วันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต่างชาติมาดูงานโอทอป

โดย ลมกรด

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีการจัดงานโอทอปซิตี้ (OTOP CITY 2017) ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งเป็น 1 ใน 3 งานใหญ่ของมหกรรมสินค้าโอทอป งานนี้จัดถึงวันที่ 25 ธ.ค. วัตถุประสงค์การจัดงานนอกจากส่งเสริมช่องทางตลาดแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการพัฒนาคุณภาพสินค้า เพราะของที่นำมาขายในงานต้องเป็นสินค้ามาตรฐานตั้งแต่ 3 ดาวถึง 5 ดาว

ผมอยากชวนให้ไปเดินชมเดินช็อปกัน ยิ่งใกล้เทศกาลปีใหม่จะได้หาซื้อของขวัญแบบไทยๆไปฝากผู้หลักผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นของดีมีคุณภาพทั้งสิ้น มีทั้ง โอทอปมาสเตอร์พีซ มีชิ้นเดียวในโลก ราคาตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลักล้าน โอทอปพรีเมียม โอทอปแบรนด์เนม โอทอปเบสต์เซลเลอร์ โอทอปขึ้นเครื่องบิน และมีการจัดพาวิลเลียนจำลองบรรยากาศ หมู่บ้านโอทอปเพื่อการท่องเที่ยว รวมทั้ง ถนนอาหาร หรือ โอทอปสตรีทฟู้ด รวบรวมของกินขึ้นชื่อประจำจังหวัด ร้านอาหารพื้นบ้าน ของอร่อยตลาดน้ำ และมีโซนตลาดผ้า โซนงานไม้ จักสาน และเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้าน

นอกจากนี้ ยังจับกระแสสังคมไร้เงินสด ช็อปปิ้งออนไลน์ โดยจัดโซนโอทอป 4.0 ให้เลือกซื้อสินค้าผ่านระบบอีคอมเมิร์ซ เช่น เว็บไซต์ Thailandmall otopthai.shop lazada รวมถึงแอพฯร้านฟาร์มสุขของค่ายเอไอเอส และ weloveshopping ค่ายทรูมูฟ ซึ่งมีสินค้าโอทอปที่วางขายออนไลน์แล้วกว่า 2 หมื่นผลิตภัณฑ์

กรมการพัฒนาชุมชนยังได้เปิดให้ บริษัทประชารัฐรักสามัคคีจังหวัดต่างๆ มาร่วม อบรมสัมมนาทิศทางและเทคนิคการส่งเสริมการขายสินค้าโอทอป รวมทั้งพาไปชมบรรยากาศตามบูธต่างๆ

ที่สำคัญมี เจ้าหน้าที่ภาครัฐและกลุ่มเอกชนต่างชาติ ขอเข้าร่วมการสัมมนา และมาร่วมออกบูธด้วย มีทั้ง อินโดนีเซีย บรูไน กัมพูชา ลาว พม่า มาเลเซีย จีน และ ภูฏาน เพราะชาวต่างชาติรู้จักและชื่นชอบโอทอปไทยอย่างมาก หลังจากที่เคยมาเที่ยวแล้วได้ลองใช้สินค้าโอทอป ประกอบกับโอทอปเทรดเดอร์เริ่มทำการตลาดนอกประเทศมากขึ้น

ความเป็นมาของสินค้าโอทอปเริ่มต้นจากสินค้าในบ้านหลังเล็กๆ แล้วรวมกลุ่มพัฒนาเครือข่ายพึ่งพากันและกัน จนกระทั่งรัฐบาลได้เข้ามาส่งเสริมสนับสนุนสร้างแบรนด์โอทอป ยกระดับคุณภาพจนมีสินค้าเกรดพรีเมียม จะเห็นว่า 16 ปีที่ผ่านมายอดจำหน่ายเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 3 ปีหลังนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดย ปี 58 ยอดจำหน่ายอยู่ที่ 109,781 ล้านบาท ขยายตัว 12.51% ปี 59 ยอดจำหน่าย 125,208 ล้านบาท ขยายตัว 14.05% และปี 60 ยอดจำหน่าย 153,510 ล้านบาท ขยายตัว 22.60%

เมื่อเทียบกับ จีดีพีประเทศที่โตแค่เกือบ 4% ต้องถือว่าการเติบโตของโอทอปแข็งแรงกว่ามาก การส่งเสริมสินค้าโอทอปจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า หวังผลสำเร็จได้ เหนืออื่นใดเงินรายได้ทั้งหมดจะหมุนเวียนกลับไปสู่ชุมชนชาวบ้านระดับฐานราก

โอทอปเป็นสินค้าที่บ่งบอกภูมิปัญญาท้องถิ่นซึ่งไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก แม้แต่คนญี่ปุ่นที่เปิดโรงงานในประเทศไทยยังบอกว่า “การผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่เน้นคุณภาพ จะไม่ใช้แรงงานชาติอื่น ต้องให้คนไทยทำเท่านั้น เพราะงานฝีมือดีมาก โดยเฉพาะงานแฮนด์เมด” พูดง่ายๆว่าคนไทยมือเย็น ฝีมือประณีต สินค้าโอทอปจึงเป็นสินค้าขั้นเทพในสายตาชาวต่างชาติ ถ้าไม่ดีจริงและไม่เป็นที่นิยม จีนคงไม่ก๊อบปี้ทำปลอมสินค้าโอทอปไทย คนที่ไปเที่ยวเมืองจีนคงเริ่มเห็นโอทอปของปลอมกันบ้างแล้ว เราคนไทยมองแว้บเดียวก็ดูออก

ต่อให้จีนก๊อบปี้เก่งแค่ไหน แต่ก็ปลอมจิตวิญญาณและเอกลักษณ์ไทยไม่ได้.

ลมกรด