วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปิดตำนาน“กาก้า”

ปิดตำนาน“กาก้า”

โดย หมวดแซม
19 ธ.ค. 2560 05:01 น.
  • Share:

หากเอ่ยถึงนักเตะรูปหล่อหน้าตาดีในวงการลูกหนังโลก นอกจากเดวิด เบคแคม อดีตกองกลางเท้าชั่งทองชาวอังกฤษแล้ว ก็ต้องมีชื่อของริคาร์โด กาก้า อดีตเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติบราซิล ติดอยู่ในทำเนียบเทพบุตรสุดหล่อของโลกลูกหนังอย่างแน่นอน

แต่ล่าสุด “กาก้า” ได้ออกมาประกาศแขวนสตั๊ด ยุติอาชีพค้าแข้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในวัย 35 ปี หลังโลดแล่นอยู่ในวงการลูกหนังมายาวนานเกือบ 2 ทศวรรษ

ดาวเตะหน้าหยกชาวบราซิเลียนลงเล่นฟุตบอลฤดูกาลสุดท้ายในอาชีพค้าแข้งของเขากับออร์แลนโด ซิตี้ ทีมในศึกเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ (เอ็มแอลเอส) ของสหรัฐฯ ก่อนจะประกาศเลิกเล่นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

กาก้าเขียนข้อความอำลาเกมลูกหนังผ่านทวิตเตอร์และไอจีส่วนตัวว่า “มันยิ่งใหญ่และมากมายกว่าที่ผมจินตนาการไว้เสียอีก ขอบคุณ ตอนนี้ผมพร้อมแล้วสำหรับการเดินทางครั้งต่อไป ในนามของพระเยซู, อาเมน”

สำหรับกาก้า เขาไม่ใช่มีดีแค่หน้าตาหล่อเหลาอย่างเดียว แต่ยังเป็นนักฟุตบอลที่มีชั้นเชิงแพรวพราว, มีเทคนิคและความสามารถเฉพาะตัวที่ยอดเยี่ยม แถมยังยิงฟรีคิกได้เฉียบขาดอีกด้วย

กาก้าเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับเซา เปาโล ทีมยักษ์ใหญ่แห่งบราซิล โดยขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2001 ก่อนย้ายไปอยู่กับ “ปิศาจแดงดำ” เอซี มิลาน สโมสรชั้นนำแห่งศึกกัลโชซีรีเอ อิตาลี ในปี 2003

เขาสร้างชื่อเสียงโด่งดังกับเอซี มิลาน ด้วยการนำทัพ “ปิศาจแดงดำ” ผงาดคว้าแชมป์กัลโชซีรีเอ ฤดูกาล 2003-04 และพามิลานเข้าชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2004-05 แต่ชวดแชมป์

อย่างไรก็ตาม กาก้าก็นำเอซี มิลาน ประกาศศักดาคว้าแชมป์ถ้วยใหญ่ยุโรปจนได้ ในซีซั่น 2006-07

ด้วยผลงานสุดยอดกับมิลาน ทำให้กาก้า คว้ารางวัลบัลลงดอร์ไปครอง ในปี 2007 ซึ่งเขาเป็นนักเตะคนสุดท้ายที่ได้รางวัลนี้

ก่อนที่คริสเตียโน โรนัลโด ดาวเตะซุปเปอร์สตาร์เรอัล มาดริด กับลิโอเนล เมสซี ยอดกองหน้าบาร์เซโลนา จะผลัดกันครองความยิ่งใหญ่บนเวทีบัลลงดอร์จนกระทั่งถึงปัจจุบัน

หลังจากนั้น กาก้าได้ปฏิเสธโอกาสที่จะย้ายมาสวมชุด “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 100 ล้านปอนด์ แต่เขากลับเลือกย้ายซบ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ทีมยักษ์ใหญ่แดนกระทิงดุ ด้วยค่าตัวสถิติโลกในขณะนั้น 56 ล้านปอนด์ (2,520 ล้านบาท) ในปี 2009

ช่วงที่ค้าแข้งในถิ่นซานติอาโก เบอร์นาบิว กาก้าช่วยให้เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ลาลีกา ฤดูกาล 2011-12 ก่อนที่เขาจะย้ายกลับมาเล่นให้เอซี มิลาน อีกเป็นรอบที่ 2 ในปี 2013

จากนั้นเขาก็เซ็นสัญญาย้ายไปเล่นกับ ออร์แลนโด ซิตี้ ทีมในเมเจอร์ลีก สหรัฐฯ ในปี 2014 โดยเขาใช้เวลาค้าแข้งกับออร์แลนโด 3 ปี แต่ฤดูกาลสุดท้ายของเขา กาก้าได้ลงเล่นแค่ 18 นัดเท่านั้น เนื่องจากถูกอาการบาดเจ็บรบกวน

ส่วนผลงานกับทีมชาตินั้น กาก้าติดทีมชาติบราซิลทั้งสิ้น 92 นัด โดยเขาเป็นหนึ่งในขุนพล“แซมบ้า”ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก ปี 2002 ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพร่วมกัน

นอกจากนี้ เขายังคว้าแชมป์คอนเฟดเดอเรชันส์คัพ ร่วมกับบราซิล ในปี 2005 และ 2009 ด้วย

ในวัย 35 ปี ถึงเวลาแล้วที่กาก้าจะปิดฉากอำลาอาชีพพ่อค้าแข้ง เพื่อเตรียมผันตัวไปทำงานเบื้องหลังเป็นผู้จัดการทีมต่อไป

หวังว่า “กาก้า” จะไปได้สวยกับบทบาทใหม่ บางทีเขาอาจจะกลายเป็นกุนซือที่หล่อที่สุดในโลกก็ได้.

หมวดแซม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้