วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตั้ง 'ฉายาแห่งปี' ผบ.ตร.สายแข็ง

สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย “หยิกแกมหยอก” ตั้งฉายา 10 ตำรวจ ประจำปี 60 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ฉายา “ผบ.ตร.สายแข็ง” พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ฉายา “มือปราบพระกาฬ” พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. ฉายา “น.1 ไม่บึ่งแล้ว” พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 ฉายา “ฉลามตาฟาง” ส่วน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ฉายา “นายพลศูนย์เหรียญ” สุดท้าย พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. ฉายา “เอ็ม 5 บ้าพลัง” จากวีรกรรมวิ่งไล่จับผู้ต้องหาหนีจากห้องสอบสวน ก่อนเอาตัวแบกขึ้นบ่ากลับไปดำเนินคดี

ที่ศูนย์ปฏิบัติการสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพ อาชญากรรมแห่งประเทศไทย เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 18 ธ.ค. นายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย นายสุชัย พงษ์เพียรชอบ ประธานที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร นายสมชาย จรรยา รองนายกสมาคมฯ นายสุรชัย นิโครธานนท์ รองนายกสมาคมฯ นายธนากร ริตุ เลขาธิการสมาคมฯ และตัวแทนจากสื่อต่างๆร่วมกันแถลงข่าวการตั้งฉายาตำรวจประจำปี 60

นายไพโรจน์กล่าวว่า จากการที่ผู้สื่อข่าวสายอาชญากรรมปฏิบัติงานและติดตามผลงานอย่างใกล้ชิดกับแหล่งข่าวที่เป็นตำรวจ ก่อนนำเสนอต่อสายตาประชาชนจนเป็นที่ยอมรับของสังคม ในรอบปี 60 ทางสมาคมจึงพิจารณาตั้งฉายานายตำรวจเหมือนเช่นทุกปี ทั้งหมดเป็นการตั้งฉายาเชิงหยิกแกมหยอก สะท้อนถึงการทำงานของตำรวจ เจตนาสร้างสีสันให้กับวงการตำรวจและสื่อมวลชนสายอาชญากรรมที่ทำงานคู่กันมาตลอด ทั้งนี้ในที่ประชุมมีผู้สื่อข่าวจากทุกสังกัดเสนอชื่อนายตำรวจเข้ามาจำนวนมาก ก่อนคณะกรรมการคัดเลือกเพียง 10 นาย ประกอบด้วย

1.พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ฉายา “ผบ.ตร. สายแข็ง” เนื่องจากที่ผ่านมามีข่าวลือออกมาเป็นระยะว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์อาจถูกปลดจากตำแหน่ง รวมทั้งกระแสข่าวถูกบังคับให้ลาออก เพื่อไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีใน “ครม.ประยุทธ์ 5” แต่สุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องออกมาดับกระแสข่าว ให้เหตุผล พล.ต.อ.จักรทิพย์ทำงานดีอยู่แล้ว ทั้งที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีผลงานโดดเด่น โดยเฉพาะคดีใหญ่ๆ ผบ.ตร.จะลงไปกำกับดูแลด้วยตนเอง อาทิ คดีฆ่ายกครัว 8 ศพ ที่ จ.กระบี่ นอกจากนี้ ยังนำตำรวจลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมหลายพื้นที่ รวมทั้งจัดระเบียบไม่ให้ตำรวจประพฤตินอกรีต ด้วยเหตุนี้สื่อมวลชนสายอาชญากรรมจึงให้ฉายาว่า “ผบ.ตร.สายแข็ง”

2.พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ฐานะโฆษก ตร. ฉายา “มือปราบพระกาฬ” เนื่องจาก พล.ต.อ.วิระชัย เป็นนายตำรวจที่สื่อมวลชนมองว่าเป็นตำรวจน้ำดี มือสะอาด ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ลงไปปราบปรามคดีสำคัญๆมากมายส่วนใหญ่เป็นปัญหาระดับประเทศ อาทิ คดียูฟันมีผู้เสียหายกว่า 2,000 ราย ผู้ต้องหาโดนจำคุกกว่า 12,255 ปี นอกจากนี้ ยังลงไปจับกุมนายทุนเงินกู้ยึดบ้าน ที่ดินและทรัพย์สินคืนให้ผู้เสียหาย รวมทั้งคดีครูจอมทรัพย์ ทั้งยังอยู่ระหว่างดำเนินการทวงคืนพื้นที่วนอุทยานเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล ถูกนายทุนบุกรุกพื้นที่ของโรงพัก งานนี้หลายฝ่ายจับตามองดูอยู่ว่าจะสำเร็จหรือไม่

3.พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. ฉายา “มือปราบหมื่นล้าน” เจ้าของวลีเด็ด “ผมจะทำให้มันจนยิ่งกว่าขอทาน” เนื่องจากที่ผ่านมามีการกวาดล้างจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายใหญ่อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะคดีของนายไซซะนะ พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ ชาว สปป.ลาว มี “เบนซ์ เรซซิ่ง” สามีดาราสาวเข้ามาเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ยังขยายผลในทางลับจนสามารถจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญที่เป็นเจ้าของบัญชีรับโอนเงินจากเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในประเทศไทย ก่อนโอนไปยังโรงงานผลิตยาในประเทศพม่า มีพฤติการณ์รับโอนเงินมากว่า 10 ปี มีเงินหมุนเวียนต่อปีมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท เป็นที่มาของฉายา “มือปราบหมื่นล้าน”

4.พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. ฉายา “น.1 ไม่บึ่งแล้ว” เนื่องจากก่อนหน้านี้ในยุคของ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น คนเก่า เมื่อเกิดคดีสำคัญๆไม่ว่าจะเป็นคดีเล็กหรือคดีใหญ่ ผู้สื่อข่าวจะเห็นอดีต ผบช.น. เดินทางมาที่เกิดเหตุทุกคดี ทำให้ประชาชนอุ่นใจ ตรงกันข้ามกับ ผบช.น.คนปัจจุบัน เป็นที่มาของฉายา “น.1 ไม่บึ่งแล้ว”

5.พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ. 2 ฉายา “ฉลามตาฟาง” พื้นที่รับผิดชอบของ บช.ภ.2 ส่วนใหญ่จะอยู่ติดชายทะเลตลอดระยะเวลาที่ พล.ต.ท.จิตติ มาดำรงตำแหน่ง มีชาวบ้านร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องอบายมุขหรือสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้รับการแก้ไขหรือขจัดปัดเป่าข้อร้องเรียนให้ดีขึ้น แถมยังปล่อยให้ปัญหาอาชญากรรมผุดขึ้นอย่างมากมาย เป็นที่มาของฉายา “ฉลามตาฟาง”

6.พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. ฉายา “นายพลศูนย์เหรียญ” ที่ผ่านมานายตำรวจผู้นี้เปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญร่วมกับหลายภาคส่วน สามารถอายัดรถบัสนำเที่ยว 2,086 คัน บัญชีเงินสดกว่า 90 บัญชี มูลค่ากว่า 13,000 ล้าน เพื่อดำเนินคดีกับเครือข่ายนี้ แต่สุดท้ายศาลอาญามีคำสั่งยกฟ้องผู้ต้องหาเท่ากับว่าที่ทำมานั้นสูญเปล่า เป็นที่มาของฉายา “นายพลศูนย์เหรียญ”

7.พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ป.ป.ป. ฉายา “มือพิฆาตมารศาสนา” สืบเนื่องจากการตรวจสอบ คดีทุจริต “เงินทอนวัด” รวมทั้งการบุกค้นบ้านนายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. หลังพบเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับคดี จนถึงปัจจุบันก็ยังคงสืบสวนจับกุมผู้ร่วมขบวนการอย่างต่อเนื่อง เป็นที่มาของฉายา “มือพิฆาตมารศาสนา”

8.พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. ฉายา “แมนไทยลีก” ที่ผ่านมา พล.ต.ต.อิทธิพล มีชื่อเล่นว่า “แมน” ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาให้ติดตามสืบสวนคดี “ล้มบอลไทยพรีเมียร์ลีก” อย่างลับๆ จนสามารถหาข้อมูลและตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่มีส่วนร่วมในคดีได้จำนวนมาก ขณะนี้ยังคงสืบสวนหาผู้บงการที่เกี่ยวข้องอีกแบบถอนรากถอนโคน เป็นที่มาของฉายา “แมนไทยลีก”

9.พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. ฉายา “นักสืบโลกลืม” เนื่องจากเป็นนายตำรวจที่อยู่เบื้องหลังการปิดคดีสำคัญหลายๆคดีที่เกิดขึ้นในพื้นที่นครบาล แต่กลับกัน ในการแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาจะเห็นแต่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาแถลง ถือเป็นผู้ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังจนสำเร็จแทบ ทุกคดี เป็นที่มาของฉายา “นักสืบโลกลืม”

10.พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. ฉายา “เอ็ม 5 บ้าพลัง” จากเหตุการณ์ที่ผู้ต้องหาคดีโจรกรรมรถยนต์กระโดดหนีจากห้องสอบสวน บก.ป. ขณะนั้น พ.ต.อ.ภูมินทร์ ผ่านมาเห็นเหตุการณ์เลยวิ่งไล่คนร้าย กระทั่งจับกุมตัวได้ ก่อนเอาผู้ต้องหาแบกขึ้นบ่านำตัวกลับมาส่งให้พนักงานสอบสวน ปรากฏ เป็นข่าวตามสื่อต่างๆ เป็นที่มาของฉายา “เอ็ม 5 บ้าพลัง”