วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปลือก เนื้อ

เปลือก เนื้อ

  • Share:

13 ธันวาคม 2560 ศาลอินโดนีเซียพิพากษาจำคุกนักเรียนนายร้อยตำรวจชั้นปีที่สาม 5 คน ข้อหาซ่อมนักเรียนนายร้อยตำรวจชั้นปีที่สอง นรต.โมฮัมหมัด อดัม จนเสียชีวิตเมื่อเดือนพฤษภาคม 2560

กฎหมายกำหนดโทษสูงสุดในข้อหานี้ไว้ 12 ปี ทว่าอัยการยื่นคำร้องให้ศาลลงโทษแค่ 3 ปี แต่ศาลลงโทษนักเรียนนายร้อยตำรวจพวกนี้เพียง 6-12 เดือน

เจตนารมณ์ของการนำความรุนแรงมาใช้กับนักเรียนทหารตำรวจ ก็เพื่อสร้างความอดทน เพราะในสถานการณ์การรบของจริงจะรุนแรงกว่าการฝึก คนที่ทำหน้าที่ป้องกันประเทศจึงต้องเสียสละถึงขนาดอาจจะถูกศัตรูฆ่า

แต่นักเรียนทหารตำรวจอายุยังน้อย แถมบางแห่งยังมีการทะเลาะเบาะแว้งกัน การซ่อมที่มีเจตนาเดิมเพื่อฝึกนักเรียนให้ชินต่อความอดทน กลายเป็นการนำเรื่องส่วนตัวมาแก้แค้น ครูฝึกหรือรุ่นพี่บางคนใช้ผู้ได้รับการฝึกเป็นที่ระบายอารมณ์เสียด้วยซ้ำ

ที่อินโดนีเซียกำลังมีกระแสเรียกร้องให้โรงเรียนตำรวจออกแบบหลักสูตรให้ต่างจากหลักสูตรทหาร ปัจจุบันทุกวันนี้ อาชญากรใช้เทคโนโลยีมาประกอบอาชญากรรมเพิ่มขึ้น โลกแคบลงและการเดินทางของผู้คนมีมากขึ้น ตำรวจจึงต้องรู้เรื่องโลกภายนอกมากขึ้น ตำรวจต้องรู้กฎหมาย ที่สำคัญก็คือ ตำรวจต้องเข้าใจเรื่องสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ต้องไม่ใช้อำนาจตามอำเภอใจ และต้องเข้าใจในเรื่องหลักนิติรัฐและนิติธรรม ชาติรัฐมาตรฐานจะไม่ให้ปล่อยทหารมาเพ่นพ่านสัมผัสกับประชาชนโดยตรง ทหารต้องอยู่ในกรมกองเพื่อเตรียมสำหรับการต่อสู้กับอริราชศัตรู ไม่เหมือนตำรวจที่ธรรมชาติของงานต้องสัมผัสประชาชนคนทุกระดับ ตำรวจจึงต้องเข้าใจในลัทธิปัจเจกชนนิยม ตำรวจต้องลึกซึ้งถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตำรวจต้องเป็นคนธรรมดาที่มีความสามารถเพิ่มเติมในการใช้อาวุธ กฎหมาย ภาษา และความรอบรู้ เป็นที่พึ่งและอยู่ในสังคมปกติกับประชาชนได้

อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ เป็นเผด็จการที่สร้างองค์กรต่างๆให้มีความแปลกแยกแตกต่างห่างประชาชน เดิมหน่วยเอสเอสหรือชุทซ์ชตัฟเฟิลก็เป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยขนาดเล็กธรรมดา ฮิตเลอร์ไปค้นหาคนเจ้าระเบียบแต่ไร้ความเมตตาอย่างไฮน์ริช ฮิมม์เลอร์ มาเป็นหัวหน้า ฮิตเลอร์ฝากฮิมม์เลอร์ให้พัฒนาคนของหน่วยให้เป็นยอดมนุษย์ ต้องใส่ความคิดอยู่ตลอดว่า พวกเขาต้องไม่เป็นคนชั้นล่าง เมื่อจบไปแล้วต้องเป็นคนชั้นนำของสังคม

ฮิมเลอร์ฟังฮิตเลอร์แล้วก็ไปกำหนดสเปกของคนที่จะมาเป็นสมาชิกเอสเอสใหม่ ต้องสูงไม่ต่ำกว่า 180 ซม. (ภายหลังเหลือ 170 ซม.) ต้องมีผมสีทอง ตาสีฟ้า ผิวสีอ่อน ร่างกายสมบูรณ์ สุขภาพแข็งแรง อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี จบมหาวิทยาลัย ต้องย้อนสายตระกูลไปได้จนถึง ค.ศ.1750 พวกลูกหลานชนชั้นขุนนางเก่าจะได้รับการพิจารณาก่อนลูกชาวบ้าน

หน้าที่ของเอสเอสคือ 1.เป็นตำรวจของพรรคนาซี 2.พิทักษ์ความปลอดภัยแก่ฟือเรอร์ (ผู้นำ ซึ่งก็คือ ฮิตเลอร์) และแกนนำระดับสูงของพรรค 3.ต่อสู้และทำลายศัตรูที่เปิดเผยและไม่เปิดเผยทั้งหมดของฟือเรอร์และพรรคนาซี ฯลฯ

ค.ศ.1930 ฮิมเลอร์สั่งให้เปลี่ยนเครื่องแบบของเอสเอสใหม่ทั้งหมด ให้ใช้ผ้าสีดำและเนื้อผ้าแบบเดียวกันทุกตัว ให้ใช้หมวกดำ รองเท้าดำ แต่ให้มีปลอกแขนสีแดงที่มีเครื่องหมายสวัสดิกะสีดำในวงกลมสีขาว บนหมวกให้ติดสัญลักษณ์หัวกะโหลกทับกระดูกไขว้สีขาว ตำรวจนาซีที่ทำงานดีเด่นก็จะได้รางวัลเป็นแหวนที่มีหัวเป็นกะโหลกทับกระดูกไขว้สีขาว

เอสเอสสนใจเนื้องานน้อยมาก ผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับใช้เวลาในแต่ละวันหมดไปกับการตรวจแถวและเช็กเสื้อผ้าหน้าผม ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเครื่องแบบ ทรงผม และความมันวาวของเครื่องหมาย เป็นงานอันดับหนึ่งของหน่วย

เยอรมนีสมัยนั้นไม่ใส่ใจการผลิต แต่สนใจในการส่งกองกำลังไปบุกประเทศโน้น รบกับประเทศนี้ เมื่อยึดประเทศอื่นได้แล้ว ก็เก็บภาษีและขนอาหารการกิน เพชรนิลจินดา แร่ธาตุกลับมาเยอรมนี มาบริโภคดื่มกินและใช้กันฟุ่มเฟือยอย่างไม่เสียดาย

ไม่เสียดายเพราะไม่ได้ลงมือลงแรงทำ ไม่ได้เป็นผู้จ่ายภาษี

ใต้สมองของฟือเรอร์คิดแต่เรื่องการใช้มนุษย์ในเครื่องแบบไปปล้นมนุษย์ในประเทศอื่นที่มีอาวุธด้อยกว่า มีกองกำลังน้อยกว่า มาเป็นทาสของตน เท่านั้น.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้