วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โจ๊ก แถลงรวบหนุ่มไต้หวันคาสนามบิน พกบัตรเดบิตอื้อ โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ตร.ท่องเที่ยว ร่วมกับศุลกากร จับกุมผู้ต้องหาหนุ่มไต้หวัน นำเข้าบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม เครื่องรับรหัสธุรกรรมทางการเงิน หรือ Token และซิมการ์ดโทรศัพท์ เชื่อว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องแก๊งคอลเซ็นเตอร์...




เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 18 ธ.ค.60 ที่ กก.3 บก.ทท.1 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.ต.ต.ธัชชา ธาตุศาสตร์ รองผบช.ทท. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท. พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท.1 พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ นายธนิต วัฒน์ธนนันท์ ผอ.ส่วนควบคุมทางศุลกากร สนง.ตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายหวัง จิง ติง (Mr.Wang Jing-Ting) อายุ 20 ปี ชาวไต้หวัน พร้อมของกลาง บัตรเดบิตธนาคารต่างๆ ของประเทศจีน (Union Pay) จำนวน 58 ใบ เครื่องรับรหัสธุรกรรมทางการเงิน หรือ Token และซิมการ์ดโทรศัพท์อีก จำนวนหนึ่ง โดยจับกุมได้บริเวณช่องตรวจไม่มีสิ่งของต้องสำแดง (ช่องเขียว) ทางออก B 



สืบเนื่องจากเวลาประมาณ 10.30 น. วันนี้ เจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบเห็นชายลักษณะคล้ายชาวจีน เดินถือกระเป๋าสัมภาระผ่านช่องตรวจไม่มีสิ่งของต้องสำแดง (ช่องเขียว) ทางออก B อาคารผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ ต้องสงสัยว่าจะมีสิ่งของที่ยังไม่ได้ชำระค่าภาษีอากร ของต้องห้าม หรือของที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่จึงแสดงบัตรขอตรวจค้น เมื่อเปิดกระเป๋าสัมภาระล้อลาก ก็พบสินค้าประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับทำธุรกรรมทางการเงิน พร้อมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของบุคคลอื่นและเอกสาร โดยสินค้าทั้งหมดถูกจัดแบบเป็นชุด บรรจุในซองพลาสติกอีกทอดหนึ่ง โดยไม่มีเสื้อผ้าของชายคนดังกล่าว 


เจ้าหน้าที่จึงสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ชื่อนาย หวัง จิง ติง เป็นชาวไต้หวัน เดินทางมาจากไทเปโดยสารการบินไทย เที่ยวบิน ทีจี637 ส่วนกระเป๋าใบดังกล่าวได้มีคนรู้จักว่าจ้างให้ตนนำของที่อยู่ในกระเป๋ามาส่งให้กับผู้รับในประเทศไทย โดยจะมารับของจากตนที่สนามบิน โดยตนไม่ทราบว่าของดังกล่าวจะนำไปใช้อย่างไร และเมื่อส่งของเสร็จก็จะบินกลับไปทันทีและไปรับค่าจ้างที่ไทเป



พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท. กล่าวว่า จากการสืบสวนและตรวจสอบของกลางทั้งหมด เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในไต้หวัน ที่มาใช้ไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด เนื่องจากบัตรที่พบเป็นของจริงลักษณะเป็นการว่าจ้างให้เปิดบัญชีและนำบัตรมาให้เพื่อให้แก๊งนำไปใช้หลอกลวงเหยื่อที่ไต้หวัน ให้หลงเชื่อแล้วโอนเงินเข้ามายังบัญชีเหล่านี้ เบื้องต้นจึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบ ส่วนนายหวัง จิง ติง นำตัวส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีในข้อหา นำเข้ามาในราชอาณาจักรไทยซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร และมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ 



นอกจากนี้ ทางรอง ผบช.ทท. ยังได้แถลงผลการจับกุม นายไกรวุฒิ ไกรสรศิวเวท อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาลอยแพลูกทัวร์ไปฮ่องกงเมื่อวานนี้ ตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ จ 1018/2560 ในความผิดฐานประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต ถึงแม้ทางผู้ต้องหาจะคืนเงินให้ผู้เสียหายครบตามจำนวนแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากเมื่อตรวจสอบจากสารบบบริษัทนำเที่ยวของสำนักทะเบียนกรมการท่องเที่ยวพบว่า บริษัท วีทราเวล พลัส จำกัด ครบกำหนดชำระค่าธรรมเนียมในวันที่ 4 พ.ย.60 แต่จากการประสานกับนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ภาคเหนือ เขต 3 (พิษณุโลก) ได้รับแจ้งว่า บริษัท วีทราเวลพลัส จำกัด ได้ถูกยกเลิกทะเบียนบริษัท เมื่อวันที่ 2 ต.ค.60 และได้รับเงินประกันคืนเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นการที่ผู้ต้องหารับจัดโปรแกรมนำเที่ยวทั้งที่ไม่มีใบประกอบธุรกิจนำเที่ยว จึงถือว่าเป็นความผิด.



ตร.ท่องเที่ยว ร่วมกับศุลกากร จับกุมผู้ต้องหาหนุ่มไต้หวัน นำเข้าบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอม เครื่องรับรหัสธุรกรรมทางการเงิน หรือ Token และซิมการ์ดโทรศัพท์ เชื่อว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องแก๊งคอลเซ็นเตอร์... 18 ธ.ค. 2560 19:54 18 ธ.ค. 2560 20:27 ไทยรัฐ