วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เสาหลักการศึกษา ยุทธศาสตร์พัฒนาชาติ

เสาหลักการศึกษา ยุทธศาสตร์พัฒนาชาติ

  • Share:

ปฏิรูปประเทศไทย...“การศึกษา” เป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญที่เป็นฐานรากในการพัฒนาประเทศชาติ แน่นอนว่าความสำคัญของการศึกษาในเชิงนโยบายมีความสำคัญมาก ท้ายที่สุดแล้วคงพุ่งเป้าไปที่คำถามสำคัญที่ว่า ในที่สุดแล้ว...ใครจะได้อะไร?

งานประชุมวิชาการ Building Smarter Futures for Thailand 4.0 จัดโดยมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล (CMKL University) เมื่อเร็วๆนี้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ บอกว่า ปัจจุบันการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทย ให้ก้าวหน้าทัดเทียมชาติผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมนั้น จำเป็นต้องอาศัย “องค์ความรู้” จากงานวิจัยในสถาบันการศึกษา

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์

เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอด ตอบโจทย์ข้อจำกัดและปัญหาของประเทศได้อย่างตรงจุด ตามแนวนโยบายและแผนพัฒนาเศรษฐกิจรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ได้เร่งผลักดันโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

สร้างรากฐานความมั่นคงทางเศรษฐกิจด้วย “นวัตกรรม” ให้เป็นรูปธรรมส่งผลให้ภาค “การศึกษา” ต้องเร่งปรับปรุง...พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อสร้าง “บัณฑิต”...“บุคลากร” ที่มีความรู้ความสามารถ ...ทักษะสอดรับทิศทางการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ขณะนี้ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง

เทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต การขนส่ง การพัฒนาคุณภาพสินค้า...ผลิตภัณฑ์

มิติใหม่การปฏิรูประบบการศึกษาไทย ระบบการเรียนการสอนที่สอดรับสถานการณ์ทันยุคสมัยจึงเป็นสิ่งที่ท้าทายยิ่ง ตัวอย่างสำคัญที่น่าจับตาความร่วมมือระหว่าง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กับ มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ประเทศสหรัฐอเมริกา

นับเป็นก้าวสำคัญในการ “ปฏิรูปองค์ความรู้” จากรั้ว “สถาบันการศึกษา”...สู่ความได้เปรียบในเชิงการแข่งขันด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ย้ำว่า ด้วยองค์ความรู้...ความเชี่ยวชาญ ด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ซึ่งมีงานวิจัยครอบคลุมด้านหุ่นยนต์สมองกล ปัญญาประดิษฐ์ วิทยาศาสตร์ข้อมูล ความปลอดภัยไซเบอร์ เครือข่ายไร้สาย เมืองอัจฉริยะ พลังงาน เทคโนโลยีสุขภาพ เมื่อประกอบกับความพร้อมของ สจล. บวกกับองค์กรเอกชนชั้นนำระดับประเทศ อาทิ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และเครือเบทาโกร

“มหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล (CMKL University)”...จึงเสมือนเป็นศูนย์กลางการศึกษาวิจัยองค์ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่สอดรับกับปัญหาและข้อจำกัดขององค์กร “ขณะที่ในภาพกว้างงานวิจัยเหล่านี้ก็สามารถตอบโจทย์การพัฒนาประเทศได้อย่างตรงจุด เป็นโมเดลเดียวกับนานาประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำหน้าประเทศไทยหลายเท่าตัว...เกิดจากได้รับการสนับสนุนการทำวิจัยร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษา ภาครัฐ และเอกชน”

เมื่อเป็นเช่นนั้น แนวการยกระดับการแข่งขันภาคอุตสาหกรรม... เศรษฐกิจไทยในปี 2561 และอนาคตควรดำเนินการไปในทิศทางนี้ เพื่อปรับเปลี่ยนให้เท่าทันกับโลกยุคใหม่และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ศ.ดร.ฮยองคิม

ศ.ดร.ฮยองคิม ผู้อำนวยการหลักสูตรมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล เสริมว่า ภาพรวมหลักสูตรการเรียนการสอนในปีการศึกษาแรกของมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล จะนำร่องเปิดสอน 2 สาขาวิชา คือ “สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์” ในระดับปริญญาเอกและปริญญาโท และ “สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์” ในระดับปริญญาโท โดยใช้รูปแบบ การบริหารจัดการและมาตรฐานเดียวกับมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ประเทศสหรัฐอเมริกา

เมื่อจบการศึกษาจึงได้ปริญญาบัตรเหมือนกับเรียนที่มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอนทุกประการ และยังได้ปริญญาบัตรของ สจล.ด้วย

การเรียนการสอนคร่าวๆ ระดับปริญญาเอก ระยะเวลาเรียน 5 ปี โดยเรียนในไทย 2 ปี และที่สหรัฐอเมริกา 3 ปี...เพื่อมุ่งเน้นคุณภาพของนักศึกษาและอาจารย์ให้เทียบเท่าระดับสากล ซึ่งการใช้หลักเกณฑ์เดียวกับการเรียนการสอนที่สหรัฐอเมริกาเป็นการดึงดูดนักศึกษา...นักวิจัยที่มีความสามารถจากในประเทศและภูมิภาคอาเซียน เข้ามาช่วยกันสร้างสรรค์งานวิจัยที่สอดคล้องกับปัญหา...สภาพแวดล้อมของไทย

ที่สำคัญจะเกิดแรงผลัก ริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลภายใน 5-10 ปี ทำให้ประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีของตนเอง และก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำของภูมิภาค

ส่วน ระดับปริญญาโท ระยะเวลาเรียน 2 ปี โดยเรียนในไทย 1 ปี และที่สหรัฐอเมริกา 1 ปี เพื่อพัฒนาบุคลากรภาครัฐและเอกชนให้มีความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ในการสร้างนวัตกรรมออกสู่ตลาดโลกภายในระยะเวลา 2-3 ปี คลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.kmitl.ac.th หรือ www.cmkl.ac.th 

ผศ.ดร.สุพันธุ์ ตั้งจิตกุศลมั่น

ผศ.ดร.สุพันธุ์ ตั้งจิตกุศลมั่น อธิการบดีมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล มองว่า การพัฒนาตามแผนพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 12 เน้นไปที่การปรับโครงสร้างประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 รูปแบบการจัดการศึกษาของมหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล จะช่วยปฏิรูปเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรมสอดรับยุทธศาสตร์

“มุ่งเน้นศึกษาวิจัยที่มีเป้าหมายในการสร้างรากฐานเศรษฐกิจแบบไทยแลนด์ 4.0 ยุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาคเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ โดยการพัฒนางานวิจัยร่วมกับด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ โครงสร้างพื้นฐาน...ระบบโลจิสติกส์ การสร้างพลังงานทดแทน...พลังงานสะอาดรวมถึงการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด”

นอกจากนี้ยังเกี่ยวโยงไปถึงยุทธศาสตร์ความมั่นคง โดยการพัฒนางานวิจัยร่วมในด้านความปลอดภัยไซเบอร์ จากต้นแบบความสำเร็จของมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ระหว่างปี 2554-2558 สามารถสร้างบริษัทย่อย (Spin-off) ได้มากถึง 130 แห่ง ก่อให้เกิดเม็ดเงินลงทุนมากกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท

ปัญหาใหญ่ของประเทศไทยในขณะนี้คืองานวิจัยส่วนใหญ่ไม่ถูกนำไปพัฒนาต่อยอด หรือที่เรียกว่า “ขึ้นหิ้ง” ที่ผ่านมาเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากสถาบันการศึกษา จึงไม่ถูกนำไปพัฒนาเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้

ถือเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนว่า...แท้จริงแล้วใช่ว่าคนไทยไม่เก่ง แต่ปัญหาอยู่ที่ความร่วมมือและการมองเป้าหมายที่ต่างกัน ระหว่างภาคการศึกษา ภาครัฐ และเอกชน

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สจล. ฝากทิ้งท้ายว่า ในยุคที่การพัฒนาทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาคอุตสาหกรรม...เศรษฐกิจ ภาคการศึกษาเอง หรือแม้กระทั่งภาครัฐ จำเป็นต้องก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลงในโลกแห่งอนาคต

“ทุกวันนี้ทุกคนเริ่มตระหนักได้ว่าการพัฒนาประเทศไทยให้แข่งขันกับนานาชาติได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้จากงานวิจัยมาพัฒนาเป็นนวัตกรรมขั้นสูง นั่นหมายความว่า...จากนี้ไปองค์ความรู้ในสถาบันการศึกษาต้องไม่หยุดนิ่งอยู่แค่ในห้องเรียน แต่จะต้องถูกนำไปพัฒนาต่อยอดให้เกิดเป็นนวัตกรรมขั้นสูงที่สามารถนำมาแก้ปัญหาขององค์กรและประเทศชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

“ปฏิรูปการศึกษา” ในที่สุดแล้ว...ใครจะได้อะไร? คงจะหาคำตอบได้บ้างแล้วไม่มากก็น้อย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้