วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมัดต่อหมัด หนุน-ต้าน บุหรี่ไฟฟ้า ไทยในกะลาหรือข้ออ้างสิงห์อมควัน

ยังคงเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ที่ชี้ให้เห็นว่า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ไม่ได้ปลอดสารพิษ และมีผลการวิจัยพบว่า ควัน หรือไอจากบุหรี่ไฟฟ้า สามารถทำให้เกิดมะเร็งได้ เพราะมีสารฟอร์มาลดีไฮด์สูงถึง 15 เท่าของบุหรี่มวนทั่วๆ ไป อีกทั้งยังกังวลว่า วัยรุ่นที่ลองสูบบุหรี่ไฟฟ้า จะกลายเป็นผู้สูบบุหรี่ประจำในที่สุด จนต้องออกมาตรการมาควบคุม โดยกำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร และห้ามขาย หรือห้ามให้บริการบุหรี่ไฟฟ้าด้วย

ขณะที่ กลุ่มนักสูบบุหรี่ไฟฟ้า มองในอีกมุมหนึ่ง ยิ่งรัฐบาลกำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าต้องห้าม ยิ่งจะทำให้บุหรี่ไฟฟ้าลงไปอยู่ใต้ดิน และรัฐไม่สามารถควบคุมการเข้าถึงของเยาวชนได้ รวมทั้งยังต้องสูญเสียรายได้จากการเก็บภาษีสรรพสามิต พร้อมอ้างประเทศที่เจริญแล้วยอมรับ และสนับสนุนให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า จนล่าสุด “กลุ่มลาขาดควันยาสูบ Facebook บุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร” ได้ออกมาร้องเรียนรัฐบาล ขอให้ลดระดับบุหรี่ไฟฟ้าจาก “สินค้าต้องห้าม” เป็น “สินค้าควบคุม” ผ่านเว็บไซต์ Change.org

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ เปิดข้อเท็จจริงแบบหมัดต่อหมัดของทั้ง ฝ่ายสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้า และ ฝ่ายต้านบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งนำทีมโดย ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เทียบให้เห็นกันชัดๆ ในประเด็นเดียวกัน ยกนี้จะซัดกันในรูปแบบไหน ผลจะออกมาเป็นอย่างไร โปรดติดตาม...

ฝ่ายสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้า - ผลวิจัยของต่างประเทศ โดยเฉพาะสหราชอาณาจักรที่ว่า
บุหรี่ไฟฟ้ามีอันตราย น้อยกว่า บุหรี่จริง ถึง 95%

ฝ่ายต้านบุหรี่ไฟฟ้า - เรื่องนี้เป็นข้อมูลเก่าที่ประชุมกันเมื่อปี 2556 รายงานเมื่อปี 2558 และไม่มีหลักฐาน มีเพียงความเห็นของผู้เชี่ยวชาญกลุ่มหนึ่ง และมีอย่างน้อย 2 รายเกี่ยวข้องกับบริษัทบุหรี่ไฟฟ้า โดยมีเพียง 2 องค์กรที่ยอมรับ โดยยอมรับแค่บางส่วนเท่านั้น ขณะที่มีองค์กรที่ค้านมากกว่า กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ Public Health England, องค์การอนามัยโลก, สหภาพยุโรป ต่างก็ค้านรายงานที่ว่า “บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่า 95%”

แต่ที่สำคัญหลังจากนั้น มีรายงานที่เพิ่งออกมาเมื่อปีที่แล้ว เกี่ยวกับผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยมีความเสี่ยงการเกิดโรคปอด โรคหัวใจ และหลอดเลือด ซึ่ง 2 ใน 3 ของผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ธรรมดา เกิดจากโรคดังกล่าว และในประเทศสหรัฐฯ พบว่าเด็กที่ไม่ได้สูบบุหรี่ ไปเริ่มต้นการสูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้วนำไปสู่การติดบุหรี่มวนภายในเวลา 1 ปี

ดังนั้น ผลวิจัยที่กล่าวอ้างมามีเพียงแค่รายงานเดียว และไม่เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป วงการวิชาการ รวมทั้งองค์การอนามัยโลกด้วย

ฝ่ายสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้า - รัฐบาลอังกฤษส่งเสริมให้ประชาชนใช้บุหรี่ไฟฟ้าในการเลิกบุหรี่

ฝ่ายต้านบุหรี่ไฟฟ้า - กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ ระบุว่า คนที่หันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าอาจจะให้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในการเลิกบุหรี่ แต่ก็ควรจะเลิกบุหรี่ไฟฟ้าไปด้วย แต่อย่างไรก็ตาม แนะนำให้เลิกบุหรี่ด้วยบริการเลิกบุหรี่ฟรีที่มีอยู่แล้ว ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้าอาจจะเป็นทางเลือกหนึ่งเท่านั้น

ฝ่ายสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้า - บุหรี่ไฟฟ้าสามารถช่วยเลิกบุหรี่ได้จริง

ฝ่ายต้านบุหรี่ไฟฟ้า - เรื่องนี้ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด รายงานขององค์การอนามัยโลกบอกว่า การใช้บุหรี่ไฟฟ้า และให้แพทย์ช่วยเลิกบุหรี่ ผลเท่ากับการใช้ยา ไม่ได้ดีกว่าการใช้ยา แต่ถ้าเอาบุหรี่ไฟฟ้าไปให้คนไข้ใช้เอง มันจะได้ผลน้อยกว่าอีกคนที่เอายาไปกินเอง ก็ยากที่จะเลิกบุหรี่สำเร็จ ซึ่งหากจะเลิกได้จริงต้องอยู่ภายใต้การกำกับของแพทย์

ฝ่ายสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้า - รัฐผูกขาดให้คนติดบุหรี่ไม่มีทางเลือก แม้มีงานวิจัยในต่างประเทศแต่เลือกที่จะปิดกั้น

ฝ่ายต้านบุหรี่ไฟฟ้า - มีทางเลือกอยู่แล้ว เพราะรัฐมีหน่วยงานให้บริการเลิกบุหรี่ทั่วประเทศ เขาอยากให้ไปเลิกกับแพทย์และยา มากกว่าการใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นตัวช่วยให้เลิก เพราะไม่มีหลักฐานว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยให้คนเลิก ไม่ได้ดีกว่า หรือมีประสิทธิภาพมากกว่าที่แพทย์ทั้งหลายใช้ยารักษาเพื่อเลิกบุหรี่ และยังปลอดภัยกว่า รวมทั้งถูกกว่าบุหรี่ไฟฟ้าด้วย

ฝ่ายสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้า - หน่วยงานของรัฐ และเอกชนที่น่าเชื่อถือ เช่น กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ,
ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์ในสหราชอาณาจักร, สถาบันมะเร็ง, องค์การอาหารและยาในสหรัฐฯ
รวมถึงอีกหลายๆ สถาบันที่ยืนยันตรงกันว่า นวัตกรรมบุหรี่ไฟฟ้าจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญ
ที่ช่วยชีวิตผู้สูบบุหรี่ในปัจจุบันได้ มีเพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น ที่ยังคงให้ข้อมูลที่บิดเบือนแก่ประชาชน

ฝ่ายต้านบุหรี่ไฟฟ้า - มีแค่ 3 องค์กรเท่านั้น และหลังจากนั้นมีรายงานออกมาอีกมากมายที่ไม่ได้บอกว่า บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยอย่างที่เชื่อกันมา

ฝ่ายสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้า - ข้อมูลงานวิจัยที่บ่งชี้ได้ชัดเจนว่า
บุหรี่ไฟฟ้า มีอันตราย ประเทศไทย ถึงได้ออกกฎหมายห้าม

ฝ่ายต้านบุหรี่ไฟฟ้า - มีรายงานออกมาว่า บุหรี่ไฟฟ้าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเนื้อเยื่อปอดในหนู เหมือนกับหนูที่ได้รับควันบุหรี่มวน ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผนังหลอดเลือดในคน เหมือนกับคนที่สูบบุหรี่ แต่ระยะยาวยังไม่มีข้อมูล

และอันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้า อาจจะ “น้อยกว่า” บุหรี่มวนธรรมดา โดยเฉพาะเรื่องมะเร็ง เพราะสารก่อมะเร็งน้อยกว่า ไม่มีการเผาไหม้ แต่อันตรายเรื่องโรคปอด กับโรคหัวใจ เรายังไม่รู้ในระยะยาว เพราะว่าเพิ่งจะเริ่มใช้บุหรี่ไฟฟ้ากันมาไม่ถึง 10 ปี

เมื่อรัฐบาลห้ามไปแล้วก็แนะนำว่าอยากจะให้ห้ามต่อไป เพื่อดูผลรายงานวิจัย รายงานการระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในสหรัฐฯ หรือในประเทศอื่นๆ แล้วค่อยตัดสินใจเชิงนโยบาย

ส่วนเมื่อปี 58 องค์การอนามัยโลกร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขสำรวจการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กอายุ 13-15 ปี พบว่า ผู้ชาย 4.9% ผู้หญิง 1.9% ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่า หากอนาคตอัตราการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กเพิ่มขึ้นกว่านี้ จะเกิดอะไรขึ้นกับสังคม และเวลาเด็กติดบุหรี่มวนธรรมดา มีจำนวนมากถึง 70% ที่ไม่ได้เลิกบุหรี่ตลอดชีวิต และหากเกิดติดบุหรี่ไฟฟ้า จะมี 2 ทาง 1 .ติดบุหรี่ไฟฟ้าตลอดไป 2. กลับมาติดบุหรี่มวนธรรมดา ถามว่า “สินค้าชิ้นนี้ให้อะไรกับเยาวชน?” นอกจากอาการเสพติด และอันตรายต่อร่างกาย และ “เราควรควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าไหม?”

ฝ่ายสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้า - หลายประเทศทั่วโลกให้การสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้าว่าช่วยชีวิตนักสูบ แต่ประเทศไทย บทลงโทษของการมีสิ่งนี้ไว้ในครอบครองดูรุนแรงยิ่งกว่ายาเสพติด

ฝ่ายต้านบุหรี่ไฟฟ้า - โทษรุนแรงไปใช้กฎหมายห้ามมีสินค้าที่ระบุเข้ามาในราชอาณาจักร เมื่อบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ จึงมีโทษหนักไปด้วย อันนี้ทราบเพียงเท่านี้ แต่ในประเทศอื่นๆ อย่าง ประเทศอังกฤษ อนุญาตให้ขายได้ ประเทศสหรัฐฯ อนุญาตให้ขายได้เฉพาะของเก่า ส่วนที่นำเข้าใหม่ไม่อนุญาตให้ขาย โดยขอเวลา 4 ปี ในการกำหนดมาตรฐานในการควบคุม ซึ่งมีการประกาศเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา แต่เดิมรัฐบาลสหรัฐฯ คุมบุหรี่ไฟฟ้า แต่บริษัทบุหรี่อ้างว่าไม่ใช่บุหรี่ มีการฟ้องศาล และศาลเพิ่งตัดสินว่ากฎหมายสหรัฐฯ คุมได้ เขาก็เลยประกาศว่าต่อไปนี้ห้ามมีของใหม่จนกว่าจะมีกฎระเบียบของเขาออกมาชัดเจน

ขณะที่ ประเทศนิวซีแลนด์ กำลังพิจารณากฎหมายอยู่ ขณะนี้ก็ห้าม นอกจากนี้ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศสิงคโปร์ ก็ห้ามเช่นเดียวกัน

ส่วนประเทศที่อ้างว่าให้การสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้านั้น คือ ประเทศที่ยังไม่ทันจะออกกฎหมายห้ามก็เอาเข้าไปขายกันแล้ว อย่าง เมียนมา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย อินเดียก็ยังไม่มีกฎหมายในเรื่องนี้ออกมา เพราะว่าการออกกฎหมายต้องใช้เวลา บุหรี่ไฟฟ้ามาแบบรวดเร็วมาก ซึ่งก่อนที่ประเทศไทยจะออกกฎหมายห้าม ก็สั่งเข้ามาขายกัน โดยตอนนั้นรัฐบาลจะสั่งห้ามยังมีการขอเวลาให้ของที่สั่งเข้ามาแล้วขายให้หมดก่อน ก็ยังต่อรองไปเรื่อย หลายประเทศจะเป็นอย่างที่กล่าวมาเป็นส่วนใหญ่

ฝ่ายสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้า - รัฐจะต้องสูญเสียรายได้จากการเก็บภาษีสรรพสามิต
และจะไม่สามารถควบคุมการเข้าถึงของเยาวชนได้เมื่อบุหรี่ไฟฟ้าลงไปอยู่ใต้ดิน

ฝ่ายต้านบุหรี่ไฟฟ้า - เอาขึ้นมาบนดินต้องเสียภาษี รัฐบาลก็ได้ภาษีอยู่แล้ว ส่วนการที่บอกว่าเยาวชนจะเข้าไม่ถึงนั้น มองว่า ยิ่งมีจุดขายบุหรี่ไฟฟ้ามากแค่ไหน เยาวชนยิ่งเข้าถึงได้ง่าย ดูอย่างบุหรี่มวน ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ปรากฏว่า 90% ของเด็กก็สามารถซื้อบุหรี่ได้จากร้านขายทั่วไป ถ้าคนขายอยากจะขาย

มองว่าหากอนาคตเปิดให้นำเข้าได้อย่างถูกกฎหมาย บุหรี่ไฟฟ้าก็กลายเป็นสินค้าที่ต้องเสียภาษี แต่ต้องชั่งน้ำหนักดูว่า ความกังวลในหลายประเทศที่ออกกฎหมายห้าม ส่วนหนึ่งมาจากคนที่ไม่เคยสูบบุหรี่ โดยเฉพาะเยาวชน เข้าไปติดบุหรี่ไฟฟ้า และในประเทศสหรัฐฯ มีรายงานแล้ว 11 ชิ้น เยาวชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า ภายใน 1 ปี กลายเป็นคนสูบบุหรี่ธรรมดาถึง 4 เท่าของเด็กที่ไม่ได้สูบบุหรี่ไฟฟ้า ตรงนี้คือความกังวลของรัฐบาลหลายประเทศ อย่างไรก็ตาม เราอาจจะมองเรื่องนี้ในคนละจุดกัน

ฝ่ายสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้า - ลดอัตราการสูบบุหรี่ให้ต่ำกว่า 20% ที่ไทยไม่เคยทำได้
แม้จะมีการขึ้นภาษี ขยายภาพคำเตือน และห้ามโชว์บุหรี่แล้วก็ตาม

ฝ่ายต้านบุหรี่ไฟฟ้า - ราคาบุหรี่ไฟฟ้าก็ไม่ถูกนะ และคนที่สูบบุหรี่ส่วนใหญ่เป็นคนจน ที่เขาบอกว่า 11 ล้านคนมีทางเลือกมันไม่ใช่ เพราะแค่บุหรี่ซองเดียวก็ไม่มีเงินซื้อแล้ว ต้องสูบใบจาก แล้วบุหรี่ไฟฟ้าราคาหลายร้อยบาท มีแค่คนจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่จะเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ใช่ทั้ง 11 ล้านคนอย่างที่ยกมาอ้าง มันเป็นไปไม่ได้

อีกทั้ง คนไทยที่สูบบุหรี่ โดยเฉลี่ยสูบวันละ 10 มวนต่อวัน เฉลี่ย 40-50 บาท แล้วจะไปเลือกสูบบุหรี่ไฟฟ้าที่ราคาแพงกว่ากันจริงหรือ ดังนั้น จึงชี้ให้เห็นได้ว่าตลาดของบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยไม่ใช่ตลาดที่ใหญ่โต แต่การที่มีบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามา เรายังไม่รู้ว่าการระบาดในเด็กจะเป็นอย่างไร

ฝ่ายสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้า - ลดระดับบุหรี่ไฟฟ้าจาก “สินค้าต้องห้าม” เป็น “สินค้าควบคุม” จะก่อให้เกิดอะไร

ฝ่ายต้านบุหรี่ไฟฟ้า - ก็จะกลายเป็นผลิตภัณฑ์ธรรมดา เหมือนกับผลิตภัณฑ์ยาสูบ ก็ต้องมีการควบคุมกันอย่างเข้มงวด อย่างที่บอกในประเทศสหรัฐฯ องค์การอาหารและยา ขอเวลา 4 ปีให้มีความพร้อมในการควบคุมมาตรฐาน ส่วนประกอบ ระบบภาษี และคำเตือน มันไม่ใช่สินค้าบริโภคธรรมดา แต่มันเป็นยาสูบ ต้องมีกฎหมายควบคุมการโฆษณา ส่วนประกอบ การมีฉลาก คำเตือน ต้องใช้การเตรียมการ

นอกจากนี้ เมื่อขึ้นมาเป็นสินค้าควบคุม ยังทำให้คนเข้าถึงง่ายขึ้นด้วย จึงเป็นเรื่องที่ต้องชั่งน้ำหนักกันว่า โดยรวมแล้วแบบใดเสียน้อยกว่ากัน

ทั้งนี้ มองว่าข้อเสียที่ไม่ให้นำเข้า คือ ขาดรายได้จากภาษี หรือหันไปซื้อผ่านทางออนไลน์ และคนสูบบุหรี่ไม่ได้มีโอกาสสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อลดอันตรายจากการสูบบุหรี่มวน

แต่ข้อดี คือ เราต้องป้องกันเด็กๆ เพราะคนที่อยากสูบบุหรี่ไฟฟ้าคือ เยาวชน ไม่ใช่คนแก่ มันเป็นสินค้าใหม่ เย้ายวน ซึ่งองค์การอนามัยโลกมีรายงานที่เสนอโดยคณะผู้เชี่ยวชาญ และภาคีเห็นชอบ ตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้วว่า ทางเลือกนโยบายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้ามี 4 ทางคือ 1. ห้ามผลิต และจำหน่าย 2. จัดให้เป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทหนึ่ง แล้วคุมเข้มทั้งมาตรฐาน การขาย และไม่ให้เด็กเข้าถึง 3. จัดให้เป็นผลิตภัณฑ์ยาช่วยเลิกบุหรี่ 4. ปล่อยให้ขายเสรีเป็นสินค้าทั่วไป

ประเทศไหน จะเลือกควบคุมด้วยวิธีใด เป็นเรื่องที่แต่ละประเทศต้องพิจารณา ว่าทางเลือกนโยบายไหน ที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมของประเทศตัวเองมากที่สุด แต่สำหรับบ้านเรา เรามีกฎหมายห้ามมา 3 ปีแล้ว จึงควรห้ามต่อไป จนกว่าเราจะมีความสามารถเพียงพอที่จะควบคุม มาตรฐานผลิตภัณฑ์ และการป้องกันการเข้าถึงของเด็กๆ

“ความเห็นผม ถ้าเราเปิดให้ขายเสรีตอนนี้ วัยรุ่นจะยิ่งติดกันมากกว่านี้ แล้วมีแนวโน้มว่าวัยรุ่นที่ไม่ได้สูบบุหรี่ แต่เริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้า ติดตามต่อมาพบว่า กลายไปสูบบุหรี่ธรรมดามากกว่าวัยรุ่นที่ไม่ได้สูบบุหรี่ไฟฟ้าถึง 4 เท่า และหากเปิดขายเสรี เราจะเสียมากกว่าได้ครับ ทางเศรษฐกิจเราต้องนำเข้าเพียงอย่างเดียว ทางสุขภาพเราอาจจะได้จากคนที่สูบบุหรี่ธรรมดาหันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าบางส่วน แต่เราจะมีวัยรุ่นที่เข้ามาสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากขึ้น และอาจนำไปสู่การสูบบุหรี่ธรรมดามากขึ้น ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าเราจะเสียมากกว่าได้ ฝ่ายที่ได้คือบริษัทบุหรี่ครับ” เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ทิ้งท้าย.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไขประเด็นคาใจ 'บุหรี่ไฟฟ้า' กับสิ่งที่ทุกคนอยากรู้ (ตอน 1)

หวานหอม อันตรายน้อย! จับไต๋มายาคติบุหรี่ไฟฟ้า ควันโขมงซ่อนพิษ (ตอน 2)

มหันตภัยใกล้ตัว 'บารากู่ บุหรี่ไฟฟ้า' เสี่ยงโรคร้าย ผู้ขายโทษหนัก!

เปิดข้อเท็จจริงแบบหมัดต่อหมัด ทั้ง ฝ่ายสนับสนุนบุหรี่ไฟฟ้า VS ฝ่ายต้านบุหรี่ไฟฟ้า เทียบให้เห็นกันชัดๆ ในประเด็นเดียวกัน ยกนี้จะซัดกันในรูปแบบไหน ผลจะออกมาเป็นอย่างไร โปรดติดตาม... 18 ธ.ค. 2560 18:57 19 ธ.ค. 2560 05:33 ไทยรัฐ