทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ และยกเว้นการกำหนดให้พรรค การเมืองต้องมีสมาชิกและจัดตั้งสาขาพรรค ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดจึงส่งผู้สมัคร ส.ส.ได้ และเพื่อให้ คสช.ทำหน้าที่รักษาความสงบไปจนกว่า กกต.ประกาศผลการเลือกตั้ง โดยไม่กระทบกับการเลือกตั้งเดือน พ.ย.61 ควรกำหนดให้การประชุมของสมาชิกพรรคและกรรมการบริหารพรรคเพื่อส่งผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส. สามารถทำได้ ไม่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 57/2557 และคำสั่งที่ 7/2557 โดยให้คำสั่ง คสช.ทั้ง 2 ฉบับสิ้นผลไปเมื่อ กกต.รับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งนี้ จะทำหนังสือยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมต่อนายกฯและประธาน สนช. ภายในสัปดาห์นี้

“ศรีสุวรรณ” กระทุ้งพักงาน “บิ๊กป้อม”

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ถูกตั้งข้อสงสัยครอบครองแหวนเพชร และนาฬิกาหรูจำนวนมากมาย โดยไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ว่า หลังจากที่ ป.ป.ช.เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวกรณีการจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินและอาจเข้าข่ายร่ำรวยผิดปกติ รวมทั้งมีกลุ่มภาคประชาชนร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ พล.อ.ประวิตรลาออกจากตำแหน่งแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของ พล.อ.ประวิตร จึงขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 พักงานหรือระงับการปฏิบัติหน้าที่ของพล.อ.ประวิตรในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมเป็นการชั่วคราว โดยยังไม่พ้นจากตำแหน่งและไม่ได้รับค่าตอบแทนระหว่างนี้ จนกว่า ป.ป.ช.จะตรวจสอบข้อเท็จจริงการร้องเรียนแล้วเสร็จ เช่นเดียวกับกรณีสั่งพักงาน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่าราชการ กทม. และ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตนายกเทศมนตรีบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความเสมอภาค เป็นธรรมแก่ผู้เคยต้องคำสั่งของหัวหน้า คสช. และเพื่อรักษาภาพลักษณ์ปราบโกงของ คสช.ด้วยการตัดอวัยวะบางส่วนเพื่อรักษาชีวิต

พท.ถล่มแหลกดองเรื่องตรวจสอบ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยังไม่ยอมชี้แจงที่มาของนาฬิกาและแหวนเพชร ที่มีข้อสงสัยไม่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ว่า สังคมยังคงรอฟังคำตอบจาก พล.อ.ประวิตร ยิ่งเงียบยิ่งพบข้อมูลใหม่ว่า มีภาพถ่ายนาฬิกาที่อ้างว่าเป็นของ พล.อ.ประวิตรออกมาตลอด ล่าสุดพบ Rolex Daytona เรือนละกว่า 2 ล้านบาท ไม่รู้ว่าเป็นของ พล.อ.ประวิตรจริงหรือไม่ แทนที่จะเร่งตรวจสอบและทำความจริงให้ปรากฏ กระบวนการตรวจสอบกลับอ้อยอิ่ง ถ้าเป็นนักการเมืองทั่วไปคงถูกเรียกไปให้ถ้อยคำหลายครั้งแล้ว แต่พอพวกเดียวกันกระบวนการตรวจสอบกลับไม่เร่งรีบ มิหนำซ้ำกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ยังจุดประเด็นให้ภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนต้องแสดงบัญชีรายการทรัพย์สิน หวังกลบเกลื่อนประเด็นอื่นหรือไม่ นักการเมืองไม่กลัวการตรวจสอบ แต่ต้องเขียนนิยามให้ชัดว่า ภริยานอกสมรสคืออะไร ครอบคลุมเพียงไหน ต้องไม่เลือกปฏิบัติสองมาตรฐาน

โหร คสช.เชื่อปีหน้ามีเลือกตั้งแน่

ที่วิหารหลวงหลวงปู่ ต.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ อดีตโหร คมช. ตอบข้อซักถามสื่อมวลชนเกี่ยวกับชะตาของบ้านเมืองระหว่างร่วมงานบริจาคทานมหากุศลมอบเครื่องอุปโภค บริโภคและเงินทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียนในชนบทและบนดอยสูงว่า ยุคนี้เป็นยุคจักรพรรดิทุกอย่างเป็นระเบียบแบบแผน การขับเคลื่อนของประเทศขับเคลื่อนไปโดยที่กลุ่มรัฐบาล คสช.และประชาชนทุกคนร่วมกันขับเคลื่อน ในปี 2561 การเลือกตั้งก็มี เบื้องต้นตนมองเห็นการเลือกตั้งเกิดขึ้นในบ้านเมืองแน่นอน เป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนเป็นจุดแรก ส่วนปัญหาต่างๆในส่วนของบ้านเมืองไม่น่ามีปัญหาอะไร กลุ่มที่จะมาเคลื่อนไหวเป็นกลุ่มเดิมๆ กลุ่มเหล่านี้เคยสร้างอะไรให้บ้านเมืองหรือไม่ แต่ในส่วนบ้านเมืองแล้วไม่มีปัญหา ทุกคนอยู่ด้วยความเป็นปกติสุข ไม่ต้องไปหวาดระแวงอะไร

ครอบครัวน้องเมยเมินฟังคำชี้แจง

ด้านความเคลื่อนไหวกรณีกองบัญชาการกองทัพไทย ทำหนังสือเชิญผู้ปกครองนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ “น้องเมย” นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 มารับฟังคำชี้แจงถึงสาเหตุการเสียชีวิตของน้องเมย ในวันที่ 18 ธ.ค.ว่า มีสาเหตุมาจากอาการหัวใจวายเฉียบพลันนั้น ปรากฏว่าครอบครัวของน้องเมยไม่ได้เดินทางมารับฟังคำชี้แจงในวันที่ 18 ธ.ค. โดย พล.อ.อ.ชวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหารกองบัญชาการกองทัพไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของน้องเมยกล่าวถึงกรณีญาติและครอบครัวน้องเมยไม่พอใจผลสอบ จึงไม่เดินทางมารับฟังผลสอบข้อเท็จจริงว่า ได้ประสานครอบครัวน้องเมยให้มารับฟังข้อเท็จจริงการเสียชีวิตในวันที่ 18 ธ.ค. แต่ญาติไม่มา คิดว่าน่าจะติดธุระ ดังนั้นคงได้แต่รอให้ครอบครัวน้องเมยเข้ามาพูดกันเท่านั้น โดยจัดเตรียมข้อมูลชี้แจงทำความเข้าใจกับครอบครัวไว้หมดแล้ว หากติดต่อมาเมื่อใด พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผบ.ทหารสูงสุดจะสั่งให้ตนดำเนินการ ขณะนี้ต้องรอให้ครอบครัวประสานมายังกรมกิจการพลเรือนทหารก่อน หากครอบครัวน้องเมยไม่มั่นใจ ไม่เชื่อใจการดำเนินการของคณะกรรมการฯให้มาคุยกันว่า สิ่งใดที่ไม่มั่นใจ มีข้อติดใจ จะชี้แจงทุกประเด็นที่สงสัย ถ้าไม่มาพูดคุยจะไม่มีโอกาสทำความเข้าใจกัน

ให้สิทธิพ่อแม่เกาะติดเรื่องต่อ

พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวถึงกรณีครอบครัวของนายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหาร ไม่มาฟังแถลงผลการตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตของบุตรชายว่า เบื้องต้นได้ทำหนังสือไปเชิญผู้ปกครองของน้องเมยแล้ว ส่วนผู้ปกครองจะติดภารกิจอื่นหรือไม่ว่างมาหรือไม่นั้น ยังไม่ได้รับการแจ้งกลับมา ผลการตรวจสอบการเสียชีวิตของน้องเมยเป็นไปตามที่คณะกรรมการพิจารณา ถ้ามีข้อสงสัยเพิ่มเติมที่อยู่ในกรอบคณะกรรมการพิจารณาก็สามารถชี้แจงได้ แต่หากข้อสงสัยนั้นอยู่นอกกรอบของคณะกรรมการต้องให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการชี้แจง เช่น แพทย์ ตำรวจ ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวได้รายงานต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตามสายงานการบังคับ บัญชาแล้ว หากผู้ปกครองยังติดใจขอดำเนินการต่อ ถือเป็นสิทธิที่ทำได้

บี้แก้ปัญหาประมงเป็นของขวัญปีใหม่

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินว่า ที่ประชุมเห็นชอบ หลักการซื้อเรือประมงคืนตามที่สมาคมประมงเสนอว่า มีเรือประมงไม่ทำการประมงต่อ 1,900 ลำ จึงเสนอให้รัฐบาลรับซื้อคืน โดยจะเสนอที่ประชุม ครม.เพื่อของบประมาณต่อไป ควบคู่กับการควบรวมใบอนุญาตการทำประมง ซึ่ง พล.อ.ประวิตรสั่งให้เร่งดำเนินการเป็นของขวัญปีใหม่แก่ชาวประมง จะดำเนินการได้ในวันที่ 27 ธ.ค. ทำให้เรือประมงในท้องทะเลอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังเห็นชอบหลักการจัดตั้งกองทุนพัฒนาเรือประมงที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิรูปด้านประมง พล.อ.ประวิตรย้ำทุกส่วนราชการช่วยเหลือการแก้ไขปัญหาให้ได้ เพื่อปลดล็อกใบเหลืองจากอียู เพราะถ้าทำไม่ได้ ธุรกิจประมงทั้งระบบที่มีมูลค่ากว่าแสนล้านบาท จะได้รับผลกระทบ ถ้าปล่อยปละละเลยถือเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่ ผู้เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการแก้ปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำ โดยสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาช่วงเวลาส่งออกปาล์มที่เหมาะสม พร้อมผลักดันหน่วยงานต่างๆนำน้ำมันปาล์มไปผลิตไบโอดีเซล เพื่อใช้เป็นพลังงาน และกวดขันการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มผิดกฎหมาย

ปชป.จี้รัฐแก้ราคาปาล์มดิ่งเหว

นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ 2.90-2.50 บาท ว่า ขอเรียกร้องถึงรัฐบาลให้เร่งแก้ไขปัญหาโดยด่วน เพราะเป็นพืชเศรษฐกิจอีกตัวที่น่าห่วง ขอเสนอทางออกที่รัฐบาลทำได้ในทันทีคือ การให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ใช้โรงไฟฟ้าที่ จ.กระบี่ นำน้ำมันปาล์มดิบไปผลิตกระแสไฟฟ้า โดยรัฐบาลให้งบอุดหนุน กฟผ. 1,000 ล้านบาท อาจใช้งบกลางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้านี้ได้ทันที ซึ่งโรงไฟฟ้า จ.กระบี่ ได้รับการปรับปรุงปี 2558 โดยใช้งบ 49 ล้านบาท ให้ใช้น้ำมันปาล์มผลิตกระแสไฟฟ้าได้ มีกำลังผลิต 432 ตันต่อวัน แต่ที่ผ่านมา กฟผ.ไม่ได้ใช้ผลิต อ้างว่าต้นทุนสูงกว่าน้ำมันเตาเท่าตัว แต่ภาวะที่ราคาปาล์มน้ำมันตกต่ำมาก เห็นว่า กฟผ.ต้องรีบนำน้ำมันปาล์มดิบมาผลิตกระแสไฟฟ้า โดยรัฐบาลควรสนับสนุนงบดังกล่าว เพื่อเป็นค่าส่วนต่างการผลิตไฟฟ้าที่สูงขึ้นนั้น จะช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มจากระบบได้มากกว่า 5 หมื่นตัน ทำให้ราคาปาล์มน้ำมันในตลาดสูงขึ้นทันที เป็นการช่วยเกษตรกรสวนปาล์มและนำพลังงานทางเลือกมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า

นายกฯบี้โปรโมตผลงานรัฐบาล

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ถึงการขับเคลื่อนงานด้านการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. อยากให้ชี้แจงประชาชนว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ แต่ละสัปดาห์ ประชาชนได้อะไร บ้าง ส่วนลักษณะการสื่อสารขณะนี้มีช่องทางวิทยุปกติ โทรทัศน์ และโซเชียลมีเดีย มีช่องไลน์ รับฟัง จากรัฐบาลจริงๆ เช่น โครงการต่างๆที่ทำเพื่อคนจน หรือเรื่องเอสเอ็มอี ประชาชนไม่รู้ว่าจะได้อะไรชัดขึ้นตรงขึ้น จึงต้องจัดพื้นที่ให้หน่วยงานต้นสังกัดเป็นผู้ชี้แจงประชาชนคือ สิ่งที่นายกฯอยากให้ทำในเชิงรุกมากขึ้น ส่วนช่องทางที่จะให้ประชาชนสามารถตอบกลับมานั้นกำลังดูอยู่ คาดว่าในสัปดาห์นี้จะได้ประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้อง

หาช่องเพิ่มรายได้ลงทุนเข้าประเทศ

วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย พล.อ. ประยุทธ์กล่าวก่อนการประชุมว่า การประชุมครั้งนี้มีประเด็นสำคัญคือ จะทำอย่างไรให้เกิดการพัฒนา การลงทุนในประเทศไทยให้ประเทศไทยมีรายได้สูงขึ้น โดยเน้นกิจกรรมส่งเสริมการลงทุน ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ จึงต้องคิดหาวิธีการทำให้ได้ โดยอยู่บนพื้นฐานความไว้วางใจ ความเชื่อใจของประชาชน เพราะไม่สามารถบังคับทุกอย่างได้แต่ต้องทำให้ทุกคนยอมรับในหลักการและวิธีการที่ถูกต้อง

“วัฒนา” สู้คดีโพสต์หมุดหาย

วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ เป็นจำเลย ฐานทำให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนฯ กรณีการโพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “หมุดที่หายไปเป็นสมบัติของชาติ” ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด มีทัศนคติไม่ดีและเกลียดชังรัฐบาล โดยศาลอ่านคำฟ้องให้จำเลยฟังและสอบถาม ปรากฏว่านายวัฒนาให้การปฏิเสธ ศาลกำหนดนัดสืบพยานโจทก์ 11 ปาก ใช้เวลา 3 นัด และสืบพยานจำเลย 11 ปาก ใช้เวลา 4 นัด เริ่มสืบพยานโจทก์นัดแรกในวันที่ 9 ต.ค.61 เวลา 09.00 น.

ป.ป.ช.ฟันคดีทุจริตเงินทอนวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถึงความคืบหน้าการไต่สวนกรณีการกล่าวหานายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และ น.ส.ประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ. ร่วมกันทุจริตเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณปฏิสังขรณ์วัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยา มูลค่ากว่า 20 ล้านบาทว่า ล่าสุด ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนายนพรัตน์ นายพนม และ น.ส.ประนอม กรณีมีพฤติการณ์เข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ เพื่อดำเนินการส่งให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีส่งฟ้องต่อศาลต่อไป รวมทั้งส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามความผิดวินัยร้ายแรงด้วย ซึ่งในวันที่ 19 ธ.ค. เวลา 14.00 น. คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะแถลงข่าวกรณีดังกล่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ

หัก กรธ.ต่อวีซ่า ป.ป.ช.อยู่ยาว

วันเดียวกัน ที่รัฐสภามีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มี พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ เป็นประธาน เพื่อหาข้อสรุปเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ใช้เวลาหารือยาวนานกว่า 10 ชั่วโมง จนถึงช่วงค่ำ โดยที่ประชุมได้อภิปรายหารืออย่างกว้างขวางถึงประเด็นสถานะการดำรงตำแหน่งของ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอให้รีเซ็ตกรรมการ ป.ป.ช. ที่มีคุณสมบัติขัดกับรัฐธรรมนูญปี 2560 แต่ปรากฏว่า กมธ.เสียงข้างมากที่เป็นอดีตนายทหาร ตำรวจ เห็นว่าควรปรับแก้เนื้อหาให้กรรมการ ป.ป.ช.สามารถดำรง ตำแหน่งต่อไปได้จนครบวาระ 9 ปี แต่ กมธ.เสียงข้างน้อยไม่เห็นด้วย จึงต้องอภิปรายต่อสู้กัน ในที่สุด กมธ.เสียงข้างมากเป็นฝ่ายโหวตชนะ ทำให้กรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน จำนวน 7 คน จาก 9 คน ที่มีคุณสมบัติไม่ครบตามรัฐธรรมนูญ สามารถดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ต่อไปได้จนครบ 9 ปี ขณะเดียวกันยังมีการเพิ่มอำนาจให้ ป.ป.ช.สืบค้นข้อมูลนักการเมือง ข้าราชการ ทางโทรศัพท์ และอุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยเตรียมนำเข้าสู่ที่ประชุม สนช.เพื่อลงมติให้ความเห็นชอบวาระ 2-3 ในวันที่ 21 ธ.ค.นี้