วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พิงกี้ เสียงสั่น! เสียใจ เพชร แฉปมเตียงหัก ลั่นเรื่องขอเงินไม่จริง! (คลิป)

หลังจากเลิกรากันไป และอดีตสามี เพชร อิทธิ ได้เผยปมการเลิกราทั้งหมดกับไทยรัฐออนไลน์ ล่าสุดนางเอกสาว พิงกี้ สาวิกา ได้ออกมาเปิดใจที่งานเปิดตัวโครงการ PEA HAPPY RUN ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ หลังอดีตสามีเผยถึงสาเหตุเตียงหักไป

หลังจากที่เพชรให้สัมภาษณ์ตอบโต้ เราได้เห็นข่าวบ้างรึยัง?
"ก็ได้เห็นค่ะ"

เขาให้สัมภาษณ์เหมือนหนังคนละม้วนกับเราเลย รู้สึกยังไงบ้าง?
"มันรู้สึกอะไรมากไม่ได้ค่ะ เพราะมันเป็นความรู้สึกที่...คือตอนนี้เราเป็นคนอื่นซึ่งกันและกันอยู่แล้ว เราไม่สามารถจะรู้สึกอะไรไปได้มากกว่านั้น นอกจากว่าสิ่งที่แตกต่างที่มันเป็นทัศนคติที่มันมองไม่เหมือนกัน

จะบอกว่าจากที่ครั้งนึงเขาเคยเป็นสามีเรา ณ ปัจจุบันนี้เราไม่อยากจะพูดอะไรให้ใครเสียหาย เพราะฉะนั้นเราไม่มีความรู้สึกอะไรเลยตอนนี้ที่เราจะพูดถึงเขาในสิ่งไม่ดีค่ะ"

เห็นข่าวครั้งแรกตกใจไหมเพราะข่าวค่อนข้างแรงเหมือนกัน?
"ตกใจค่ะ ซึ่งตอนนั้นมีพี่ๆ นักข่าวช่องอะไรสักอย่างโทรมาตอนงานปีใหม่แล้วเสียงดังมาก เราก็เอ๊ะ ข่าวอะไร จนเราได้ดูแล้วค่ะ แต่ว่าตอนนี้เราพูดมากไม่ได้ ไม่อยากจะตอบอะไรมากเพราะว่ามันเป็นอะไรที่ตอนนี้เราเป็นคนอื่นไปแล้วค่ะ"

แต่เขาก็พาดพิงคนอื่นด้วย ทั้งครอบครัวเราและคนที่ดูแลเรา?
"จริงๆ การพาดพิงอันนี้กี้ว่ามันคือทัศนคติน่ะค่ะ ซึ่งตอนนี้เรามองไปถึงจุดที่จะเดินไปข้างหน้าแล้วล่ะ อะไรที่เป็นสิ่งที่เราเคยรู้สึกดีๆ ให้กัน เราก็คิดถึงว่าจุดที่เราเคยดูแลกันยังไง มีความรู้สึกดีๆ ยังไงก็เก็บตรงนั้นไว้ สิ่งที่ไม่ดีคงจะไม่คิดค่ะ"

ที่เขาออกมาพูดแบบนี้เราเสียใจไหม?
"ก็เสียใจค่ะ"

เรื่องที่เรารู้สึกว่ามันไม่โอเค เราอยากชี้แจงยังไงบ้าง?
"ถ้าจะชี้แจงหนูว่าคงไม่จบหรอกค่ะวันนี้ หนูคงไม่มีอะไรชี้แจงหรอกค่ะ เพราะหนูก็รู้สึกว่า ณ ปัจจุบันนี้ หนูทำได้แค่หนูเดินหน้าเท่านั้นเอง ทั้งกี้และพี่เขาก็เดินหน้า ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดออกมาเพราะว่ากี้ไม่อยากทำให้คนที่เคยเป็นสามีเราเสียหายแล้วค่ะ"

ข่าวที่ออกมาทำให้ครอบครัวกับตัวเราเสียหาย?
"หนูว่าหนูเป็นดารา ยังไงก็เจอข่าวโน่นข่าวนี่ ความเสียหายมันมีอยู่ตลอด แต่ทางพี่เขาเป็นนักธุรกิจ กี้พูดในสิ่งที่ไม่ดีไม่ได้ กี้รู้สึกมันเป็นสิ่งที่ค่อนข้างเซ้นซิทีฟมากค่ะ เรามองแต่มุมที่ดีเท่านั้นเอง"

ได้โทรไปคุยกับเขาหลังจากที่เขาให้สัมภาษณ์ไหม?
"ไม่ได้โทรค่ะ (ที่ไม่โทรไปเพราะไม่กล้าโทร?) คือมันไปข้างหน้าไกลแล้วค่ะ เรามองเห็นแต่สิ่งที่เราจะเดินไปข้างหน้าค่ะ สิ่งที่พี่เขาพูดมาบางทีน่ะ เหมือนกับเราอ่านคอมเมนต์ มันคือทัศนคติที่คนมองต่อเรื่องเรื่องหนึ่ง แต่ไม่ใช่หมายความว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่ต้องเป็นแบบนั้นค่ะ มันคือทัศนคติ"

แต่ถ้าเราไม่ได้อธิบายหรือปฏิเสธก็เท่ากับการยอมรับ?
"เอาจริงๆ นะคะ ตัวกี้น่ะโตแล้ว กี้รู้ว่าอะไรควรไม่ควร เพราะฉะนั้นการที่คนเราจะตัดสินใจทำอะไร ไม่ใช่ว่าอารมณ์หรืออะไร เราต้องคิดถี่ถ้วนแล้ว เราโตป่านนี้แล้ว เราคงไม่คิดอะไรด้วยอารมณ์ เพราะฉะนั้นกี้ก็คิดว่าสิ่งที่กี้ตัดสินหรือทางพี่เขาตัดสินมันก็คือโตแล้วค่ะ เราไม่ใช่เด็กค่ะ"

กี้ได้คุยกับคุณแม่เรื่องข่าวไหม เพราะในข่าวก็มีเหมารวมไปถึงคุณแม่ด้วย?
"คุยค่ะ เพราะว่าก็อยู่กันสองคนอยู่แล้ว คือทุกคนก็จะรู้ว่าเราโตมาเราก็อยู่กับคุณแม่เป็นผู้จัดการอยู่แล้วค่ะ ก็คุยกันและรู้สึกว่าเรามองในสิ่งที่ดีอยู่แล้วที่เราเคยทำอะไรร่วมกันมาต่อกันแค่นั้นเอง สิ่งอะไรที่มันไม่ดีหรือมองเราไม่ดี เราก็รู้สึกว่าไม่เป็นไร เรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่"

คุณแม่ว่าไงบ้าง?
"แม่ก็เป็นผู้ใหญ่นะคะ สิ่งที่เขาทำ เขาไม่ได้ทำอะไรนอกจากตัวกี้นี่แหละ เพราะว่ากี้เป็นคนตัดสินใจ แม่ไม่ได้เข้ามามีส่วนในการตัดสินใจจะทำอะไรอย่างนึง เช่น การรับงาน แม่คงไม่สามารถบังคับกี้ได้ เพราะตัวกี้เองเป็นนักแสดงมาตั้งแต่เด็ก การที่เรารับงานมันเป็นสิ่งที่งานเลือกเรา งานเลือกเพราะเราเป็นนักแสดง เราก็ทำหน้าที่ตรงนั้น ทุกอย่างมันคืองาน เพราะฉะนั้นไม่มีใครสามารถบังคับชีวิตกี้ต้องทำอันนี้ๆ"

แต่ตอนที่เพชรให้สัมภาษณ์ว่าตกลงกันแล้วว่าถ้าแต่งงานแล้วจะไม่ทำงานในวงการ แล้วเราผิดสัญญาตรงนั้น?
"จริงๆ แล้วกี้ว่าการที่กี้แต่งงานแล้วมันเป็นการตัดสินใจระดับนึงแล้วล่ะว่าเราคิดยังไง ณ ตรงนั้น แต่ปัจจุบันไม่มีใครหรอกร้อยทั้งร้อยไม่มีใครอยากเลิก ไม่ใครอยากแต่งงานแล้วล้มเหลว ทุกคนอยากประสบความสำเร็จ แต่พอวันนึงไม่ประสบความสำเร็จเราก็ต้องยอมรับ

มันมีเหตุผลมากมายที่เราไม่จำเป็นจะต้องมาเล่าให้ทุกคนฟัง มันเป็นเหตุผลของคนสองคน คนสองคนบางทีอาจจะมีอะไรที่ไม่เข้ากันหรือไม่ตรงกันก็เป็นเรื่องธรรมดา แต่ปัจจุบันนี้กี้มองเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มันไม่มีอะไรเลย บางครั้งในอนาคตมันอาจจะมีอะไรที่ดี เราสองคนอาจจะมองในสิ่งที่ดีก็ได้เมื่อผ่านไปปีสองปีค่ะ"

อย่างที่เขาออกมาพูดส่วนใหญ่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง?
"เรื่องเงินนี่มันก็เป็นสิ่งที่เราได้ยินมาจากข่าวหลายข่าว ก่อนหน้านี้ก็มีข่าว ซึ่งอันนั้นไม่ใช่ความจริงนะคะที่มีบอกว่าให้เงินเดือนเท่านี้ๆ ไม่ใช่ กี้ก็เข้าใจพี่เขานะคะ เพราะพี่เขาก็บอกว่ามันไม่ใช่เท่านั้น ซึ่งแม่ของสาวิกาก็ไม่เคยให้ข่าวใครอยู่แล้ว ทีนี้เราก็ตอบทุกข่าวไม่ได้จริงๆ เพราะมันเยอะมาก จนเราไม่สามารถชี้แจงอันนี้อันนั้น เพราะฉะนั้นตอนนี้พูดได้แค่ว่าทุกอย่างตัดสินใจด้วยตัวเรา เงินไม่ได้เป็นปัจจัยสำหรับกี้ เพราะกี้ทำงานตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว"

หลังจากนี้กี้กลัวเขาออกมาพูดอีกไหม?
"ไม่น่าแล้วค่ะ กี้ว่ามันเป็นสิ่งที่พี่เขาคงอยากพูดค่ะ เราก็ห้ามตรงนั้นไม่ได้ ตัวกี้ก็พูดได้ในสิ่งที่กี้พูดได้แค่นี้ค่ะ"

เราอยากพูดอะไรบ้างไหมกับสิ่งที่เขาออกมาตอบโต้?
"ไม่พูดนะ แล้วเราก็รู้สึกมองในจุดที่ดีค่ะ เราไม่รู้สึกแย่กับพี่เขาค่ะ เรามองว่าเฮ้ย พี่เขาเคยดีกับเราแค่ไหนก็พอแล้ว มีบุญคุณในการที่เคยดูแลเราในการเป็นสามี หลังจากนี้ต่อไปอยากให้เขาเจอคนที่เหมาะสมกับเขาและดีกับเขาค่ะ"

มีอะไรค้างคาใจไหมกับสิ่งที่เขาออกมาพูด?
"ไม่มีค่ะ (ส่ายหน้า) เพราะตอนนี้เดินหน้ามากค่ะ ไม่มองไปข้างหลังค่ะ"

ถ้าเจอหน้าพี่เขาจะเจอได้ไหม?
"เจอได้สิคะ เดี๋ยวไปวิ่งที่พัทยาแถวแหลมบาลีฮาย พี่เขาอาจจะอยู่แถวนั้น อาจจะวิ่งไปแล้วอ้าว สวัสดีค่ะพี่เพชร (ยิ้ม)"

แล้วงานหนังของเขาตกลงเราจะเล่นต่อไหม?
"หนูไม่ได้เล่นแล้วค่ะ หนูออกมาแล้ว แต่พี่เขาคงทำอยู่ หนูก็ออกมาแล้วคงไม่ได้ทำตรงนั้นค่ะ"

เรื่องงานต่างๆ ที่เคยทำร่วมกัน มีโอกาสคุยกันไหมว่าจะเคลียร์กันยังไง หรือเราออกมาแล้วก็ออกเลย?
"ไม่ได้คุยเลยค่ะ หลังจากนั้นไม่ได้คุยอะไรเลยจริงๆ"

ณ วันนี้ยังเหนื่อยกับชีวิตไหมกับข่าวที่เกิดขึ้น?
"ไม่เหนื่อยค่ะ แฮปปี้ค่ะ แฮปปี้ตรงที่ข่าวเนี่ยมันผ่านไปแล้วก็ผ่านไป มันไม่มีทางที่จะต้องกลับมาถามอีกหลายๆ รอบ เพราะว่าทุกคนก็ต้องเดินหน้าใช่มั้ยคะ ปัจจุบันกี้ก็คงไม่ได้ไปคิดถึงอดีตหรือว่าเอ๊ะ ทำไมต้องพูดหรืออะไร ไม่มี ไม่ต้องคิดค่ะ"

บทเรียนความรักครั้งนี้ให้อะไรกับเราบ้าง?
"กี้ว่าก็ทุกอย่างค่ะ ความรัก ชีวิต การทำงานทุกอย่างมีบทเรียนในสิ่งที่เราทำทุกอย่าง ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องล้มเหลว มันคือการเรียนรู้ เพราะฉะนั้นจะบอกทุกคนว่าทุกคนไม่ได้ล้มเหลวนะคะ มันคือการเรียนรู้เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นชีวิตอีกยาวไกลค่ะ เราต้องเจออะไรอีกเยอะ อายุ 30 ก็เป็นจุดเริ่มจะเป็นผู้ใหญ่ตอนปลายแล้ว ก็จะต้องตั้งหน้าตั้งตาทำงานออกมาให้ดีที่สุดค่ะ"

ตอนนี้เหมือนเริ่มต้นชีวิตใหม่กับวงการบันเทิง?
"เหมือนกับว่าไปพักผ่อนมาแล้วกลับมาใหม่ค่ะ"

ถามถึงละครบ้าง?
"มีค่ะ ที่เปิดเผยได้ก็มีเรื่องนึง แต่อีกสองเรื่องเดี๋ยวให้เขาบอกเนอะ เรื่องที่จะเล่นที่เป็นผู้จัดคือพี่ต่ายค่ะ ทางช่องวัน คือเรื่อง "ภูตพิศวาส" แต่ยังไม่ได้ฟิตติ้งค่ะ เพิ่งไปอ่านบทมาค่ะ พอกลับมาก็ดีค่ะ ได้เล่นบทที่มีการเขียนใหม่และเป็นบทที่เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น เพิ่งได้ไปอ่านบทที่แกรมมี่มาค่ะ"

ต้องเคาะสนิมไหม?
"ตอนนี่ก็เรียนการแสดงเพิ่มขึ้นเพราะว่าคิดว่าการเป็นนักแสดงก็ต้องพัฒนาเรื่อยๆ ทุกวันค่ะ"

คิดว่าการกลับมาครั้งนี้จะเปรี้ยงไหม?
"อ๋อ ไม่ได้คิดอะไรเลยค่ะ คิดแต่ว่าได้ทำงานได้เล่นบทหลากหลาย เพราะในวัย 31 ปีก็เริ่มโตแล้วนิดนึงค่ะ เลยคิดว่าน่าจะเล่นบทอะไรที่มีความหลากหลาย ไม่ได้คิดว่าจะเปรี้ยงหรือไม่เปรี้ยงอะไรค่ะ".

พิงกี้รับเสียใจ หลังอดีตสามี เพชร อิทธิ แฉปมรักสะบั้น ส่วนตัวไม่ขอโต้ตอบใดๆ เพราะอยากให้ชีวิตเดินไปข้างหน้า และขอเลือกจำแต่สิ่งดีๆ ที่มีต่อกัน พร้อมเข้าใจฝ่ายชายอยากพูดในมุมของตัวเอง 18 ธ.ค. 2560 12:23 18 ธ.ค. 2560 14:44 ไทยรัฐ