วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทปอ.ลั่น พร้อมสนับสนุนนโยบาย "อุดม"

(ศ.นพ.อุดม คชินทร)

เสมา 3 ให้คำมั่นกระทรวงใหม่เกิดแน่ จี้มหาวิทยาลัยต้องเปลี่ยนแปลง

เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ศ.นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวภายหลังการมอบนโยบายให้กับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ว่า สิ่งที่ตนเสนอให้มหาวิทยาลัยดำเนินการ ประการแรก คือ มหาวิทยาลัยต้องยกระดับศักยภาพของคนทั้งประเทศ จึงต้องมีช่องทางพิเศษให้สามารถพัฒนาศักยภาพได้ โดยใช้เทคโนโลยีมาช่วย ซึ่งจะได้ไม่ต้องมาเรียนที่มหาวิทยาลัย ประการที่สอง คือ ให้มหาวิทยาลัยจัดทำหลักสูตรผู้สูงอายุได้เรียน และจบออกไปทำงานอย่างมีคุณภาพ ซึ่งมหาวิทยาลัยจะต้องปลดล็อกระเบียบการจำกัดอายุผู้เรียน จากเดิมกำหนดผู้เรียนระดับปริญญาตรีให้ไม่เกิน 35 ปี ซึ่งเรื่องนี้เป็นอำนาจของสภามหาวิทยาลัยดำเนินการได้ทันที ประการที่สาม คือ มหาวิทยาลัยต้องปรับตัว โดยเฉพาะการจัดการเรียนการสอน ต้องตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน ทั้งต้องปรับหลักสูตรให้คณะต่างๆเรียนได้หลายศาสตร์ร่วมกันให้หลากหลาย เช่น วิศวกรรมศาสตร์ สามารถเลือกเรียนบริหารหรือนิติศาสตร์ได้ เป็นต้น ประการที่สี่ คือ การร่วมกับเอกชน ผลิตงานวิจัยที่ตอบโจทย์ประเทศมากขึ้น โดยอนาคตจะใช้กลไกทางงบประมาณเป็นเครื่องมือ หากมหาวิทยาลัยใดทำงานวิจัยตอบสนองความต้องการของประเทศ จะได้รับการสนับสนุน และปีงบฯ 2562 ตนจะผลักดันของบฯวิจัยเพิ่มเป็น 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือจีดีพี

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า ศ.นพ.อุดมส่งสัญญาณถึง ทปอ.อย่างชัดเจนว่า มหาวิทยาลัยต้องเปลี่ยนแปลงตนเอง ไม่เช่นนั้นจะไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก นอกจากนี้ยังระบุว่าจะผลักดันกระทรวงการอุดมศึกษาให้สำเร็จภายในปีหน้าด้วย ซึ่ง ทปอ.พร้อมสนับสนุน รมช.ศึกษาธิการทุกเรื่อง

ด้าน รศ.ดร.ประเสริฐ คันธมานนท์ รักษาการเลขาธิการ ทปอ. กล่าวว่า ที่ประชุม ทปอ.รับทราบรายงานข้อมูลการสมัครคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาประจำปีการศึกษา 2561 ในระบบ TCAS หรือทีแคส ซึ่งเปิดรับการคัดเลือกในรอบที่ 1 คัดเลือกจากแฟ้มสะสมงาน โดยมีสถาบันอุดมศึกษาที่เข้าร่วมคัดเลือกในระบบทีแคส รอบที่ 1 จำนวน 76 สถาบัน รับ 102,270 คน มีผู้สมัคร 131,784 คน ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและเรียกสอบสัมภาษณ์ 59,032 คน และผ่านการคัดเลือก 29,715 คน ซึ่งที่นั่งที่เหลือในรอบนี้จะถูกนำไปปรับจำนวนรับในการคัดเลือกรอบต่อไป.